84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านคิดว่าป๋าเปรมควรไปร่วมฉลองความสำเร็จในการแก้ปัญหาน้ำท่วมกับยิ่งลักษณ์หรือไม่?
 
ป้ายโฆษณา
น้ำทะเลร้อน ตามแนวรอยเลื่อนระนอง พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 3
แย่ดีที่สุด 
ข่าว - รายงานพิเศษ
เขียนโดย กองบรรณาธิการ   
วันจันทร์ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๔:๓๕ น.
|

          ข้อมูลจากกลุ่มตาสับปะรด จ.ระนอง รวบรวมไว้เรื่องทะเลบ้านหินช้างอยู่ๆ ก็ร้อน จนปลาตายเยอะแยะ การ ตรวจสอบสภาพ น้ำทะเลกรณีชาวประมงพบปลาตายและน้ำทะเลร้อนผิดปกติ โดยเครือ ข่ายภาคประชาชน โครงการตาสับปะรด .ระนอง - โซนแร่นอง

          ที่มา
          - วันเสาร์ที่8 พ.ค. 53 ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีปลาตายลอย เกลื่อนในทะเลอยู่หลายจุด คือ บ้านท่าโพธิ์ และได้รับแจ้งจากสมาชิกอีกส่วนหนึ่งว่า มีปลาลอยตายเป็นจำนวนมากที่อ่าวเกาะสองประเทศพม่า รวมถึงตามเกาะต่าง ๆ ในพื้นที่จ.ระนอง ด้วย

          - วันจันทร์ที่ 10 พ.ค. 53 ได้รับแจ้งจากแร่นอง160 ว่าชาวประมงบ้านหินช้างได้ยินเสียงดัง “ซ่า” เหมือนน้ำโดนหินร้อนๆ เป็นทางยาว แล้วสักครู่ก็มีปลาชักดิ้นลอยขึ้นมาตายเป็นจำนวนมาก รวมถึงข้อมูลจากสมาชิกแจ้งว่าชาวทะเลที่ดำหอยนางรมบริเวณ เขตรอยต่อไทย-พม่า พบน้ำ ทะเลร้อนผิดปกติจึงต้องรีบขึ้นจากน้ำทะเล

          สถานที่เกิดเหตุที่ สามารถกำหนดพิกัดได้
          : บริเวณกึ่งกลางแหลมเส็ดตะกวดประเทศไทยกับเกาะเหล็กประเทศพม่า

          การ ปฏิบัติหน้าที่
          วันจันทร์ที่10 พ.ค. 53 ฉลาม07 เก็บ ตัวอย่างปลาตาย และได้นำส่งสถานีประมงทะเลจังหวัดระนอง

          วันอังคารที่11 พ.ค. 53 แร่นอง01 ประธานโซนแร่นอง ได้นำข้อมูลที่ได้รับไปปรึกษาคุณสมโภชน์ นิ้มสันติเจริญ นักวิชาการอิสระผู้เชี่ยวชาญด้าน ทรัพยากรชายฝั่ง ได้รับคำแนะนำและช่วยประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อ ลงเก็บข้อมูลในพื้นที่เกิดเหตุ

          วันศุกร์ ที่14 พ.ค. 53 เวลา 14.00 น. นัดแนะเพื่อนสมาชิกตาสับปะรดโซนแร่นอง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สามารถติดต่อได้ ประกอบด้วย สถานีประมงทะเลจังหวัดระนอง และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดระนอง และ ชาวประมงพื้นบ้าน
คือ คุณลุงกาหริม วิชัย ลงพื้นที่เกิดเหตุ โดยการสนับสนุนเรือ การ ตรวจสอบสภาพน้ำทะเลกรณีชาวประมงพบปลาตายและน้ำทะเลร้อนผิดปกติ

          วัน เสาร์ที่ 15 พ.ค. 53 เวลา 09.30 น. สมาชิกตาสับปะรดจ.ระนองโซนแร่นอง พร้อมด้วยหน่วยงานและสมาชิกชุดเดิมได้ออกเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุด้วยเรือ ศุลกากร703 ลำ ใหญ่ พร้อมทีมงานโลมาซึ่ง นำทีมโดยหัวหน้าโลมา01 ออก เดินทางจากท่าเทียบเรือเฉลิมพระ เกียรติฯ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้าน ทรัพยากรทางทะเล คือคุณสมโภชน์ นิ้มเจริญ ไม่ได้ร่วมเดินทางไปด้วยเนื่องจากติดภารกิจ

          - ระหว่าง การเดินทางพบน้ำทะเลที่มีความผิดปกติคือ มีวงสีส้มอ่อน ๆ คล้าย ๆ โคลนดินเป็นระยะ ๆ ถึงแม้จะเป็นช่วงน้ำลึกก็ตาม

          - พบ ปลาลอยตายอยู่เป็นระยะ ๆ ส่วนใหญ่เป็นปลาจวด และพบเล็กน้อยมีปลากระทิง ปลากะพง ปลากระบอก ปลาดุกทะเล ปลากดทะเล ปลาทราย

          10.00 น. ถึงจุดเกิดเหตุบริเวณ ร่องน้ำระหว่างแหลมเส็ดตะกวดประเทศไทยกับเกาะเหล็กประเทศพม่า พิกัด 10. 5'59.24"น 98.38'43.94"ตะวันออก ห่าง จากท่าเรือประภาคารฯ ประมาณ 17 กม. ทีม งานสถานีประมงฯ และสถานีเพาะเลี้ยงฯ เริ่มปฏิบัติหน้าที่ตรวจวัดค่า PH วัดค่าออกซิเจน วัดอุณหภูมิ และเก็บตัวอย่างน้ำทะเล รวมถึงเก็บตัวอย่างน้ำทะเลจุดที่มีสีส้มอ่อน ๆ ด้วย

          10.30 น.เรือ วิ่งถอยกลับมาประมาณกึ่งกลางทาง ทีมงานทำการปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม มีการเก็บตัวอย่างปลาที่ลอยตาย ขึ้นมาด้วย

          11.30 น. กลับสู่ท่าเทียบเรือ ประภาคารฯ เข้าห้องประชุมสรุปผลการปฏิบัติงาน

          สรุป ผลการปฏิบัติงาน
          - เจ้า หน้าที่สถานีประมงทะเลจังหวัดระนอง แจ้งว่า ตัวอย่างปลาที่เก็บได้ในวันนี้คงจะพิสูจน์อะไรไม่ได้ เพราะสภาพมันเน่าเปื่อย ซึ่งน่าจะตายมาหลายวันแล้ว

          - ทาง เจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ น้ำชายฝั่งจังหวัดระนอง ได้แจ้งข้อมูลเบื้องต้นให้ทราบ ค่าความเค็ม ค่า PH ปกติ อุณหภูมิ32.7 องศาเซลเซียส ที่ระดับความลึก 5 เมตร

          - ตัวอย่างน้ำและแพลงตอนจะต้องนำกลับไป ตรวจอย่างละเอียดในห้องทดลองอีกครั้ง

          -ถ้าให้ดีควรมีการเก็บตัวอย่างดินที่พื้นทะเลมาด้วยจะดีมาก

          -ได้ นำข้อมูลสรุปแจ้งให้คุณสมโภชน์ นิ้มสันติเจริญ นักวิชาการอิสระ ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรชายฝั่งผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรทาง ทะเล ได้ทราบ ก็ได้ให้ข้อมูลว่า อุณหภูมิน้ำทะเล 32.7 องศาเซลเซียสที่ความลึก 5 เมตร ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ปกติ เพราะปกติจะมีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 28-30 องศา เซลเซียส ควรต้องมีการหาสาเหตุที่ แน่ชัดอีกครั้งว่าความร้อนที่เพิ่มขึ้น 2-4 องศานี้เกิดจากอะไร รวมถึงต้องรอผลตรวจแพลงตอนว่าเป็นแพลงตอนที่มีพิษหรือไม่ และซึ่งทางคุณสมโภชน์แจ้ง ว่า คงจะต้องลงไปพิสูจน์ใต้น้ำอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของความร้อนที่เกิดขึ้น

          การตรวจสอบสภาพน้ำทะเลกรณีชาว ประมง พบปลาตายและน้ำทะเลร้อนผิดปกติครั้งที่2 โดยเครือข่ายภาคประชาชน โครงการตาสับปะรดจ.ระนอง - โซนแร่นอง


          ที่มา
          - จากการออกสำรวจน้ำทะเลครั้งที่1 ในวันเสาร์ที่ 15 พ.ค. 53 ที่ผ่านมา และได้ผลการตรวจวัดน้ำออกมาให้เป็นที่น่าสงสัยใน เรื่องของอุณหภูมิน้ำ ว่าเป็นค่าที่ปกติจริงหรือไม่

          - มีการนำเสนอข่าวเรื่องการออกสำรวจ ทะเลทางโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์ แต่เนื้อหาข่าวไม่ได้นำเสนอ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด รวมถึงผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำก็ ไม่ตรงกับความเป็นจริงที่ทำการออกสำรวจ

          -ได้ทำการ ส่งผลการตรวจคุณภาพน้ำให้กับนักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรทาง ทะเล ได้วิเคราะห์แล้ว มีการตั้งข้อแย้งว่าไม่ควรจะเป็นเรื่องที่ปกติ รวมถึงการตรวจวัดน้ำทะเลในครั้งแรกนี้ยังไม่ละเอียดเท่าที่ควร จึงเห็นควรลงไปทำการสำรวจอีกครั้ง พร้อมทั้งเห็นควรลงไปสำรวจใต้ท้องทะเลด้วย

          - มีการแสดงความคิด เห็นกันในเรื่องนี้ในกระดานสนทนาของเวบไซต์พันทิปดอทคอม เป็นหัวข้อกระทู้ ที่มีคนเข้ามาอ่านและออกความคิดเห็นกันมาก จนกระทั่งผู้สื่อ ข่าวของทีวีไทย (ThaiPBS) ได้ติดต่อมายังแร่ นอง 01 เพื่อจะทำการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในเรื่องนี้พร้อม ๆ กับการออกสำรวจในรอบที่ 2 ด้วย

          การปฏิบัติหน้าที่
          แร่นอง 01 ได้ประสานไปยังคุณสมโภชน์ นิ้มสันติเจริญ นักวิชาการอิสระผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรทางทะเล เพื่อนัดวันเวลาลงทำการสำรวจคุณภาพ น้ำทะเล รวมถึงดำน้ำสำรวจสภาพพื้นทะเลในวันเสาร์ที่ 29 พ.ค. 53 และทางคุณสมโภชน์ได้ทำการประสานไปยังสถานีเพาะ เลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งทะเลจ.ระนอง รวมถึงสถานีวิจัยทางทะเลหาด ประพาส เพื่อร่วมทำการสำรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง แร่นอง 01 ได้ ทำหนังสือขอความอนุเคราะห์เรือเพื่อการออกสำรวจจากหน่วยปราบปรามทางทะเล ศุลกากรระนอง ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

          วันเสาร์ที่ 29 พ.ค. 53เวลา 09.00 น. ทีมงานเริ่ม จะออกเดินแต่เนื่องจากมีฝนตกลงมาอย่างหนัก มีคลื่นลมแรงจึงต้องรอจนถึงเวลา 09.55 น. จึงได้เริ่มออกเดินทาง ด้วยเรือศุลกากร 703 ซึ่ง มีผู้ร่วมเดินทางคือ

          - สมาชิกโครงการตาสับปะรดจ.ระนอง
          - คุณสมโภชน์ นิ้มสันติเจริญ นักวิชาการอิสระผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรทางทะเล
          -ทีมงานเจ้าหน้าที่จาก สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งทะเลจ.ระนอง
          -ทีมงานเจ้าหน้าที่จาก สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน (หาดประพาส) ม.เกษตรศาสตร์
          -นาย สัญญา ติ้นชัยภูมิ หรือบังดำ ชาวบ้านบ้านหินช้าง
          -ทีมงานจากสถานี โทรทัศน์ไทยพีบีเอส หรือ ทีวีไทย
          -ผู้สื่อข่าวจากสนง.ประชาสัมพันธ์ จ.ระนอง และสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 สี
          -ทีมงานโลมา (หน่วยปราบปรามทาง ทะเลศุลกากรระนอง) ซึ่งนำทีมโดยหัว หน้าโลมา01และกัปตัน บัญชา เอื้อรอด พร้อมทีมงาน

          ทำการสำรวจคุณภาพน้ำจุดที่1 ห่างจากท่าเรือประมาณ 2 ไมล์ทะเล (ประมาณ 3.6 กม.) บริเวณตรงข้าม ท่าเรือระนอง

          ทำการสำรวจ คุณภาพน้ำจุดที่2 ห่างจากท่าเรือประมาณ 5.782 ไมล์ทะเล (ประมาณ 10.4 กม.) บริเวณตรงข้ามบ้านหินช้าง พิกัด N 10o 03.262’ E 98o 37.121’

          ทำการ สำรวจคุณภาพน้ำจุดที่3 ห่างจากท่าเรือประมาณ 7.617 ไมล์ทะเล (ประมาณ 13.7 กม.) บริเวณใกล้ หัวแหลมเสร็จตะกวด พิกัด N 10o 05.902’ E 98o 38.772’ ทำการตรวจวัดเสร็จแล้วมี ฝนตกหนัก

          ทำการสำรวจคุณภาพน้ำจุดที่4 ห่างจากท่าเรือ ประมาณ 7.617 ไมล์ทะเล (ประมาณ 13.7 กม.) บริเวณใกล้ หัวแหลมเสร็จตะกวด พิกัด N 10o 05.959’ E 98o 38.803’

          ทำการสำรวจ คุณภาพน้ำจุดที่ 5 ห่างจากท่าเรือประมาณ 10.17 ไมล์ทะเล (ประมาณ 20 กม.) บริเวณใกล้ หัวแหลมเสร็จตะกวด พิกัด N 10o 08.113’ E 98o 40.140’

          13.30 น. ทีมประดาน้ำพร้อมช่างบันทึกภาพใต้น้ำ จะทำการดำน้ำสำรวจพื้นผิวใต้ทะเลในจุดที่ 4 แต่เนื่องจากเป็นจังหวะที่น้ำกำลังลงทำให้มีกระแสน้ำเชี่ยว จึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ต้องรอให้น้ำลงสุดก่อน

          16.00 น. น้ำลงแล้วแต่ก็ยังปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้เพราะคลื่น ลมแรง จึงต้องยกเลิกและจะเริ่มปฏิบัติการดำน้ำในวันรุ่งขึ้น

          วันอาทิตย์ ที่30 พฤษภาคม 2553
          คุณสม โภชน์ พร้อมทีมงานจากทีวีไทยที่ตกลงใจว่าจะอยู่ต่ออีกหนึ่งวัน (ด้วย ความขอบคุณ) นัดรวมตัว 10.30 น. เพื่อไปแวะสัมภาษณ์ บังกาหริมและรอจังหวะน้ำขึ้นเต็มช่วง 12.00 น. ทีมงานไปถึงบ้านบังกา หริมพบว่าบังกาหริมนอนซมพิษไข้เพราะเมื่อวานบังขับเรือตากฝนตามพวกเราไปกลาง ทะเล ในขณะที่กำลังมีไข้วันนี้ก็เลยหนักไปกันใหญ่ ทีมงานเจอปัญหา เพราะไม่มีเรือออกทะเลเนื่องจากบังไม่สบาย ก็ได้ประสานไปยังสมาชิกเครือข่ายตาสับปะรด จ.ระนอง ก็ได้รับการอนุเคราะห์จากท่านแร่นอง205 ประสาน เรือหางยาวให้กับทีมงานเพื่อออกทำงาน ต้องขอบ คุณ ท่านแร่นอง205 และเครือข่ายภาคประชาชน โครงการตาสับปะรดจ.ระนอง

          ทีมงานไปลงเรือที่ ท่าเรือ บ้านท่าโพธิ์ตอนเกือบเที่ยง ซึ่งห่างจากบ้านหินช้างไปไม่ไกลนัก ท้องฟ้าสดใส อากาศเป็นใจกับการออกปฏิบัติการดำ น้ำมาก ๆ ทีมงานออกเรือไปยังจุดเกิดเหตุ โดยมีหลานของบังกาหริมลงเรือไปกับทีมงานด้วย มา ถึงจุดดำน้ำ ทุกอย่างพร้อม ทิ้งสมอเรือ คุณสมโภชน์นัดแนะกับช่างภาพ ทีวีไทย กันว่า ให้ดำน้ำไปตามสายสมอ เรือ ถ้ามีปัญหาด้านล่างหรือหลงทางกันก็ให้ลอยตัวขึ้น ด้านบน การตรวจสอบ สภาพน้ำทะเลกรณีชาวประมง พบปลาตายและน้ำทะเลร้อนผิดปกติ ครั้งที่2 6 ดำลงไปประมาณ 10 นาที ช่างภาพก็ขึ้นมาก่อน และคุณสมโภชน์ก็ตามขึ้นมาหลังจากนั้นอีกประมาณ 5 นาที สิ่งที่ทั้งสองท่านบอกเหมือนกันนั่นก็คือ
          - น้ำค่อนข้างแรง
          - แทบ จะไม่เห็นอะไรเลย เพราะน้ำขุ่นมาก
          - ระยะการมองไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน
          - ใต้ท้องทะเลเป็นโคนเลน คุณสมโภชน์ลงไปถึงพื้นแล้วใช้มือล้วงลงไปในเลน ลึกประมาณ 1 ฟุต

          สรุปคือ
          ทีมงานไม่ได้ภาพใต้น้ำมา เลย ได้มาก็มองไม่เห็นอะไร แต่มีข้อมูลบางอย่างที่เหมือนกับการตรวจสอบซ้ำ(Re-check) และสามารถยืนยันข้อมูลเมื่อวานนี้ได้เป็นอย่างดีนั่นก็คือเรื่องของ "อุณหภูมิ" ทีมงานออกเดินทางกลับ โดยไปแวะดำน้ำอีกรอบที่ใกล้กับชายฝั่ง เป็นบริเวณกองหิน แต่น้ำกำลังลงและน้ำแรงมาก ก็เลยไม่ได้อะไรมามากเช่นกัน

          กลับ เข้าสู่ท่าเรือท่าโพธิ์ ทีมงานทีวีไทยทำการสัมภาษณ์ สรุปข้อมูลจากคุณสมโภชน์และเดินทางย้อน กลับไปบ้านหินช้าง เพื่อไปถ่ายทำสัมภาษณ์บังกาหริม และเก็บข้อมูลเกี่ยวกับ การเก็บกุ้งเคยใน ช่วงน้ำใหญ่ที่ผ่านมาจากแม่บ้านของบังกาหริม

          สรุปผลการปฏิบัติงาน
          - ข้อมูลผลการตรวจคุณภาพน้ำ ณ วันที่29 พ.ค. 53

          1. บริเวณที่เก็บตัวอย่างน้ำ คลองเสร็จตะกวด วันที่ 29 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2553
          2.ผลการวิเคราะห์ สรุปผลคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ

          สรุปผล แพลงก์ตอน เป็นทั้งไดอะตอม และไดโนแฟลกเจลเลต โดยพบมากที่สุดเป็น Coscinodiscus sp. ทั้ง 3 จุด มีNitzschia sp.,Ceratium sp. และ Dinophysis sp. บ้าง ประปราย ซึ่งจัดเป็นแพลงก์ตอนในกลุ่มก่อให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า red tide หรือ ขี้ปลาวาฬได้ และกลุ่มแพลงก์ตอนสัตว์ ได้แก่Tintinnopsis sp. ซึ่ง พบปริมาณน้อยทั้ง3 จุด

          -แต่อุณหภูมิหรือความร้อนทุกจุดที่ทำ การสำรวจ เปรียบเทียบกับความลึกซึ่งมีแนวโน้มว่า ยิ่งลึกก็จะมีอุณหภูมิสูงขึ้น หรือยิ่งลึกยิ่งร้อนนั่นเอง ในขณะที่ ค่าความเค็ม ค่าออกซิเจน ค่า Ph แทบ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย

          มีคำถามตามมาว่า
          1. อะไรคือต้นกำเนิด (source) ของความร้อนใต้ทะเล
          2.อะไร ที่มีพลังมหาศาลที่สามารถละลายมวลของน้ำทะเลอันมหาศาลให้กลาย เป็นหนึ่งเดียวได้ เพราะปกติน้ำทะเลมันจะมี ชั้นของน้ำทะเล คือความเค็มและค่าออกซิเจนจะเปลี่ยน ไปตามความลึกของทะเล(มากขึ้นหรือน้อยลง ไม่แน่ใจ) แต่ค่าที่วัดออกมา ได้มันแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง

          ผล สรุปจากการปฏิบัติ งาน ในวันที่ 30 พ.ค. 53
          - มีข้อมูลบางอย่างที่เหมือนกับการตรวจสอบซ้ำ (ReCheck) และสามารถยืนยันข้อมูลของวันที่ 29 พ.ค. 53 ได้เป็นอย่างดีนั่นก็คือเรื่องของ " อุณหภูมิ" บนผิวน้ำมีอุณหภูมิ33 องศา เนื่องจากตั้งแต่เช้ามา มีแดดจัดมาก ดำลงไปวัดความลึกของท้องทะเลได้21 เมตร อุณหภูมิตั้งแต่ระดับความลึก 2 เมตรลงไป ถึง 21 เมตร มีค่าเท่ากันคือ 30 องศา ซึ่งเป็นค่าที่วัดจากเครื่องมือในการช่วยดำน้ำ

          - ตรวจสอบข้อมูลจากประชาชนบ้านท่าโพธิ์ พบมีปลาตายอย่างต่อเนื่องแต่เป็นปลาขนาดใหญ่ เช่น ปลากะพง ขนาด 7-15 กก. ชาวบ้านจะเก็บไปขาย หรือบางทีก็นำไปแล่เนื้อทาเกลือ ทำเป็นปลาแดดเดียว

          -ตรวจ สอบข้อมูลจากสมาชิกโซนอำเภอสุขสำราญ พบมีปลาฉลามขนาดกลางเข้ามาเกยตื้นและตาย ตรวจสอบข้อมูลจากชาวมอร์แกนบ้านเกาะเหลาที่รับจ้างออกเรือหาปลา พบว่าตั้งแต่วันเกิดเหตุปลาตายเป็น ต้นมา ได้มีการออกเรือประมงไปแล้ว 3 ปรากฏ ว่าได้ปลาน้อยมาก ปัจจุบันนายจ้างได้ให้งดออกเรือชั่วคราวแล้ว เพราะทนแบกรับภาวะขาดทุนไม่ไหว และจากการดำน้ำหาหอยก็สามารถรับรู้ได้ว่าน้ำทะเลร้อนขึ้น และ พบเห็นปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว

          - ตรวจสอบข้อมูลจากประชาชนบ้าน หินช้างที่มีอาชีพทำกะปิขาย จากเดิมเคยตักกุ้งเคยได้ครั้งละ 7 – 10 เข่ง ปรากฏว่าช่วงน้ำใหญ่ที่ผ่านมา มีการตักเก็บกุ้งเคยได้น้อยมาก ซึ่งได้เพียงครึ่งเข่งเท่านั้น

          ข้อ สังเกตและสิ่งที่คาดหวัง
          -การ เกิดเหตุปลาตายจำนวนมาก เกิดขึ้นหลังจากมีแผ่นดินไหวที่สุมาตราไม่เกิน 28 ชั่วโมง
          -ปรากฏการณ์ ที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีผลเฉพาะเกิดปลาตายเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อจำนวนปลาที่ชาวประมงหาได้น้อยลง ชาวบ้านหากุ้งเคยเพื่อทำกะปิได้น้อยลงอย่างมากผิดปกติด้วย

          - สภาพภูมิประเทศของบ้านหินช้าง บ้านท่าโพธิ์ บ้านทรายแดงและบริเวณใกล้เคียงมีลักษณะด้านหลังเป็นภูเขา และด้านหน้าเป็นทะเล และในทะเลเป็นจุดพิกัด “รอยเลื่อนระนอง” อีกด้วย ลักษณะภูมิประเทศ แบบนี้ สิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นแบบนี้ ประชาชนในพื้นที่ควรจะต้องรับรู้เรื่องอะไรบ้างเกี่ยวกับภัยพิบัติที่อาจ จะเกิดขึ้น ควรเฝ้าสังเกต ควรเฝ้าระวังอย่างไร และเตรียมตัวกันอย่างไร หรือต้องรอให้ภัยพิบัติครั้งใหญ่เกิดขึ้นก่อนเหมือนสึนามิ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจะตื่นตัวลงมาทำงาน

          - ข้อมูลที่ได้จาก การทำงานในครั้งนี้ เป็นเพียงข้อมูลและการตั้งข้อสังเกตเบื้องต้น หน่วยงานที่มีศักยภาพพร้อมทั้งทางด้านเครื่องไม้เครื่องมือ เทคโนโลยีและความรู้ที่เกี่ยวข้อง ควรลงมาสำรวจในแนวลึกและแนว ยาวให้มากกว่านี้ เพื่อการเฝ้าระวังแจ้งเตือนเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นให้กับประชาชนได้รับทราบ

          ขอขอบคุณ
          - หน่วย ปราบปรามทางทะเลศุลกากรระนอง นำทีมโดย ท่านหัวหน้าโลมา01, กัปตันบัญชา เอื้อรอด พร้อม ทีมงาน ที่เอื้อเฟื้อเรือลำใหญ่ในการออกปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งอาหาร และเครื่องดื่มครบครัน

          - คุณ สมโภชน์ นิ้มสันติเจริญ นักวิชาการอิสระผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรทางทะเล

          - ทีมงานเจ้าหน้าที่จาก สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งทะเลจ.ระนอง

          - ทีมงานเจ้าหน้าที่จาก สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน (หาดประพาส) ม.เกษตรศาสตร์

          - นายกาหริ่ม วิชัย ชาวบ้านบ้านหินช้าง

          - นาย สัญญา ติ้นชัยภูมิ หรือบังดำ ชาวบ้านบ้านหินช้าง

          - ทีม งานจากสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส หรือ ทีวีไทย

          - ผู้ สื่อข่าวจากสนง.ประชาสัมพันธ์จ.ระนอง และสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 สี

          - สมาชิกเครือข่ายภาคประชาชน โครงการตาสับปะรดจ.ระนอง




|

Comments
Add New Search
ชนากานต์ สุขเกิด   |203.144.226.193 |2010-07-28 18:15:10
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License