|
บทบาทของกองทัพอิตาลี Royal Carabinieri |
|
|
|
ข่าว -
รายงานพิเศษ
|
|
เขียนโดย คุณเจษฎา ทันแก้ว
|
|
วันเสาร์ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๔:๒๖ น. |
|
บทบาทของกองทัพอิตาลี Royal Carabinieri
ก่อตั้งมาโดยราชวงศ์อิตาลี ปี ค.ศ.1814
เป็นเจ้าหน้าที่ของกองทัพที่มีงานหลักในการปกป้องประเทศชาติควบคู่กันไปกับสามเหล่าทัพ โดยที่มีหน้าที่และอำนาจพิเศษ เป็นทัพที่ได้รับหน้าที่ให้ดูแลภาคสนามและแบ่งมาเป็นจังหวัดละหนึ่งกองพัน แบ่งออกอีกเป็นกองร้อยที่จะคอยดูแลสถานีตำรวจในท้องที่โดยที่ให้สัมผัสโดยตรงกับประชาชนให้มากที่สุด
ในปี ค.ศ. 1861 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกองกำลังหลักแห่งชาติและได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกองกำลังติดอาวุธระหว่างการปฏิรูปกองทัพในปี ค.ศ. 2000
ในปี ค.ศ. 1868 ได้แต่งตั้งกองพัน Corazzieri เพื่อเป็นกององครักษ์เกียรติยศของผู้นำประเทศ
ในยุคหลัง Carabinieri ได้ร่วมปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ เช่น โคสโว อัฟกานิสถาน อิรัก
ในการประชุม G8 ที่ Sea Island ปี ค.ศ. 2004 Carabinieri ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้เผยแพร่พัฒนา และอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มีมาตรฐานสากล ในพื้นที่ที่มีการปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ
ตำแหน่งและหน้าที่อันมีเกียรตินี้ยังคงดำรงอยู่ในทุกพื้นที่แม้แต่ในหมู่บ้านที่เล็กที่สุด ได้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนถึงทุกวันนี้ โดยที่เป็นอีก 1 สาขาของกองทัพ ควบคู่ไปกับสามเหล่าทัพในฐานะกองกำลังหลักแห่งชาติ โดยที่สถานที่ทำงานยังเรียกว่า ค่ายทหาร แต่เปิดให้ประชาชนเข้าร้องทุกข์ได้
พื้นฐานงานของ Carabinieri ก่อตั้งมาเพื่อเป็นกำลังพลที่คอยดูแลท้องถิ่น เนื่องจากกำลังกว่า 80% จะคอยทำงานภาคสนาม โครงสร้าง
การบัญชาการจะมีมากจากคณะกองบัญชาการ ประกอบด้วยผู้บัญชาการสูงสุด รองผู้บัญชาการสูงสุด และกองเสนาธิการ ทั้งหมดจะมีอำนาจในการบริหารเพียงผู้เดียว
ผู้บัญชาการสูงสุดจะได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดีหลังจากที่เสนาธิการกลาโหมได้ตรวจความเหมาะสมและส่งไปให้รัฐมนตรีกลาโหมเสนอแก่คณะรัฐมนตรีพิจารณา
กองเสนาธิการจะอยู่ในการดูแลจากศูนย์คัดเลือกแห่งชาติของศูนย์อำนวยการบริหารแห่งชาติ
จะมีแผนกชุดปฏิบัติการพิเศษตั้งอยู่ทุกค่าย เปรียบเสมือนกับกองปราบปรามเพื่อจัดการกับมาเฟีย การก่อการร้าย และยาเสพติด
แผนกพิเศษจะตั้งอยู่ที่เดียว มีหน้าที่รวมกำลังพลไประงับเหตุฉุกเฉินทั้งในและต่างประเทศ การดูแลอารักขาบุคคลสำคัญ เช่น ประธานาธิบดี และสถานที่สำคัญ เช่น ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา สถานทูต และปฏิบัติการทางทหารในต่างประเทศ
เครื่องแบบประจำจะมีอยู่ 2 ชนิดคือ ชนิดลายพรางทหารที่ไว้ให้ฝึกหรือปฏิบัติการทางทหาร และจะมีชุดที่ออกแบบมาเพื่อให้ดูเรียบร้อยระหว่างทำงานประจำวัน
เจ้าหน้าที่ทุกนายจะมีอาวุธประจำกายที่ไม่ต้องซื้อเอง คือ Beretta 92fs และ Cougar8000 สำหรับนายทหารและนอกจากนี้ระหว่างปฏิบัติหน้าที่พิเศษก็จะมีอาวุธประจำกองทัพ
ยานพาหนะที่ใช้งานทั่วไปจะเป็นรถเก๋ง นอกจากนี้จะเป็นยานพาหนะเดียวกันกับที่ใช้กันในเหล่าทัพฟ้า บก น้ำ จึงทำให้มีประสิทธิภาพในด้านยุทโธปกรณ์มากกว่าหน่วยงานอื่นใด ๆ
วันเวลาที่ผ่านไป ประสิทธิภาพที่ได้รับมาจากการเป็นบุคคลากรทางการทหารและความยอมรับนับถือจากสังคม ทำให้มีความต้องการที่จะปรับองค์กรให้ใกล้ชิดกับสังคมและให้มีความสะดวกในการทำงานมากขึ้น เป็นเหตุให้รัฐต้องปรับข้อกฎหมายในปี ค.ศ. 2000 ให้มีหน้าที่ความรับผิดชอบและความคล่องตัวมากขึ้น ดังต่อไปนี้
1. ให้ Carabinieri เป็นกองกำลังหลักแห่งชาติที่มีความเป็นส่วนตัวภายในกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการสูงสุดจะอยู่ใต้การบังคับบัญชาของเสนาธิการกลาโหมในฐานะกองกำลังติดอาวุธ และให้กระทรวงกลาโหมเป็นฝ่ายดูแลบุคคลากร การบริหาร ยุทธวิธี และมอบหมายหน้าที่ทางการทหารในฐานะกองกำลังหลัก
2. ให้ Carabinieri ขึ้นตรงต่อกระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้รักษาความสงบ ให้กระทรวงมหาดไทยคอยอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับสถานที่ และสนับสนุนทางการเงินที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจ
3. ให้ Carabinieri มีกองบัญชาการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่หน่วยงานดังต่อไปนี้
3.1 กองบัญชาการสาธารณสุข
3.2 กองบัญชาการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
3.3 กองบัญชาการวัฒนธรรม
3.4 กองบัญชาการแรงงาน
3.5 กองบัญชาการการเกษตรและสหกรณ์
3.6 กองบัญชาการการต่างประเทศ
4. ให้ Carabinieri ได้เป็นเจ้าหน้าที่ที่ขึ้นต่อหน่วยสืบสวนกลาง
5. ให้ Carabinieri ได้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๕:๓๖ น. |