ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านมีความเห็นต่อโครงการเช่ารถบัส 4 พันคันอย่างไร?
 
เงินท่วมประเทศไทย สาเหตุ และผลกระทบ พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 2
แย่ดีที่สุด 
ข่าว - รายงานพิเศษ
เขียนโดย สุทธิพงษ์ ปรัชญพฤทธิ์   
วันอังคารที่ ๐๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เวลา ๑๕:๑๒ น.
|

       ปี 1994 (2537) เกิดการพังทลายของตลาดหุ้นไทยรุนแรง มีผลทำให้สภาพคล่องเสียหาย ค่าเงินบาทเสียหาย ไม่ได้รับความเชื่อมั่น เงินไหลออกไปถือเงินสกุลอื่น ไทยต้องเข้าโครงการ IMF เป็นครั้งที่ 2 และต้องลอยค่าเงินบาทกลางปี 2540 สถาบันการเงินถูกปิดช่วงแรก 54 แห่ง แต่ทุกวันนี้ปิดไปแล้วกว่า 70 แห่ง ภาคการผลิตจริงล้มทั้งประเทศ เกษตรกรทั่วประเทศก็ไม่สามารถคืนเงินกู้ได้ ที่ดินที่นำไปจำนองกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์จึงถูกยึด รวมกันทั้งหมด 38.5 ล้านไร่
       
       ปี 2000 (2543) เกิดการพังทลายของตลาดแนสแดกซ์ ทำให้สภาพคล่องของระบบเสียหาย เงินเหรียญสหรัฐเสียหาย ไม่ได้รับความเชื่อมั่น และไหลออกไปถือเงินสกุลอื่น เกิดอุบัติการณ์เช่นเดียวกันกับประเทศไทยทุกประการ เริ่มด้วยปัญหา Sup Prime และตามมาด้วยการล้มลงของเอกชนและสถาบันการเงินแบบรุนแรง เช่นเดียวกับที่เคยเกิดกับประเทศไทยทุกประการ เพียงแต่อเมริกาไม่ได้เข้าโครงการไอเอ็มเอฟเท่านั้น
       
       เงินเหรียญสหรัฐเริ่มไหลออกจากอเมริกาหลังการพังทลายของตลาดแนสแดกซ์ ในปี 2000 มีผลให้ค่าเงินสกุลต่างๆ ของโลก ทุนสำรองฯ ประเทศต่างๆ ตลาดหุ้นประเทศต่างๆ สูงขึ้น รวมทั้งราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ เช่น ทองคำกับน้ำมันก็สูงขึ้น ใช้เวลา 6-7 ปีในการสูงขึ้น จากนั้นก็พังทลายลงในปี 2008 ทั้งปี (http://twitpic.com/10em9v)
       
       สำหรับสกุลเงินที่ผูกค่าไว้ตายตัวกับเงินเหรียญสหรัฐ เช่น เงินหยวนของจีน การพังทลายของค่าเงินเหรียญสหรัฐ ทำให้เงินหยวนอ่อนค่าตามลงมาด้วย แต่อุบัติการณ์เช่นนี้ ทำให้เงินหยวนอ่อนกว่าความเป็นจริง มีการเข้ามาไล่ซื้อเงินหยวน ตั้งแต่ปี 2001 กระทั่งกลางปี 2005 (http://twitpic.com/10en6g) หยวนไม่สามารถคงค่าเดิมไว้ได้ และได้แข็งค่าขึ้นในที่สุด แสดงถึงความพ่ายแพ้ในการป้องกันค่าเงินหยวนของธนาคารกลางจีนเช่นเดียวกัน ส่งผลให้ทุนสำรองฯ ของจีนสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก เงินริงกิตของมาเลเซีย ก็ผูกค่าไว้ตายตัวกับสกุลเงินสหรัฐฯ ส่งผลให้ตลาดเงินของมาเลเซียก็เกิดอุบัติการณ์เช่นเดียวตลาดเงินของจีน และทุนสำรองทางการเงินของมาเลเซียก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน (http://twitpic.com/10emxd)
       
       เงินท่วมประเทศไทย สาเหตุ และผลกระทบ
       
       ประเทศไทย เปิดตลาดตราสารอนุพันธ์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2549 โดยมี SET50 Index Futures เป็นสินค้าตัวแรก วันที่ 29 ตุลาคม 2550 เปิดซื้อขาย SET50 Index Options เป็นสินค้าลำดับที่สอง และวันที่ 24 พฤศจิกายน 2551 เปิดซื้อขาย Stock Futures เป็นสินค้าลำดับที่สาม และวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 เปิดซื้อขาย Gold Futures เป็นสินค้าลำดับที่สี่ ทำให้ตลาดหุ้นไทยกลายเป็นตลาดที่ทันสมัยมากที่สุดในโลก สิงคโปร์ที่ว่าทันสมัย ก็ไม่มีตลาด Gold Futures ตลาดตราสารอนุพันธ์เกี่ยวข้องกับการทำ Arbitrage การหาประโยชน์จากการแตกต่างราคาของสินค้า 2 ตลาด และ Hedge การซื้อ-ขายสินค้าล่วงหน้า อธิบายข้อดีว่า เป็นการประกันความเสี่ยง นั่นคือมันเป็นธุรกรรมที่ไม่มีความเสี่ยงนั่นเอง จะเป็นธุรกรรมที่ทำกำไรแต่อย่างเดียว เช่นธุรกรรม Hedge สินค้าราคาขึ้นก็สามารถทำกำไรได้ สินค้าราคาตกก็สามารถทำกำไรได้ เป็นผลให้เงินทุนไหลเข้าไทยอย่างรวดเร็วและรุนแรง เห็นได้จาก
       
       (1) ค่าเงินบาทแข็งขึ้นอย่างผิดปกติ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ช่วงกว้างระหว่างดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้สูงมาก เหตุเพราะมีเงินเข้ามาในระบบมาก มากจนเกินกว่าด้านกู้จะสามารถกู้ได้หมด
       
       (2) วันที่ 18 ธันวาคม 2549 ทางการได้ออกมาตรการ กันสำรอง 30 เปอร์เซ็นต์เงินทุนไหลเข้า ก่อให้เกิดการตื่นตระหนกในตลาดทุนมาก วันที่ 19 ธันวาคม มีการเทขายหุ้นกันอย่างบ้าคลั่ง SET Index ในชั่วโมงซื้อขายตกแรงถึง 108.4 จุด เย็นวันที่ 19 ธันวาคม 2549 หลังปิดตลาดหุ้นไปแล้ว ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกประกาศ “ในส่วนของการนำเงินเข้ามาลงทุนในหุ้น จะไม่มีการกันสำรองฯ 30 เปอร์เซ็นต์” ความตื่นตระหนกยุติ
       
       (3) ปลายปี 2008 ทุนสำรองฯ ของมาเลเซียอยู่ที่ 104,400 ล้านเหรียญสหรัฐ ของประเทศไทยอยู่ที่ 100,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ปลายปี 2009 ทุนสำรองฯ ของมาเลเซียอยู่ที่ 98,020 ล้านเหรียญสหรัฐ ของประเทศไทยอยู่ที่ 128,700 ล้านเหรียญสหรัฐ (ที่มา:CIA - The World Fact Book)
       
       กล่าวได้ว่า การไหลเข้า-ออกของเงิน ในแต่ละประเทศ และในแต่ละภูมิภาค สามารถทราบสาเหตุได้ว่าเกิดจากอะไร เกิดแบบไหน และอย่างไร
       
       ก่อนการเกิดวิกฤตในปี 2537 – 2540 ทุนสำรองฯ ของไทยเคยอยู่ที่ระดับเกือบ 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เดือนกรกฎาคม 2540 เดือนที่มีการลอยค่าเงินบาท ทุนสำรองฯ เหลือเพียง 1,140 ล้านเหรียญสหรัฐ วันที่ 4 ธันวาคม 2552 ทุนสำรองฯ เพิ่มขึ้นมาเป็น 154,480 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มสูงมากกว่าที่เคยสูงสุดประมาณ 4 เท่า (http://twitpic.com/10emlq) การนำเข้า-ส่งออก และการท่องเที่ยวช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ทำให้ทุนสำรองฯ เพิ่มถึงขนาดนี้ แต่เป็นเพราะการเข้ามาหาประโยชน์จากตลาดตราสารอนุพันธ์ที่เปิดในปี 2549 นั่นเอง ที่ทำให้ทุนสำรองฯ เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ
       
       ฝนแล้งไม่ดี น้ำท่วมก็ไม่ดี เช่นเดียวกัน เงินแล้งก็ไม่ดี เงินท่วมประเทศก็ไม่ดี น้ำท่วมเกิดกับบางพื้นที่ และเกิดขึ้นช่วงระยะเวลาอั้นสัน แต่เงินท่วมทั้งประเทศ เกิดต่อเนื่องมาเป็นเวลา 3-4 ปีแล้ว และก็ไม่ทราบจะท่วมต่อเนื่องไปอีกกี่ปี ความเสียหายจากเงินท่วมประเทศรุนแรงกว่าที่เกิดจากสึนามินับแสนเท่า
       
       วิกฤตเศรษฐกิจแบบหมดประเทศ กระทั่งต้องเข้าโครงการไอเอ็มเอฟทั้ง 2 ครั้ง มีแต่เบี่ยงเบนประเด็นของต้นเหตุ กล่าวหาว่านายเสรี ทรัพย์เจริญ เป็นคนปั่นหุ้นบ้าง กล่าวหาว่าจอร์จ โซรอส โจมตีค่าเงินบาทบ้าง กล่าวหาว่าเอกชนไทยไม่มีธรรมาภิบาลบ้าง แท้จริงแล้ววิกฤตเศรษฐกิจทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา ตัวตลาดหุ้นนั่นเองเป็นต้นเหตุ เงินท่วมประเทศครั้งนี้ก็มีต้นเหตุมาจากตลาดหุ้นนั่นเอง ต้นเหตุเกิดจากตลาดทุน แล้วทำให้ตลาดเงินเสียหายทุกครั้ง
       
       ตลาดตราสารอนุพันธ์ คือการซื้อขายกระดาษ หรือซื้อขายตัวเลข ไม่มีตัวสินค้าจริง เป็นอบายมุข ไม่เกิดผลผลิตต่อระบบ ทำให้ World Fund มาขนเงินไปจากประเทศไทยง่ายดาย แล้วทิ้งความเสียหายให้ท้องถิ่น สิ่งเลวร้ายที่ก่อขึ้นแล้วยากที่จะเอาออกได้ คงได้แต่นั่งดูความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเดียว เรื่องนี้สามารถเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสได้ บอกใครต่อใครไม่ได้ แต่ผู้รับผิดชอบสูงสุดควรจะได้ทราบ

 

 ที่มา : www.manager.co.th




|

Comments
Add New Search
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ ๐๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เวลา ๑๕:๑๕ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License