|
บทความ -
ไพศาล : เล่านิทานก่อนนอน
|
|
เขียนโดย ไพศาล พืชมงคล
|
|
วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ กรกฏาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๐:๕๘ น. |
|
จะไปอาบน้ำสักหน่อย แล้วกลับมาเล่านิทานก่อนนอนเรื่องผีที่สุดแสนจะแปลกจริง ๆ
ผมห่างเหินไม่ได้เล่านิทานก่อนนอนมาหลายเพลา เพราะเกรงใจแฟนบอล วันนี้จึงมาทำหน้าที่เหมือนวัวควายไถไร่นาพรวนดินแห่งปัญญาของมวลมิตรต่อไป
คนไทยรู้จักนามอันเกริกก้องของรัฐบุรุษอาวุโส ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ประสาธน์การมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองดี ท่านปรีดี พนมยงค์ มีหลานชายสุดรักคนหนึ่งซึ่งนับญาติแล้วก็เป็นญาติข้างภริยานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไปมาหาสู่อยู่ประจำ เป็นหลานสุดรักของปู่
ท่านปรีดี พนมยงค์ ตั้งชื่อหลานสุดรักตามนามตนว่า “ปรีดิวิชญ์ พนมยงค์” ทั้งปู่ย่ารักหลานผู้นี้มาก ประคบประหงมบ่มบำรุงเป็นอย่างดีจนจบจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ลูกชายผมเรียนที่นั่นจึงเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนและรักกันมาก จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนก็ไปเรียนเมืองนอก แล้วกลับมาเมืองไทย วิสัยนักเรียนนอกก็กร่าง
ทางบ้านของเจ้าหนุ่มพอทราบกิตติศัพท์ผมจากลูกชายว่ามีอัธยาศัยใฝ่สอนคน จึงให้มาทำงานในสำนักเดียวกัน หวังให้ช่วยทำนุบำรุงให้สมเกียรติคุณของปู่และย่า จึงมาทำงานด้วยกัน วิสัยนักเรียนนอกก็มีสมาคมคบหามาก มีการงานสังสรรค์คราใดก็กลับบ้านดึก วันหนึ่งเมื่อสองปีก่อนกลับจากงานสังสรรค์ดึกมากเกือบตีสอง
เจ้าหนุ่มขับรถเก๋งส่วนตัวมาตามถนนสามเสน ไปตามถนนประชาราษฎร์สาย 1 ถึงบริเวณหน้าวัดเขมาภิรตาราม ก็เห็นสตรีวัย 40 ปีเศษยืนโบกรถอยู่ข้างทาง ด้วยน้ำใจเมตตาอารีและสงสารสตรีนั้น จึงหยุดรถถามว่าน้าจะไปไหน หญิงนั้นว่าขอโดยสารไปลงใกล้ ๆ นี่แหละ ปรีดิวิชญ์จึงเชิญขึ้นรถ
หนุ่มนักเรียนนอกเหลียวหน้าไปดูก็ประหลาดใจ เพราะสตรีนั้นหน้าขาวมาก คิ้วสั้นเหมือนกับหุ่นกระบอก แต่มิได้เฉลียวใจ หญิงนั้นเปิดประตูด้านหลังแล้วขึ้นมานั่งบนเบาะ เจ้าหนุ่มไม่ประสากับความประหลาดตามวิสัยพวกหัวนอก จึงได้ถามว่าไปทางไหนขอให้บอกทางด้วย หญิงนั้นก็บอกทางว่าให้ข้ามสะพานพระราม 5 แล้วไปใกล้ ๆ กับวัดสังฆทาน
สารถีหนุ่มขับรถข้ามสะพานตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยทางที่จะไปวัดสังฆทาน เห็นป้ายบอกชื่อวัดหลายวัด ผู้โดยสารก็บอกว่าไปตามทางเรื่อย ๆ แต่เสียงกลับเย็นลงมาก หนุ่มนักเรียนนอกรู้สึกเย็นหวิว ๆ ชอบกลก็รู้สึกประหวั่นใจกลัว แต่ไม่ทันพูดอะไรผู้โดยสารก็พูดเหมือนรู้ความในใจว่าคุณเป็นคนดีมีธรรมะ ไม่ต้องกลัว ไม่มีใครกล้าทำอะไรคุณหรอก
ปานนั้นแล้วหนุ่มน้อยยังไม่คิดว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้าหนุ่มได้แต่แปลกใจ จึงถามสตรีนั้นว่าคุณนั่งมาคนเดียว จะมาคุ้มครองอะไรผม สตรีนั้นไม่ตอบ จนรถแล่นตามทางเลยวัดสังฆทานไป เวลานั้นมืดและเปลี่ยวมาก สองข้างทางเห็นแต่ป่าหญ้ารกและป่าช้า มีโกศเจดีย์มากมาย
เจ้าหนุ่มเริ่มรู้สึกกลัว แต่กลัวว่าจะถูกหลอกมาปล้นจี้ ก็คิดหาทางกลับรถ แต่ได้ยินเสียงหญิงนั้นเย็นยะเยือกว่าคุณเป็นคนดี ไม่ต้องกลัวอะไร สตรีลึกลับยังกล่าวต่อไปว่ามากับฉันไม่ต้องกลัวใคร แถวนี้ลูกน้องฉันทั้งนั้น เจ้าหนุ่มเข้าใจว่าหมายถึงเธอเป็นเจ้าแม่หัวหน้านักเลง จึงยังไม่คิดว่าถูกผีหลอกเข้าแล้ว
และแล้วเมื่อถึงที่หนึ่งใกล้ข้างทาง มีโกศเจดีย์ใส่กระดูกเต็มไปหมด ทั้งมืดทั้งเปลี่ยว ผู้โดยสารก็บอกให้หยุดรถ พอหยุดรถเจ้าหนุ่มก็เหลียวหลังไปดู เห็นเธอออกจากรถไปแล้ว โดยไม่รู้ว่าลงจากรถไปตอนไหน หญิงนั้นเดินไปในความมืด ได้ยินแต่เสียงว่าคุณเป็นคนดีแล้วก็มองไม่เห็นอะไรอีก เจ้าหนุ่มยังไม่คิดอะไร แต่กลัวว่าจะมีคนร้ายมาปล้น จึงรีบกลับรถออกมาโดยเร็ว
ปรีดิวิชญ์ขับรถหลงทางอยู่แถบนั้นกว่าครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่คิดอะไร รุ่งขึ้นมาทำงานได้เล่าความให้ผมฟังแล้วบอกว่าโชคดีไม่ถูกปล้น ผมแปลกใจจึงซักไซ้ไต่ถามจนสิ้นความ ผมพอเข้าใจความพวกนี้ก็บอกว่าไม่ใช่เรื่องปล้นปลิ้นอะไร แต่ถูกผีหลอกมาแล้วรู้ตัวหรือเปล่า เขาก็ยังไม่เชื่อ จึงบอกให้ไปพิสูจน์กันในเวลากลางวัน
เจ้าลูกชายผู้เป็นเพื่อนก็อยากรู้ อยากเห็น จึงบอกให้ไปด้วยกัน ช่วยกันตรวจสอบดูตามทางที่ไปเมื่อคืนที่ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ สองหนุ่มก็ตกลง ประสาคนหนุ่มนัดกันแล้วก็เอ้อระเหยลอยชายจนใกล้จะเลิกงานจึงนั่งรถออกไปด้วยกัน ไปตามทางที่เคยทำหน้าที่สารถีให้สตรีลึกลับนั้น
ไปเรื่อย ๆ จนพลบโพล้เพล้ที่โบราณว่าเป็นเวลาผีกล่อมลูกนั่นแหละก็ถึงที่หมาย ปรากฏว่าตรงจุดที่ส่งผู้โดยสารลงเป็นป่าช้า โดยรอบบริเวณมีแต่โกศเจดีย์เก็บกระดูกเต็มไปหมด และมีกำแพงวัดโดยรอบ ไม่มีบ้านผู้คนในบริเวณนั้นเลย ทางที่สตรีนั้นไปก็มีแต่โกศเจดีย์ใส่กระดูก
ผมได้บอกไปด้วยว่าให้ไปดูให้ถึงที่ว่าเธอหยุดตรงไหน แล้วดูให้ถี่ถ้วนว่ามีป้ายจารึกว่าเป็นที่เก็บกระดูกท่านใด จะได้ทำบุญกุศลอุทิศไปให้ถูกต้อง
แต่สองหนุ่มสองมุมเห็นสภาพต่าง ๆ ในเวลานั้นกลับรู้สึกหนาวขนลุก ไม่กล้าไปสำรวจว่าเป็นที่เก็บกระดูกท่านใด รีบเผ่นกลับมาหาผมที่บ้านแล้วเล่าความให้ฟัง ผมจึงบอกยืนยันว่าอย่าสงสัยเลย ถูกผีหลอกมาแล้ว และท่าทางจะไม่ใช่ผีธรรมดาเพราะอาจเป็นผีเจ้าแม่เจ้าป่าช้าก็ได้ จึงแนะให้ทำบุญอุทิศส่วนบุญไปให้
เรื่องที่มองไม่เห็นในยามปกติ ใช่ว่าบางเวลาจะมองไม่เห็น และที่ไม่เห็นก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มี ผมเองเคยเห็นมาแล้วจะจะอย่างน้อย 2 ครั้ง
ครั้งหนึ่งเตี่ยไปสงขลา ผมซึ่งปกติอยู่กับก๋งต้องไปเฝ้าบ้านกับญาติผู้พี่อีกคนหนึ่ง นอนบนชั้นสองของบ้าน ด้านหลังเป็นท่าเรือของบ้าน มีเรือใบขนข้าวสาร ราวตีสอง หมาชื่อเจ้าหมุนที่เฝ้าบ้านหอนดังลั่น ผมตื่นขึ้นมามองทางหน้าต่างไปทางหลังบ้าน เห็นที่หัวเรือใบมีผู้หญิงผมยาวนั่งสยายผม ผินหน้าไปอีกทางหนึ่ง จึงไม่ทราบว่าหน้าตาเป็นอย่างไร
ผมก็รู้แก่ใจว่าเป็นแม่ย่านางเรือแน่ เพราะเตี่ยเคยเล่าให้ฟังมาหลายครั้ง จึงปลุกญาติผู้พี่ที่นอนอยู่ข้างกันให้ลุกขึ้นมาดูด้วยกัน และเห็นด้วยกัน นั่งดูอยู่ครู่หนึ่งแม่ย่านางเรือนั้นก็หายไป ผมกับญาติผู้พี่จึงไม่เป็นอันนอน จุดตะเกียงนั่งคุยกันจนย่ำรุ่ง
อีกครั้งหนึ่งเป็นช่วงที่บวช ได้สำนักอยู่กุฏิเดียวกับพ่อท่านพลับ มหาเถรผู้เรืองวิทยาคมสำคัญองค์หนึ่งของภาคใต้ แต่อยู่คนละห้อง
วันหนึ่งพระอาจารย์บอกว่าพระบวชใหม่มีบุญกุศลมาก บุญกุศลนั้นเป็นทิพยสมบัติ ยิ่งแบ่งปันยิ่งอุทิศมากยิ่งออกลูกออกหลานมาก ท่านว่าเธอถือศีลบริสุทธิ์ ท่านพูดว่าก่อนหน้านี้ไม่อยากให้ถูกรบกวนจะเสียสมาธิ จะเป็นบาปแก่ทุกฝ่าย ตอนนี้บวชมาหลายวันคุ้นวัดแล้วสมควรแผ่ส่วนกุศลให้ผู้อื่น ให้พยายามทำจิตใจและตั้งสติให้ดี ผมก็ไม่ทันคิดอะไร
ผมเข้าใจว่าท่านสอนให้แผ่ส่วนกุศล คืนนั้นจำวัดตามปกติ พอราวตีสอง รู้สึกตัวตื่นลืมตาขึ้นมามืดมาก แต่รู้สึกว่ามีคนนั่งอยู่เต็มห้องแม้ภายนอกหน้าต่าง บ้างก็สวมเสื้อ บ้างก็ไม่สวมเสื้อ
ผมไม่คุ้นเคยกับท่านเหล่านั้นก็ตกใจ แต่แว่บเดียวก็ตั้งสติได้เพราะระลึกถึงคำพระอาจารย์เมื่อตอนกลางวัน ผมเพ่งตาดูท่านเหล่านั้นเห็นน่าเวทนา ราวกับว่าต้องขังให้ทนทุกข์ทรมานเป็นอันมาก จึงพริ้มตาลงทำใจให้เป็นสมาธิ ตั้งใจอุทิศบุญกุศลแห่งอุปสมบทให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้นได้มีความสุขพ้นจากทุกข์ทรมานทั้งปวงแล้วกำหนดจิตนิ่งมั่นแผ่ไป
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ท่านเหล่านั้นก็หายไปหมดแล้ว มีแต่วิเวก จิตก็เกิดปีติ รุ่งเช้าเวลาจังหัน พระอาจารย์ได้ถามขึ้นมาเองว่าเมื่อคืนได้แผ่ส่วนกุศลเต็มที่แล้วนะ
อันเรื่องผีนั้นมีอยู่ทุกชาติ ทุกภาษา บางคนแม้ไม่เคยเห็นหรือมีประสบการณ์กับตัวหรือไม่เชื่อ แต่อย่างน้อยก็เคยได้ยินเรื่องผีตลอดมาไม่ใช่หรือ?
ขอท่านทั้งหลายพึงรับเอาประโยชน์จากนิทานก่อนนอนในค่ำนี้ ดังที่พระท่านสอนว่า ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรมนั้นแล.
ขอขอบคุณ คุณภูมิจิต ศิระวงศ์ประเสริฐ ผู้อาสารวบรวม
|