84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านรู้สึกอย่างไรกับการใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท จัดงานฉลองความสำเร็จแก้ปัญหาน้ำท่วม?
 
ป้ายโฆษณา
รายงานพิเศษ เรื่อง ประเทศในเอเชียกับสามกลยุทธ์หยุดมหาอำนาจไม่ให้ก่อสงคราม พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 2
แย่ดีที่สุด 
ข่าว - รายงานพิเศษ
เขียนโดย ไพศาล พืชมงคล   
วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๗:๔๐ น.
|


     นายไพศาล พืชมงคล เลขาธิการ สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน และกรรมการที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแห่งราชอาณาจักร ภาคที่ 1 ได้บรรยายเรื่องประเทศในเอเชียกับสามกลยุทธ์หยุดมหาอำนาจไม่ให้ก่อสงครามแก่คณะนักธุรกิจและสมาชิกสมาคมฯ เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2555 แนะว่าประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะจีน ต้องพิจารณาใช้ 3 กลยุทธ์ หยุดยั้งมหาอำนาจ ไม่ให้ก่อสงครามขึ้นในภูมิภาคเอเชีย เพื่อธำรงรักษาสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรืองของเอเชียให้ก้าวรุดหน้าต่อไป โดยระบุว่าการชี้นำของประธานาธิบดีหูจิ่งเทาที่ส่งเสริมแนวรบวัฒนธรรมจะมีส่วนเสริมสร้างความมั่นคงและเอกภาพแห่งเอเซียได้ 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าขณะนี้ทุนนิยมโลกกำลังล้มละลายอย่างทั่วด้าน เอเชียกำลังรุ่งเรือง ความเจริญเติบโตของเอเชียกำลังกลายเป็นกระแสหลักของโลก สอดคล้องกับที่สหายเหมาเจ๋อตง อดีตประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีนเคยกล่าวไว้เมื่อ 60 ปีก่อนว่าสักวันหนึ่งลมตะวันออกจะพัดกลบลมตะวันตก 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าขณะนี้ประเทศในกลุ่มประชาคมยุโรปกำลังจะล้มละลาย เพราะต่างก็เป็นหนี้มหาศาล ไม่สามารถชำระหนี้ได้ สภาพล้มละลายกำลังลุกลามจากกรีก อิตาลี สวีเดน และกำลังขยายไปถึง 15 ประเทศในกลุ่มประชาคมยุโรป ยิ่งกลุ่มประชาคมยุโรปออกมาตรการบังคับประเทศสมาชิกเท่าใด ก็ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความล่มสลายที่ใกล้เข้ามามากขึ้นเท่านั้น เพราะมาตรการเหล่านั้นไม่มีใครยอมรับปฏิบัติ ต่างแย่งกันใช้จ่ายเกินตัว และในที่สุดจะทำให้เงินยูโรกลายเป็นเงินกงเต็ก และจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวง โดยมีฐานะทางยุทธศาสตร์ว่าขาของคีมเหล็กโลกอันหนึ่งกำลังพังพินาศลง ในขณะที่ขาของคีมเหล็กอีกอันหนึ่งคือสหรัฐอเมริกาก็กำลังล้มละลายเหมือนกัน 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าสหรัฐอเมริกามีปัญหา 3 อย่างพร้อม ๆ กัน เป็นไปดังที่มาร์ค เลนิน เคยวิเคราะห์เอาไว้ และเป็นไปตามกฎแห่งกรรมที่กระทำไว้ต่อชาวโลก ปัญหาใหญ่ 3 อย่างที่สหรัฐอเมริกาจะแก้ไม่ได้คือ 

     ปัญหาที่หนึ่ง ได้แก่ปัญหาหนี้สิน ที่สูงมากอยู่ในขั้นล้มละลายทั้งสองภาคส่วน คือรัฐบาลกลางก็กำลังล้มละลายเพราะเป็นหนี้สินถึง 120% ของ GDP ในขณะที่ชาวอเมริกันก็ตกอยู่ในฐานะล้มละลายแล้วเพราะรายได้ไม่พอกับรายจ่าย และก่อหนี้ผูกพันในอนาคต นั่นคือนำรายได้ในอนาคตถึง 120 ปีไปเป็นหลักประกันหนี้ ก็ยังไม่พอชำระหนี้ และมีความเดือดร้อนทุกข์เข็ญมากขึ้นทุกที จนก่อเกิดเป็นกระแสโค่นล้มทุนนิยม หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Occupy Wall Street ซึ่งกำลังขยายตัวรุนแรงมากขึ้นทุกทีทั้งในสหรัฐอเมริกาและในกว่า 1,500 เมืองต่าง ๆ ของโลกทุนนิยม แต่ประเทศเหล่านั้นใช้อำนาจเผด็จการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารไม่ให้ชาวโลกรู้ แต่ก็ไม่มีทางรอดสายตาชาวโลกไปได้เพราะเครือข่าย Social Network สามารถส่งข่าวสารถึงกันได้ ปรากฏการณ์ที่ประชาชนลุกขึ้นโค่นล้มระบอบทุนนิยมโลกกำลังขยายตัวและไม่มีทางที่จะหยุดยั้งได้ และเพราะเกี่ยวเนื่องกับปัญหานี้จึงทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐหมดฐานะที่จะครองโลกอีกต่อไป เพราะหลังจากถูกแย่งชิงพื้นที่จากเงินสกุลยูโรแล้ว ต่อมาก็ถูกแย่งชิงพื้นที่จากสกุลหยวนด้วย เฉพาะการขยายตัวของเงินหยวนอยู่ในอัตราเร่งที่ก้าวหน้า และรวดเร็วมาก ในปีก่อนมีการใช้เงินหยวนในการค้าขายระหว่างประเทศแค่ระดับแสนล้านหยวน แต่ในปีนี้คือปีที่เพิ่งผ่านไปมียอดการใช้เงินหยวนในการค้าขายระหว่างประเทศกว่า 1.2 ล้านล้านหยวน นั่นแสดงถึงกระแสลมตะวันออกกำลังพัดกลบลมตะวันตกอย่างชัดเจน 

     ปัญหาที่สอง ได้แก่ปัญหาแตกแยกภายในมลรัฐต่าง ๆ ซึ่งรัฐทางใต้ที่เคยทำสงครามกลางเมืองกับรัฐทางเหนือในยุคสมัยของอดีตประธานาธิบดีลินคอร์นกำลังไม่พอใจภาระหนี้สินของรัฐบาลกลาง ซึ่งส่วนใหญ่ก่อขึ้นโดยรัฐทางเหนือ ในขณะที่รัฐทางใต้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเพราะส่วนใหญ่เป็นรัฐที่ประกอบกิจการเกษตรกรรม ดังนั้นจึงเกิดกระแสปฏิเสธไม่ยอมรับภาระหนี้สินมโหฬารนั้น ส่อว่าจะเกิดความขัดแย้งที่ขยายตัวต่อไป และถ้าแก้ปัญหาไม่ถูกต้องก็อาจเกิดการแตกตัวแบบเดียวกับที่สหภาพโซเวียดเคยเป็นมาแล้ว คือจากสหภาพกลายเป็นหลายประเทศ ด้วยกฎแห่งกรรมอันเป็นวิบากกรรม สหรัฐก็อาจต้องกลายเป็นหลายประเทศได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นปัญหานี้จึงเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก มีความเปราะบาง ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง และต้องนับว่าเป็นปัญหาความมั่นคงภายในที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐนับแต่สิ้นสุดสงครามกลางเมืองในสมัยประธานาธิบดีลินคอร์นเป็นต้นมา 

     ปัญหาที่สาม ได้แก่ปัญหาการเปลี่ยนศาสนาของชาวนิโกรอเมริกัน ซึ่งนับตั้งแต่ยุคการค้าทาสเป็นต้นมา ชาวผิวดำถูกบังคับและอบรมสั่งสอนให้นับถือศาสนาคริสต์ และสืบเชื้อสายนับถือศาสนาคริสต์ต่อมาโดยลำดับ แต่เมื่อราว 30 ปีที่ผ่านมาได้เกิดปรากฏการณ์นำหมู่ขึ้น นั่นคือการเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลามของแชมป์มวยโลกเคสเซียส เคลย์ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อทางศาสนาอิสลามว่ามูฮัมหมัด อาลี ปรากฏการณ์ดังกล่าวหาได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติไม่ แต่เป็นผลมาจากการขยายกิจการศาสนาอิสลาม ที่ขับเคลื่อนโดยสภาผู้นำทางศาสนาอิสลามโลก แต่ที่น่าสังเกตคือการเปลี่ยนศาสนาครั้งนี้กลายเป็นเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลามนิกายวาฮาบี หรือนิกายบริสุทธิ์ ซึ่งก็คือนิกายเดียวกับนายโอซามะบินลาดิน หัวหน้าขบวนการอัลกออิดะห์นั่นเอง จึงทำให้เกิดความประหวั่นพรั่นพรึงแก่เพนตาก้อน และบรรดาผู้รับผิดชอบด้านความมั่นคงทั้งหลาย ว่าจะทำให้ความเสี่ยงต่อปัญหาความมั่นคงในทุกด้านของสหรัฐเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด และนับว่าเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก หากผิดพลาดก็จะก่อภัยที่ร้ายแรงขึ้น นับเป็นปัญหาที่คุกคามต่อบรรดาผู้นำและผู้บริหารระดับต่าง ๆ ของสหรัฐครั้งใหญ่ที่สุด นับแต่เกิดกรณีลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีเคเนดี้เป็นต้นมา 

     สภาพปัญหาทั้งสามนี้เกิดขึ้นในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ คือเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญกับปัญหาภัยธรรมชาติและปัญหาโลกร้อนในระดับใกล้วิกฤติ เกิดขึ้นในสถานการณ์ที่ประชาคมยุโรปซึ่งเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดและวางใจของสหรัฐก็กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาเศรษฐกิจการเงินครั้งร้ายแรงที่สุด ที่อาจทำให้ประชาคมยุโรปสลายตัว และเกิดสภาพล้มละลายขึ้นในหลายประเทศ ไม่อาจค้ำจุนช่วยเหลือสนับสนุนสหรัฐได้เหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป และเกิดขึ้นในท่ามกลางสถานการณ์ปฏิวัติอิสลามที่กำลังไหม้ลามอยู่ในตะวันออกกลาง โดยที่สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนั้น นักวิชาการจำนวนมากไม่อาจให้คำอรรถาธิบายได้ว่าคืออะไร เพราะบ้างก็ว่าเป็นกระบวนการโค่นล้มและยึดครองดินแดนอิสลามที่อุดมไปด้วยทรัพยากรน้ำมัน บ้างก็ว่าเป็นการปฏิวัติของประชาชาติอิสลามอย่างบริสุทธิ์ แต่แท้จริงแล้วสถานการณ์นั้นเป็นการปะทะกันของการเคลื่อนไหวสองกระแส คือ 

     กระแสที่หนึ่ง ได้แก่กระแสปฏิวัติอิสลามที่อยู่ภายใต้การนำอันลึกซึ้งซับซ้อนยากเห็นร่องรอยของสภาผู้นำศาสนาอิสลามโลกที่ต้องการโค่นล้มบรรดาผู้นำมุสลิมขายตัวที่ยอมตนเป็นทาสของไซตอน (หรือซาตานในศาสนาคริสต์) ปล้นความมั่งคั่งของประชาชาติอิสลาม และยอมจำนนเป็นทาสมหาอำนาจตะวันตก และเพราะเหตุนี้บางพื้นที่ที่กองเรือรบของอิหร่านไม่เคยเคลื่อนไหวได้ในระยะ 30 ปีที่ผ่านมาก็สามารถลอยลำชูธงเป็นสง่าในน่านน้ำบางแห่งได้ กระทั่งสามารถยื่นคำขาดต่อกองทัพสหรัฐห้ามมิให้กองเรือรบสหรัฐเข้าไปยุ่มย่ามในอ่าวเปอร์เซียอีกด้วย ซึ่งช่างบังเอิญและสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของสหรัฐที่จะถอนนาวิกานุภาพจากพื้นที่รับผิดชอบของกองเรือที่ 6 ไปสมทบกับกองเรือที่ 7 ในภาคพื้นแปซิฟิก ซึ่งมุ่งหมายกดดันต่อประเทศจีนโดยเฉพาะต่อปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับแหล่งพลังงานในทะเลจีนใต้ย่านหมู่เกาะสแปลชลี่ย์ของจีน การเคลื่อนไหวต่อสู้กระแสนี้จะยังคงขยายตัวลุกลามต่อไป และบังเอิญเหลือเกินที่ไปสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของประชาชาติในโลกทุนนิยม ที่กำลังเคลื่อนไหว Occupy Wall Street เพื่อโค่นล้มระบอบทุนนิยมโลกกว่า 1,500 เมืองทั่วโลกในขณะนี้ 

     กระแสที่สอง ได้แก่กระแสก่อสงครามยึดครองเพื่อปล้นสดมภ์เอาทรัพยากรธรรมชาติใน 5 พื้นที่ของโลก ตามวิสัยเดิมของโจรสลัด เพื่อนำเอาความมั่งคั่งเหล่านั้นไปค้ำจุนและแก้ไขปัญหาการล้มละลายของโลกทุนนิยม 5 พื้นที่ของโลกที่ตกเป็นเป้าหมายการยึดครองคือลิเบีย ซีเรีย อิหร่าน อ่าวไทย (และรวมถึงพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทยของราชอาณาจักรไทยและกัมพูชา) และแหล่งที่ห้าคือพื้นที่ทะเลจีนใต้ในบริเวณหมู่เกาะสแปลชลี่ย์ของประเทศจีน แนวโน้มดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว แต่เมื่อ 3 ปีก่อนพูดเรื่องนี้ก็ไม่มีใครรับฟัง เมื่อ 2 ปีก่อนพูดเรื่องนี้ก็มีแต่คนโต้แย้ง แต่ปีนี้พูดเรื่องนี้ย่อมเป็นที่สนใจ เพราะขณะนี้ลิเบียถูกยึดครองไปแล้ว กำลังจะเกิดรัฐบาลหุ่นที่จะบรรณาการทรัพยากรให้กับมหาอำนาจ และสถานการณ์กำลังรุกเข้าสู่ซีเรียและอิหร่าน ในขณะที่พื้นที่อ่าวไทยและทะเลจีนใต้ก็กำลังคุกรุ่นเต็มที 

     การเคลื่อนไหวสองกระแสนี้กำลังพัฒนากลายเป็นกระแสความขัดแย้งหลักของโลก โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับสันติภาพและความมั่นคงของโลก โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชีย เพราะทั้งห้าพื้นที่ล้วนอยู่ในเอเชีย เกี่ยวพันกับชีวิต ความเป็นอยู่ ความมั่นคง สันติภาพ สันติสุขของประชาชาติเอเชียทั้งผอง 

     สถานการณ์วิกฤติทางเศรษฐกิจรุมเร้าคุกคามมหาอำนาจชาติตะวันตกมากเท่าใด ก็คือการเร่งอุณหภูมิให้กับสถานการณ์สงครามที่กำลังก่อตัวขึ้นในภาคพื้นที่ของภูมิภาคเอเชียมากเท่านั้น 

     ประธานเหมาเจ๋อตงเคยชี้นำไว้นานมาแล้ว แต่ยังคงดำรงความถูกต้องแจ่มใสอยู่ในปัจจุบันนี้ นั่นคือคำชี้นำที่ว่าตราบใดที่ยังมีชนชั้นและการต่อสู้ทางชนชั้น (ไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่ หรือเรียกมันว่าอย่างไร) ชีวิตของอสูรสงครามก็ยังไม่สิ้นไปจากโลก และสอดคล้องอย่างยิ่งกับการค้นพบอันลึกล้ำของไอร์สไตน์ที่ว่าสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นภัยร้ายแรงต่อมนุษยชาติมากยิ่งกว่าอาวุธนิวเคลียร์ก็คือดอกเบี้ยทบต้น และบัดนี้มหาภัยตัวนี้ก็ได้พัฒนายกระดับเป็นอสูรตัวใหม่ในโลกเศรษฐกิจ คือพัฒนาเป็นระบบเช่าซื้อหรือ Hire Purchase ที่ลูกหนี้ต้องจ่ายทั้งดอกเบี้ยทบต้น และต้องจ่ายดอกเบี้ยให้กับเงินต้นที่ได้ชำระไปแล้วด้วย ช่างสอดคล้องกับสิ่งที่คาร์ลมาร์คได้กล่าวไว้ว่า ปัญหาที่โลกทุนนิยมจะไม่มีวันแก้ไขได้ก็คือกำไรและดอกเบี้ย ที่ในที่สุดแล้วจะกลายเป็นตัวทำลายโลกทุนนิยม และวันนี้สิ่งที่คาร์ลมาร์คมองเห็นมานานแล้วกำลังจะปรากฏเป็นจริงขึ้นแล้ว 

     ดังนี้แล้วประชาชาติเอเชียทั้งมวลจะมองสถานการณ์นี้ด้วยความเข้าใจอย่างไร จะมีท่าทีและมาตรการในการรับมืออย่างไร จึงเป็นปัญหาสำคัญที่วางอยู่เบื้องหน้าบรรดาผู้นำประเทศ และประชาชาติเอเชียทั้งหลาย เพราะมันกำลังเป็นสถานการณ์ที่ประชาชาติเอเชียกำลังจะเผชิญหน้ากับสงครามที่เหี้ยมโหดอำมหิตอีกครั้งหนึ่ง หลังจากสงครามโลกและสงครามเย็นสิ้นสุดลงแล้ว 

     แต่ทว่าเป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิงที่จะทำให้ทุกประเทศในเอเชียผนึกกำลังกันรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น เพราะหลายประเทศยังจมปลักและถอนตัวไม่ขึ้นจากการถูกครอบงำของมหาอำนาจ ยังคงเป็นทาสหรือประเทศบริวารที่ตกเป็นเครื่องมือบ่อนทำลายประเทศและประชาชาติในเอเชียด้วยกัน แต่การผนึกกำลังประเทศและประชาชาติเอเชียเพื่อรับมือกับสถานการณ์ร้ายและหยุดยั้งสงครามก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ 

     มีความเป็นไปได้อย่างสัมบูรณ์ที่ประเทศเอเชียและประชาชาติเอเชียส่วนใหญ่จะผนึกกำลังกันหยุดยั้งสงคราม ธำรงรักษาสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของเอเชียไว้ต่อไป กระทั่งสามารถใช้พลังจักรวาลบางชนิดในการสกัดอสูรสงครามไม่ให้คุกคามมากไปกว่านี้ 

     พลังจักรวาลที่ว่านี้คืออะไร ในสมัยสามก๊ก โลซกแห่งกังตั๋งก็เคยตั้งเป็นปัญหาถามจูกัดเหลียงขงเบ้งว่าพลังจักรวาลคืออะไร ในครั้งนั้นขงเบ้งตอบว่าเมื่อครั้งสงครามทุ่งพกบ๋อง เราใช้ไฟเผาทหารโจโฉเสียสิบหมื่น ไฟจึงมียุทธานุภาพเหนือกว่าทหารสิบหมื่นของโจโฉ เมื่อครั้งสงครามที่แม่น้ำแปะโห เราไขน้ำท่วมทหารโจโฉเสียสิบหมื่น น้ำมียุทธานุภาพเหนือกว่าทหารโจโฉสิบหมื่น 

     และหลังจากการสนทนากับโลซกไม่ถึงชั่วยาม ขงเบ้งก็ได้อาศัยหมอกอันหนาทึบที่ปกคลุมทั่วท้องน้ำแยงซีและพื้นที่ข้างเคียง บังตากองทัพบก กองทัพเรือของโจโฉ หลอกล่อให้ทหารโจโฉยิงเกาทัณฑ์นับแสนดอก แล้วเอาเกาทัณฑ์ไปมอบแก่จิวยี่ได้สำเร็จ 

     จากบทสนทนาในครั้งนั้น ย่อมเห็นได้ว่าไฟ น้ำ หมอก ล้วนเป็นพลังจักรวาลที่มียุทธานุภาพยิ่งใหญ่ และเช่นเดียวกัน ในสงครามปลดแอกและสงครามประชาชาติของจีน พรรคคอมมิวนิสต์จีนก็ได้ใช้พลังจักรวาลอีกชนิดหนึ่ง นั่นคือพลังแห่งความเคียดแค้นชิงชังต่อบรรดาเหล่าผู้ทรยศชาติและขายชาติ และพลังแห่งความศรัทธาเชื่อมั่นที่ประชาชาติจีนมีต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานเหมาเจ๋อตง นำมวลมหาประชาชนร่วม 30 ล้านคนเข้าสู่สงครามประชาชาติ สงครามปลดแอกอย่างมีชัย 

     ดังนั้นการจะหยุดยั้งสงคราม ที่อสูรสงครามตัวร้ายจ้องเขมือบขม้ำประเทศและประชาชาติเอเชียอยู่นี้ การธำรงรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและความรุ่งเรืองไพบูลย์ จึงเป็นภารกิจอันสำคัญยิ่ง และต้องใช้พลังทุกอย่างแม้กระทั่งพลังจักรวาล 

     ซุนหวู่เคยกล่าวไว้ว่า ชัยชนะที่ได้มาโดยไม่ต้องรบ คือชัยชนะที่เลิศที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องพูดง่ายแต่ทำจริงย่อมไม่ง่าย แต่ทว่าไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ มันเคยเกิดขึ้นมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว แม้ 1 ใน 3 ยุทธการใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในการปลดแอกประเทศจีนคือยุทธการเป่ยผิงเทียนสิน ที่ประธานเหมาเจ๋อตงเข้าบัญชาการเองก็ได้ดำเนินกลยุทธ์นี้ ถึงขนาดประกาศว่ากระเบื้องสักแผ่นเดียวก็จะไม่ให้เสียหาย ให้ปรากฏมาแล้ว 

     แกนหลักในการปฏิบัติภารกิจอันสำคัญยิ่งเพื่อสันติภาพและความรุ่งเรืองไพบูลย์ของเอเชียครั้งนี้ ย่อมหนีไม่พ้นไปจากความร่วมมือแก่นแกนสุด คือไทย-จีน จากนั้นยกระดับไปสู่อาเซียน-จีน และยกระดับไปสู่อาเซียน +3  

     สำหรับกลยุทธ์ในการหยุดยั้งสงครามและธำรงรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและความรุ่งเรืองไพบูลย์ จักต้องกำหนดเข็มมุ่งหลีกเลี่ยงสงครามให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากถึงขนาดทำให้อสูรสงครามเหี่ยวเฉาพินาศวายวอดไปเองได้ย่อมดีที่สุด รองลงมาก็คือการทำให้อสูรสงครามไม่กล้าก่อสงคราม ดังที่ซุนหวู่กล่าวไว้ว่า เมื่อทำให้ข้าศึกไม่ต้องการโจมตีแล้ว เพียงแค่ขีดเส้นไว้ที่พื้น ข้าศึกก็ไม่เข้าโจมตี แต่ถ้าข้าศึกต้องการจะโจมตี ต่อให้มีกำแพงสูงใหญ่ข้าศึกก็จะเข้าตี ปมเงื่อนของการเข้าตีหรือไม่อยู่ที่การเห็นประโยชน์ของข้าศึก และการเห็นภัยที่จะต้องเผชิญหากเข้าตี    

     กลยุทธ์ที่จะใช้รับมือกับอสูรสงครามเห็นจะมี 3 กลยุทธ์สำคัญคือ 

     กลยุทธ์ที่หนึ่ง คือการเสริมสร้างและพัฒนาสัมพันธไมตรีไทย-จีน ให้แน่นแฟ้น ยกระดับไปสู่อาเซียน-จีน และอาเซียน + 3 ให้แน่นแฟ้น พลังแห่งไมตรีจะมียุทธานุภาพที่กลายเป็นปราการที่เข้มแข็งในการหยุดยั้งสงคราม เพราะนี่คือผนังทองแดงกำแพงเหล็กที่จะหยุดยั้งสงครามและสะกดมิให้มหาอำนาจก่อสงครามได้ ปัจจุบันนี้มหาอำนาจก็เห็นปมนี้เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงฟื้นฟูเสริมสร้างความสามัคคีกับอินเดีย เวียดนาม โจมตีทางการทูตต่อความสัมพันธ์จีน-พม่า, จีน-ไทย, จีน-กัมพูชา เป้าหมายก็คือใช้ประเทศอาเซียนปิดกั้นยุทธศาสตร์ลงใต้ของจีนและเข้าครอบงำยึดครองประเทศอาเซียนให้เป็นประเทศบริวาร ดังที่นักคิดคนสำคัญคือนายปราโมทย์ นาครทรรพ และอดีตท่านทูตสุรพงษ์ ชัยนาม ได้กล่าวไว้นั่นเอง เพราะเหตุนี้ท่าทีล่าสุดของรองประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ในการเคลื่อนไหวทางการต่างประเทศกับอาเซียนจึงตรงเป้าเข้าจุด มีผลและเป็นนัยยะสำคัญ ความสัมพันธ์ไทย-จีน ที่แน่นแฟ้นจะเป็นการวางศิลาฤกษ์ของกลยุทธ์นี้ อันจะนำไปสู่ความสำเร็จต่อการกระชับความสัมพันธ์อาเซียน-จีน และอาเซียน+3 เพื่อหยุดยั้งสงครามในอนาคต 

     กลยุทธ์ที่สอง คือกลยุทธ์แห่งกาลเวลา แม้วิทยาศาสตร์จะรู้จักแต่เพียงมิติทางฟิสิกส์ และมิติแห่งกาลเวลา แต่แท้จริงแล้วความเข้าใจในมิติแห่งกาลเวลายังน้อยนิดเมื่อเทียบกับความรู้ความเข้าใจในมิติทางฟิสิกส์ เวลาเป็นพลังจักรวาลชนิดหนึ่งที่มียุทธานุภาพสามารถทำลายล้างสูงสุดอันมิอาจมีผู้ใดต้านทานได้ อาณาจักรโรมันอันยิ่งใหญ่ อาณาจักรของเจงกีสข่านอันยิ่งใหญ่ ล้วนสลายหายไปด้วยพลังอำนาจแห่งกาลเวลาทั้งสิ้น ฤดูกาลก็เป็นพลังจักรวาลอย่างหนึ่งในมิติแห่งกาลเวลา ดังที่ปรากฏเป็น 1 ใน 5 ประการของการหยั่งทราบแพ้ชนะสงครามในคัมภีร์พิชัยสงครามของซุนหวู่ 

     กลยุทธ์เวลาในท่ามกลางสถานการณ์ที่อสูรสงครามกำลังเผชิญวิกฤติทั่วด้าน ย่อมก่อให้เกิดการแตกตัวและการล่มสลายภายในอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ตามกฎพระไตรลักษณ์ในพระพุทธศาสนา คือมีความแข็งแรงแกร่งกล้าสามารถก็ย่อมมีความเสื่อมและความสลายสิ้นไปในที่สุด ต้องให้กฎแห่งพระไตรลักษณ์นี้ทำหน้าที่อย่างขะมักเขม้น โดยสกัดมิให้สงครามระเบิดขึ้นในเร็ววันเท่านั้น พลังอำนาจแห่งกาลเวลาก็จะทำลายอสูรสงครามตัวนี้ และมีแนวโน้มว่าการแตกตัวเช่นเดียวกับสหภาพโซเวียดก็อยู่ในวิสัยที่จะเป็นไปได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าติดตามค้นคว้าอย่างยิ่ง 

     กลยุทธ์ที่สาม คือกลยุทธ์ดอกเบี้ยและการเงิน แน่นอนว่าสรรพสิ่งย่อมเกี่ยวเนื่องอยู่กับกาลเวลาทั้งสิ้น เวลานาทีที่ผ่านไปดอกเบี้ยย่อมงอกงาม เพิ่มความเป็นภาระอันหนักหน่วงและยิ่งใหญ่ตามปริมาณของภาระหนี้ เมื่อภาระหนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ ดอกเบี้ยจะเป็นตัวเพิ่มน้ำหนักและทับอสูรสงครามจนถึงแก่ความตายอย่างแน่นอน มหาภัยจากดอกเบี้ยที่ยกระดับเป็น Hire Purchase คืออาวุธร้ายที่จะหวนย้อนไปทำลายโลกทุนนิยมและอสูรสงครามให้วายวอดไปในที่สุด ความแตกสลายและภาวะล้มละลายกำลังเกิดขึ้นอยู่แล้วและมีอัตราเร่งที่เร็วมาก เพียงหยุดยั้งสงครามไว้ให้นานที่สุดเท่านั้นก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องทำสงครามกันอีก เพราะอสูรสงครามก็จะตายไปเอง หรือรองลงมาก็หมดเรี่ยวแรงที่จะก่อสงคราม หรืออย่างน้อยที่สุดก็ไม่เห็นประโยชน์ที่จะก่อสงคราม แล้วสถานการณ์ก็จะนำไปสู่การฟื้นฟูประเทศเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสหรัฐในยุคสมัยของประธานาธิบดีมอนโร 

     เมื่อครั้งพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตผู้บัญชาการทหารบก อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เข้าเยี่ยมพบปะกับอดีตประธานาธิบดีเจียงเจ๋อหมินที่ทำเนียบจงหนานไห่ หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียด ได้มีการสนทนากันใน 2 ปัญหาใหญ่คือ โลกจะมีมหาอำนาจเพียงขั้วเดียวหรือไม่ และแนวรบในโลกอนาคต นอกจากแนวรบทางแสนยานุภาพแล้ว จะมีแนวรบอะไรสำคัญที่สุด 

     ผลสรุปของการสนทนาเกือบ 90 นาที ในวันนั้นได้ข้อสรุปที่เห็นตรงกันว่า 

     ข้อแรก ถึงแม้สหภาพโซเวียดจะล่มสลาย สหรัฐอเมริกาก็ไม่มีวันที่จะเป็นขั้วอำนาจเพียงขั้วเดียวของโลกได้ จะต้องมีขั้วอำนาจอื่นเกิดขึ้น (ตามทฤษฎีว่าด้วยความขัดแย้งของเหมาเจ๋อตง) ในขณะที่สหายเจียงเจ๋อหมินมีความเห็นเพิ่มเติมว่าในสายตาของจีนจะมีขั้วอำนาจเกิดขึ้นในโลกถึง 6 ขั้ว และความสัมพันธ์ของขั้วต่าง ๆ จะหยุดยั้งสงครามได้ 

     ข้อสอง โลกในอนาคต แนวรบทางแสนยานุภาพจะเป็นแนวรบหนึ่งที่อยู่ด้านหลังสุด ในขณะที่จะมีแนวรบอื่น ๆ เพิ่มขึ้น ได้แก่แนวรบทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง แนวรบด้านสื่อมวลชนและแนวรบด้านวัฒนธรรม โดยเฉพาะแนวรบด้านวัฒนธรรมนั้นมีอานุภาพมาก เมื่อครั้งราชวงศ์หงวน มองโกลยึดครองประเทศจีน แต่ในที่สุดก็ถูกกลืนกินด้วยแนวรบวัฒนธรรมของจีน หรือเมื่อครั้งราชวงศ์ชิง ชนเผ่าแมนจูยึดครองประเทศจีน และในที่สุดก็ถูกกลืนกินด้วยแนวรบวัฒนธรรมของจีนด้วยเช่นเดียวกัน โดยแนวรบทั้งหลายเหล่านี้ แนวรบสื่อมวลชนจะเป็นแนวรบหน้าสุด ตามมาด้วยแนวรบเศรษฐกิจ ส่วนแนวรบวัฒนธรรมนั้นจะซึมซ่านอยู่ในทุกสถานการณ์ 

     ล่าสุดนี้ประธานาธิบดีหูจิ่งเทา ได้ประกาศนโยบายสนับสนุนการขับเคลื่อนด้านวัฒนธรรมครั้งใหญ่ของประเทศจีน เพื่อรับมือกับการไหลบ่าเข้าครอบงำของวัฒนธรรมตะวันตก และขยายให้วัฒนธรรมจีนแพร่หลายไปทั่วโลก รวมทั้งด้านภาษา อาหาร และอื่น ๆ ด้วย นั่นแสดงให้เห็นว่าจีนกำลังใช้แนวรบด้านวัฒนธรรมในการหยุดยั้งการรุกรานการยึดครอง ซึ่งทันท่วงทีต่อการรับมือกับยุทธศาสตร์ใหญ่ของเพนตาก้อนในช่วงระยะ 2025 ที่กำหนดให้จีนเป็นศัตรู และได้กำหนดให้การรุกทางวัฒนธรรมเป็นแนวรบหลักแนวรบหนึ่งในการแยกสลายประเทศจีน แนวรบสองแนวนี้กำลังจะปะทะกันแล้ว จึงเป็นยุทธนาการที่น่าตื่นตาตื่นใจของชาวโลก 

     ในอดีต เหมาเจ๋อตงเคยกล่าวว่าสงครามในประวัติศาสตร์มีอยู่เพียง 2 ชนิดคือสงครามที่เป็นธรรมกับสงครามที่ไม่เป็นธรรม และสงครามที่เป็นธรรมจะเอาชนะสงครามที่ไม่เป็นธรรมได้ในที่สุด วันนี้อสูรสงครามถูกปลุกขึ้นมาให้ก่อและทำสงครามที่ไม่เป็นธรรมเพื่อหยุดยั้งวิกฤตและปัญหาล้มละลายของโลกทุนนิยม แน่นอนมันย่อมเป็นสงครามที่ไม่เป็นธรรม แต่การทำสงครามที่เป็นธรรมนั้นก็มิใช่ว่าจะต้องใช้แสนยานุภาพเสมอไป การใช้แสนยานุภาพบางอย่างที่สอดคล้องกับสถานการณ์และยุคสมัยย่อมประเสริฐสูงสุดในการทำสงครามที่เป็นธรรม 

     ประเทศเอเชียและประชาชาติเอเชียต้องร่วมมือกันหยุดยั้งสงคราม และทำลายอสูรสงครามด้วยกลยุทธ์ที่ไม่ต้องรบ แต่ใช้ยุทธานุภาพของพลังทั้งหลาย รวมทั้งสามกลยุทธ์ข้างต้น สันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองก็จะดำรงคงอยู่ในเอเชียของเราต่อไป 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าสำหรับประเทศไทยและประชาชนชาวไทยเป็นหนึ่งในประเทศอาเซียนและประชาชาติอาเซียน ตั้งอยู่ในภูมิยุทธศาสตร์อันล้ำเลิศที่เหนือกว่าสหรัฐอเมริกา เพราะสหรัฐอเมริกานั้นแม้ตั้งอยู่สองฝั่งคาบมหาสมุทรแอตแลนติกและแปซิฟิค แต่ประชาชนเบาบาง เส้นทางเศรษฐกิจมีไม่มาก ในขณะที่ประเทศไทยอยู่ในซีกโลกฝั่งตรงกันข้าม 180 องศา กับสหรัฐ ก็ติดสองฝั่งคาบมหาสมุทร คือมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิค แต่เป็นภูมิยุทธศาสตร์ที่สามารถควบคุมเส้นทางเดินเรือและการขนส่งพลังงานร่วม 70% ของโลก ซึ่งถ้าหากได้ขุดคลองไทยแบบเดียวกับคลองสุเอซหรือคลองปานามาเชื่อมสองฟากมหาสมุทรบริเวณพื้นที่ด้านบนของจังหวัดสงขลา ก็จะสามารถประหยัดเวลาเดินเรือและการขนส่งพลังงานของโลกได้ถึง 3 วัน เป็นผลประโยชน์มหาศาลแก่มวลมนุษยชาติซึ่งสามารถทำได้โดยประเทศไทยไม่ต้องลงเงินเพราะมีหลายประเทศที่พร้อมจะลงทุน ซึ่งเรื่องนี้เมื่อสิบปีก่อนประเทศจีนให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง แต่เสียดายที่ชะงักไป แต่ปัจจุบันนี้ช่องแคบมะละกามีปัญหามากในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ตลอดจนความแออัดของการเดินเรือ บุกเบิกสถานการณ์ที่จำเป็นต้องมีเส้นทางขนส่งลำเลียงมารองรับ ซึ่งไม่มีเส้นทางใดเหมาะสมและดีเท่ากับเส้นทางคลองไทยดังกล่าวแล้ว นอกจากนั้นประเทศไทยยังเป็นศูนย์กลางลอจิสติกส์ที่มีศักยภาพสูงที่สุด เชื่อมถึงประชากรเกือบ 4,000 ล้านคน ในระยะเวลา 2-3 ชั่วโมงบินเท่านั้น จากประเทศไทยขึ้นเหนือ 2 ชั่วโมงก็ถึงประเทศจีนที่มีประชากร 1,400 ล้านคน ไปทางตะวันตก 3 ชั่วโมงก็ถึงอินเดียที่มีประชากร 1,200 ล้านคน ไปทางตะวันออกแค่ชั่วโมงเดียวก็เชื่อมถึงกัมพูชา ลาว เวียดนาม ที่มีประชากรร่วม 100 ล้านคน ลงไปทางใต้ไม่ถึงชั่วโมงก็ไปถึงมาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน เลยไปอีกหน่อยก็ถึงอินโดนีเซีย ในขณะที่จีนเป็นประเทศใหญ่ ประชากรมาก แต่ไม่ติดมหาสมุทร มีเขตแดนจรดแค่ทะเลคือทะเลเหลืองทางเหนือ และทางใต้จรดทะเลจีนใต้ ที่สำคัญไทย-จีน มีสายเลือดเดียวกัน อดีตนายกจูหรงจีเคยกล่าวกับคนไทยว่า ไทย-จีน มีความสัมพันธ์พิเศษ 3 ประการ คือเราเป็นญาติกัน เราเป็นเพื่อนกัน และเราเป็นหุ้นส่วนกัน เราไม่เคยมีปัญหาตกค้างทางประวัติศาสตร์ มีแต่ไมตรีจิตมิตรภาพที่อุ้มชูช่วยเหลือประเทศไทยตลอดมาทุกยุคทุกสมัย สภาพเช่นนี้หากไทย-จีน จับมือแน่นแฟ้น ไทย-จีน ก็จะกลายเป็นศูนย์กลางอาเซียน เป็นศูนย์กลางภูมิภาค ส่งเสริมภูมิยุทธศาสตร์ที่ไทยจะกลายเป็นชาติมหาอำนาจตามจีนไปด้วยได้ และจีนก็จะมีศักยภาพที่สูงขึ้นกว่าปัจจุบันหลายเท่านัก ประเทศใหญ่ที่ติดแค่ทะเลก็จะออกสู่สองคาบมหาสมุทรอย่างสะดวกดาย ทำลายการปิดล้อมทางเศรษฐกิจ และการปิดกั้นทางยุทธศาสตร์ได้อย่างยอดเยี่ยม ไทย-จีน จับมือกันในเรื่องนี้เมื่อใด ก็จะเป็นแรงจูงใจให้ประเทศอาเซียนรอบประเทศไทยเข้าร่วมวงศ์ไพบูลย์ด้วย เมื่อนั้นก็จะกดดันและจูงใจทั้งอินเดียและญี่ปุ่นให้มาร่วมวงศ์ไพบูลย์ ซึ่งอาจจะสอดคล้องกับแนวความคิดวงศ์ไพบูลย์แห่งเอเชียบูรพาของญี่ปุ่นเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่สองด้วย และถ้าเอเชียเป็นเช่นนี้ ใครไหนก็ไม่กล้าคุกคามรุกรานหรือย่ำยีชาติทั้งหลายในเอเชียอีก มีแต่จะต้องเข้ามาร่วมวงศ์ไพบูลย์เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทุกประเทศและประชาชาติทั้งมวล เมื่อนั้นยุคแห่งสันติภาพนิรันดรที่ประธานเหมาเจ๋อตงเคยกล่าวไว้ก็จะปรากฏเป็นจริงขึ้น และภูมิภาคนี้ก็จะกลายเป็นศูนย์กลางของโลก ประเทศจีนก็จะได้ชื่อว่าเป็นตงก๊กหรือจุงกั๋วอย่างแท้จริง ไม่ใช่ตงก๊กแบบคิดเอาเองว่าประเทศจีนเป็นศูนย์กลางโลกจรดสี่ทะเลในสมัยราชวงศ์ซ้อง 

     เหล่านี้คือสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในต้นศตวรรษนี้ โดยสรุปคือสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่โลกทุนนิยมกำลังล้มละลายกำหนดให้มหาอำนาจต้องก่อสงครามเพื่อปล้นทรัพยากรใน 5 พื้นที่ใหญ่ของโลก ซึ่งเป็นปรปักษ์ต่อผลประโยชน์ของประเทศเอเชียและประชาชาติเอเชียทั้งมวล ในขณะที่การยับยั้งสงครามเป็นประโยชน์ร่วมกันของทุกประเทศและทุกประชาชาติในเอเชีย ทั้งเป็นวิสัยที่จะหยุดยั้งสงครามในศตวรรษนี้ได้ เพื่อนำพามนุษยชาติเข้าสู่ยุคสันติภาพนิรันดร และกลยุทธ์เฉพาะหน้าก็คือ 3 กลยุทธ์ที่จะหยุดยั้งมหาอำนาจไม่ให้ก่อสงคราม 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าประเทศไทยเป็นประเทศเล็ก เราไม่อยู่ในฐานะที่จะรับมือกับสงครามใด ๆ กับมหาอำนาจได้ และไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่ประเทศไทยจะเป็นศัตรูกับชาติใด สงครามเป็นเครื่องมือทำลายร้ายแรงที่สุด แต่ก็ไม่อาจรับมือหรือต่อสู้กับไมตรีจิตมิตรภาพซึ่งมีอานุภาพยิ่งกว่าได้ ประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ดำรงอยู่และพัฒนาก้าวหน้ามาถึงศตวรรษนี้เพราะด้านหลักของพัฒนาการอยู่ที่การส่งเสริมมิตรไมตรี ไม่ใช่สงคราม ไม่มีสงครามใดในโลกที่จะเอาชนะความเป็นมิตรไมตรีได้ พระพุทธองค์จึงตรัสว่าเมตตาธรรมค้ำจุนโลก ดังนั้นขอเพียงแต่ประเทศไทยสามารถดำเนินการตาม 3 กลยุทธ์นี้ ผูกมิตรไมตรีทั่วหน้า สร้างดุลความสัมพันธ์กับชาติมหาอำนาจอย่างเหมาะสมตามสามกลยุทธ์นี้ ประเทศไทยก็จะมีความมั่นคง มีความเจริญรุ่งเรือง ในยุคสันติภาพนิรันดรอย่างแน่นอน.

 




|

Comments
Add New Search
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License