- ธรรมนิติเปิดกิจการให้บริการด้านไอที
- ขอเชิญร่วมบริจาคภาพเพื่อลงในพระไตรปิฎก ในระบบ E-book ถวายไว้ในพระพุทธศาสนา
- ขอเชิญร่วมบริจาคสร้างพระไตรปิฎก ในระบบ E-book ฉลอง 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้
- ต้องการงานดี มีความมั่นคง ลองคลิกเข้าไปดูที่ www.jobdst.com
- ขอเชิญติดตามอ่านบทความเรื่อง "พยากรณ์สงกรานต์ 2555" ที่คอลัมน์บทความพิเศษได้แล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
| รายงานพิเศษ เรื่อง “ไพศาล” เชื่อสหรัฐเคลื่อนเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำเข้าสู่อ่าวเปอร์เชียแค่กดดันอิหร่าน แต่เสี่ยงสงครามสูง |
|
|
| ข่าว - รายงานพิเศษ | |||||||||
| เขียนโดย กองบรรณาธิการ | |||||||||
| วันพุธที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๐:๕๗ น. | |||||||||
|
นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้กล่าวในรายการสู้เพื่อบ้านเมือง ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์เสียงประชาชน ช่อง 13 สยามไท เมื่อคืนวานนี้ ชี้ว่าการที่สหรัฐเคลื่อนเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำเข้าไปในอ่าวเปอร์เชีย จนเกิดความวิตกกันทั่วโลกเมื่อ 2-3 วันมานี้เป็นเพียงแค่การขู่และกดดันอิหร่าน แต่จะทำให้หุ้นตก น้ำมันและทองราคาสูงขึ้น เพราะทั่วโลกกลัวภัยสงคราม นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าขณะนี้โลกทุนนิยมกำลังล้มละลายทั่วด้าน จึงต้องการปล้นชิงทรัพยากรน้ำมันจาก 5 แหล่งสำคัญของโลกมาค้ำยันการล้มละลาย 5 แหล่งพลังงานคือลิเบีย ซีเรีย อิหร่าน อ่าวไทย และทะเลจีนใต้บริเวณหมู่เกาะสแปลชลี่ย์ของจีน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็กดดันจีนอย่างหนักด้วยคิดว่าหากข่มจีนลงได้แล้วที่เหลือก็หวานหมูของโจรสลัดสากล ถึงขนาดประกาศจะเคลื่อนย้ายเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำจากกองเรือที่ 6 ที่ควบคุมภาคพื้นยุโรปและตะวันออกกลางเข้ามาสมทบกับเรือบรรทุกเครื่องบินอีก 2 ลำ ในแปซิฟิค ซึ่งจะทำให้มีเครื่องบินทิ้งระเบิดบนเรือรวมกันเป็น 1,600 ลำ แต่เมื่อเกิดวิกฤตความขัดแย้งกับอิหร่านก็ถอนเรือบรรทุกเครื่องบินและแสนยานุภาพจากกองเรือที่ 6 มาสมทบกับกองเรือที่ 7 ไม่ได้ ต่อมาสหรัฐก็ประกาศจะคว่ำบาตรอิหร่าน ซึ่งอิหร่านก็ตอบโต้ว่าถ้าคว่ำบาตรก็จะปิดช่องแคบเฮอร์มุชซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันจากตะวันออกกลางถึง 70% จึงทำให้แผนคว่ำบาตรเดินหน้าไม่ได้ เพราะหลายประเทศไม่เล่นด้วย คงเหลือ 3 ชาติที่ยังพยายามกดดันอิหร่านอยู่ คือสหรัฐ อังกฤษ และฝรั่งเศส โดยฝรั่งเศสนั้นทำแบบเสียไม่ได้ ล่าสุดสหรัฐส่งรัฐมนตรีคลังไปเที่ยวล็อบบี้ชาติต่าง ๆ ไม่ให้ซื้อน้ำมันจากอิหร่าน หวังตัดเส้นเลือดเศรษฐกิจ ปรากฏว่าจีน ญี่ปุ่น อินเดีย ไม่ร่วมมือ ประกาศเดินหน้าซื้อน้ำมันจากอิหร่านเหมือนเดิม ในขณะที่รัสเซียนอกจากไม่ร่วมมือแล้ว ยังออกแถลงการณ์ด่าสหรัฐยับเยินในทุกประเด็น โดยมีกลุ่มประเทศอาฟริกา ลาตินอเมริกา และประเทศในโลกที่สามแอบเชียร์อิหร่านกันคึกคัก เมื่อคว่ำบาตรก็ไม่ได้ ตัดเส้นเลือดเศรษฐกิจก็ไม่สำเร็จ สหรัฐจึงต้องใช้แสนยานุภาพเข้าข่มขู่อิหร่าน โดยการเคลื่อนเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำของกองเรือที่ 6 พร้อมเรือคุ้มกันอีก 10 ลำเข้าไปในอ่าวเปอร์เชีย อ้างว่าเพื่อคุ้มครองเส้นทางลำเลียงน้ำมัน จนทำให้เกิดความหวั่นวิตกทั่วโลกว่าจะเกิดสงคราม ผลจากการนี้ก็จะทำให้หุ้นตก น้ำมันและทองขึ้นราคา และเกิดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจการเงินทั่วทั้งโลก นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าตนพิเคราะห์ดูการเคลื่อนไหวในครั้งนี้แล้ว เชื่อว่าสหรัฐ อังกฤษ และฝรั่งเศส ยังไม่มีขีดความสามารถที่จะเปิดสงครามกับอิหร่านได้ เพราะฝรั่งเศสไม่เอาจริงเอาจัง เนื่องจากมีผลประโยชน์อยู่กับอิหร่านและชาติอาหรับ ส่วนอังกฤษอาจจะเอาจริงมากหน่อยเพราะเป็นหุ้นส่วนกับสหรัฐ แต่ก็โดดเดี่ยวมากขึ้น เพราะประเทศในยุโรปกำลังประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ไม่พร้อมรบ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ก็ต้องระวังเกาหลีเหนือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ก็อยู่ไกล หากจะเสือกเข้าไปยุ่งก็คงเห็นไม่คุ้มค่า ไม่คุ้มกัน นอกจากนั้นสหรัฐยังบอบช้ำจากสงครามนานนับสิบปีจากตะวันออกกลาง และประสบวิกฤตทางเศรษฐกิจถึงขั้นจะล้มละลาย จนต้องตัดงบประมาณทางการทหารครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คือ 400,000 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ เพราะไม่สามารถคงงบประมาณตามเดิมไว้ได้ ย่อมมีผลกระทบต่อการพัฒนาและเสริมสร้างแสนยานุภาพ ในขณะที่อีกพวกหนึ่งกำลังเพิ่มแสนยานุภาพเพื่อตีโต้สหรัฐให้กลับไปปิดประเทศเหมือนยุคมอนโรอีกครั้งหนึ่ง สภาพรวมทางยุทธศาสตร์ได้เผยให้เห็นชัดเจนว่าขณะนี้สหรัฐแม้ต้องการจะก่อสงคราม ก็ไม่พร้อมที่จะทำสงคราม ยิ่งต้องเคลื่อนแสนยานุภาพจากค่อนโลกในสถานการณ์เช่นนี้ ย่อมไม่อาจสำเร็จได้ และไม่อาจยืนหยัดยาวนานได้ นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าลำพังแสนยานุภาพของเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำ มีเครื่องบินทิ้งระเบิด 800 ลำ มีอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธราว ๆ 3,000 ลูก แต่กำลังทหารราบและนาวิกโยธินไม่เพียงพอ เพราะอิหร่านไม่ใช่อิรัก ซึ่งเป็นประเทศเล็ก มีประชากรแค่ 20 ล้านคน แต่อิหร่านเป็นประเทศใหญ่ มีประชากรถึง 70 ล้านคน มีความเป็นเอกภาพ เป็นนักรบโดยสายเลือดที่สืบทอดมาจากชาวเปอร์เชียและเมโสโปเตเมียในประวัติศาสตร์ ที่สำคัญแสนยานุภาพของอิหร่านเข้มแข็งกว่าอิรักนับร้อยเท่า และไม่มีใครรู้ว่ามีความร้ายแรงขนาดไหน จุดที่เป็นปัญหามากที่สุดคืออาวุธร้ายแรงของอิหร่าน เช่น นิวเคลียร์เล็ก มีข่าวว่าอยู่ในหลายพื้นที่ของโลก และเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำพร้อมเรือคุ้มกันเหมือนดั่งจระเข้ใหญ่เมื่อเข้ามาในอ่าวเปอร์เชียก็เหมือนมาสู่หนองน้ำเล็กก็จะไม่คล่องตัว นักรบมุสลิมและกองทัพอิสลามหลายกลุ่มมีขีดความสามารถที่จะใช้ขีปนาวุธปฏิบัติการต่อกองเรือนี้ได้ และเมื่ออยู่ระยะใกล้การใช้ขีปนาวุธต่อต้านการโจมตีก็อาจไม่ทันการณ์ จึงเป็นความเสี่ยงอันตรายและเสี่ยงที่จะเกิดสงครามขึ้น เพราะถ้าเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำนี้ถูกโจมตีไม่ว่าจากกลุ่มไหน ซึ่งต้องไม่ลืมว่าขบวนการอัลกออิดะห์และกลุ่มปฏิวัติอิสลามมากมายก็เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่นั้น แต่สหรัฐก็คงต้องชี้หน้าไปที่อิหร่าน แต่อิหร่านนั้นมีพรมแดนยาว ด้านหลังติดกับรัสเซีย และยังเชื่อมโยงถึงปากีสถาน ทั้งรัสเซียและจีนคงไม่ปล่อยเฉย โดยเฉพาะจีนนั้นรู้ดีว่าหากอิหร่านเสียที ภัยคุกคามใหญ่หลวงก็จะพุ่งมาที่ประเทศจีน โดยเฉพาะในทะเลจีนใต้ และเกาหลีเหนือก็คงไม่รอให้ชะตากรรมสุดท้ายมาตกที่ตน ดังนั้นการเคลื่อนกองเรือดังกล่าวที่น่าจะมีเป้าหมายแค่การข่มขู่ ข่มขวัญ ซึ่งอาจรวมทั้งการให้กำลังใจแก่ประเทศบริวารของสหรัฐในตะวันออกกลาง แต่กลับสร้างความเสี่ยงภัยต่อสงครามที่สูงมาก นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าการข่มขู่กดดันคงไม่ได้ผลอะไร เพราะเมื่อวานนี้ก็ปรากฏว่าเรือรบอิหร่านได้แล่นสวนไปสวนมากับกองเรือของสหรัฐ เป็นทำนองว่าแกมีมีดด้ามยาว ข้าก็มีมีดสั้น เมื่ออยู่ประชิดกันก็ตายพร้อมกัน นอกจากนั้นกองทัพอิหร่านยังประกาศให้กองเรือของสหรัฐดังกล่าวออกไปจากอ่าวเปอร์เชียและไม่รับรองความปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกเพราะใครจะไปรับรองความปลอดภัยใครได้ เนื่องจากมีกองกำลังไม่รู้กี่กลุ่มในย่านนั้น ดังนั้นนอกจากภารกิจในการข่มขวัญกดดันไม่ได้ผลแล้ว ชาวโลกก็ต้องพาซวยไปกับความขัดแย้งครั้งนี้.
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."
|





