ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
รัฐบาลสมควรให้กองทัพผลักดันเขมรออกจากดินแดนไทยหรือไม่?
 
การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างเศรษฐกิจโลก พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
ข่าว - รายงานพิเศษ
เขียนโดย กองบรรณาธิการ   
วันพุธที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๖:๒๕ น.
|



      
โลกทุกวันนี้ไม่ใช่โลกของ Capitalism แต่เป็นโลกของ Fundism

100 ปีที่ผ่านมา Capitalism แต่ละประเทศถูกถล่ม โดย Fundism ผ่านตลาดหุ้นมาโดยตลอด

ตลาดหุ้นอเมริกาถูกถล่มครั้งแรกในปี 1929 ดัชนีดาวโจนตกต่ำรุนแรง 89 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เศรษฐกิจอเมริกา ประสบกับภาวะถดถอยอย่างรุนแรง (Great Depression) ตอนนั้นตลาดหุ้นของประเทศต่างๆ ยังไม่เกิด หรือมีก็น้อยมาก จึงทำให้ส่งผลกระทบต่อประเทศต่างๆน้อย

ตลาดหุ้นอเมริกาถูกถล่มครั้งที่ 2 ในปี 2000 โดยถล่มที่ตลาดแนสแดกซ์ ดัชนีตลาดแนสแดกซ์ตกลงถึง 78 เปอร์เซ็นต์
      
การที่อเมริกาถูกถล่มในปี 2000 นั่นเอง คือจุดเริ่มต้นเหตุการณ์ล่มสลายของ Capitalism ทั่วทั้งโลก

เมื่อตลาดหุ้นอเมริกาพังทลาย ทำให้เงินเหรียญสหรัฐพังทลายด้วย เงินเหรียญสหรัฐเสียหาย ไม่ได้รับความเชื่อมั่น ไหลออกไปถือสกุลเงินอื่นแทน ส่งผลให้ค่าเงินประเทศต่างๆ สูงขึ้น ทุนสำรองฯ ของประเทศต่างๆ สูงขึ้น ตลาดหุ้นประเทศต่างๆสูงขึ้น ราคาทองคำ ราคาน้ำมัน ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้นแทบทุกชนิด สูงขึ้นระหว่างปี 2001 - 2007

ช่วงปี 2001 ถึงปี 2007 ดัชนีตลาดหุ้นรวมโลกเพิ่มขึ้น 463 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นจึงพังทลายอย่างรุนแรงในปี 2008 ดัชนีตลาดหุ้นรวมโลกตก 62 เปอร์เซ็นต์ เป็นที่มาของวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลกในช่วงปี 2008 ที่ผ่านมา 
      
ตลาดหุ้นประเทศไทยถูกถล่มครั้งแรกในปี 2521(1978) หลังเปิดตลาดหุ้น 3 ปี และถูกถล่มเป็นครั้งที่ 2 ในปี 2537 (1994) หลังเปิดตลาดหุ้น 16 ปี หลังตลาดหุ้นไทยพังในครั้งแรก ประเทศไทยต้องลดค่าเงินบาทถึง 3 ครั้ง หลังตลาดหุ้นไทยพังในครั้งที่ 2 ประเทศไทยต้องลอยค่าเงินบาทกลางปี 2540 (1997)

เวียดนามเพิ่งเปิดตลาดหุ้นไม่กี่ปี ถูกถล่มเละเช่นกัน เงิน Dong พังทลายมาถึงทุกวันนี้
      
การเกิดขึ้นของตลาดหุ้น คือปัญหาหลักของระบบ

ที่ตลาดหุ้นมีปัญหา เนื่องจากมันถูกปั่นได้ ปกติการปั่นราคาน้ำตาล ข้าวโพด ก็เป็นเพียงตลาดขนาดเล็ก แต่การปั่นตลาดหุ้น คือการปั่นเศรษฐกิจของทั้งประเทศ หรือของทั้งโลกตัวอย่างความเสียหายของ 3 ประเทศดังกล่าวข้างต้น เป็นผลมาจากการปั่นตลาดหุ้น ลากขึ้นแรงในช่วงต้น แล้วทุบลงแรงในช่วงหลัง
      
นี่คือเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจโลกที่คนทั่วไปไม่ทราบ ทำให้ส่วนแบ่งทางธุรกรรมของโลกเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ Capitalism เล็กลงตลอดเวลา และ Fundism เติบใหญ่ขึ้นตลอดเวลา

 

ส่วนแบ่งสินทรัพย์ของ Capitalism เหลือ 25 เปอร์เซ็นต์ จากที่เคยมีส่วนแบ่ง 100 เปอร์เซ็นต์ (เมื่อยังไม่เกิดมีตลาดหุ้น) ส่วนแบ่งสินทรัพย์ของ Fundism ที่เคยมี 0 เปอร์เซ็นต์ ก็เพิ่มมาเป็น 75 เปอร์เซ็นต์
      
Capitalism คือระบบเศรษฐกิจจริง ผลิตจริง ขนส่งจริง ซื้อขายจริง หรือ Real trade “เป็นสัมมาอาชีวะ” กำไรแต่ละช่วงไม่มาก มีคนอยู่ในระบบนี้ 95 เปอร์เซนต์
      
Fundism คือระบบเศรษฐกิจไม่จริง ไม่มีสินค้ามาซื้อขายจริง ซื้อขายกระดาษกันอย่างเดียว หรือ Paper trade “เป็นมิจฉาอาชีวะ เป็นอบายมุข” ตลาดอบายมุข ทำให้ได้-เสียสูง การได้-เสียใน Paper trade ได้เสียมากกว่าและแน่นอนกว่าซื้อหวยบนดิน ใต้ดิน หรือสลากกินแบ่งรัฐบาล มีคนอยู่ในระบบนี้ 5 เปอร์เซ็นต์


                       Fundism เป็นตัวทำให้ Capitalism มีปัญหา
       
ช่วงหลังตลาดหุ้นมีการพัฒนาในทางเสื่อมลง มีตลาดตราสารอนุพันธ์เกิดขึ้นอีก

ตลาดตราสารอนุพันธ์ คือการสร้างกลไกตลาดที่เบี่ยงเบน สินค้าราคาขึ้นก็มีกำไร สินค้าราคาตกก็มีกำไร ส่งผลให้ Fundism มั่งคั่งแบบท่วมโลกเร็วขึ้นและง่ายขึ้น หุ้นยิ่งขึ้นแรงเท่าใดก็จะยิ่งทำให้มั่งคั่งมากเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม หากตกแรงเท่าใด ก็จะยิ่งทำให้มั่งคั่งมากเท่านั้นเช่นกัน  

ฝ่าย Capitalism เมื่อตลาดหุ้นขึ้น สภาพคล่องดีขึ้น ธุรกิจดีขึ้น มั่งคั่งขึ้น แต่เมื่อตลาดพังทลาย สภาคล่องเสียหาย ธุรกิจเสียหาย ล้มลง และล้มละลาย คือความเสียหายของ Capitalism
      
ทุกวันนี้เงินท่วมโลก แต่โลกจนลง ทั้งนี้เพราะเงินนั้นไม่ใช่เงินของ Capitalism แต่มันกลายเป็นเงินของ Fundism ที่มากขึ้นทุกวัน
      
World Economic forum หรือ G-20 Summit หรือ Asian Summit จะไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจอะไรได้ เนื่องจากมุ่งแก้ปัญหาที่ Capitalism เช่น การผลิต การขนส่ง การพาณิชย์ การนำเข้า การส่งออก การท่องเที่ยว การกีดกันทางการค้า

ซึ่งไม่ใช่ตัวปัญหาหลักของระบบ

เป็นการแก้ปัญหาในเรื่องเล็ก ซึ่งไม่ใช่ปัญหาหลักของระบบ

ทิศทางที่ถูกต้อง ต้องมาแก้ปัญหาที่ตัวกลางที่ทำให้เกิดธุรกรรมของ Fundism หากไม่มีตัวกลางที่ทำให้เกิดธุรกรรมของ Fundism ก็จะทำให้ Fundism ไม่สามารถปั่นทำความมั่นคั่งให้ตนเองได้

จะทำให้ Capitalism และโลกกลับสู่ความสงบปกติดังเดิมได้

.
ที่มา : http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000123777
โดย.. สุทธิพงษ์ ปรัชญพฤทธิ์
18 ตุลาคม 2552 12:49 น.

.....................................................................


ความคิดเห็นของบล๊อกเกอร์ ..เรื่องความผิดปกติ

1) หลังการพังทลายของตลาดหุ้นเมื่อปี 2537 ประเทศไทยต้องประสบกับภาวะของเงินแห้งขอด เงินไหลออก เกิดปัญหาของการขาดสภาพคล่อง มีการอัดฉีดสภาพคล่องให้สถาบันการเงิน และมีการปกป้องค่าเงินบาท ในที่สุดก็ไม่สามารถปกป้องสถาบันการเงินและให้ค่าเงินบาทมั่นคงอยู่ได้ สถาบันการเงินก็ล้มลง ภาคการผลิตจริงล้มลง และค่าเงินก็พังทลาย ต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟเป็นครั้งที่ 2

2) ปี 2552 เกิดเหตุการณ์ตรงกันข้ามกับเหตุการณ์หลังปี 2537 คือมีเงินไหลเข้าอันเนื่องมาจากการพังทลายของค่าเงินเหรียญสหรัฐ และโครงสร้างทางตลาดทุนของประเทศเกิดความผิดปกติมากขึ้น ทำให้เงินท่วมประเทศ เป็นปัญหาของสภาพคล่องท่วมประเทศ ขณะนี้ประเทศไทยกำลังต่อสู้กับภาวะเงินท่วมประเทศ เห็นได้จากกลยุทธ์ ..การกู้เงิน 8 แสนล้าน ..ปลดหนี้เกษตรกร ..Fast track Loan ..ปลดล็อกลูกหนี้ติดเครดิตบูโร ธปท.ส่งสัญญาณแบงก์ปล่อยกู้ ..คลังสั่งธปท.ส่งสัญญาณถึงแบงก์พาณิชย์ปล่อยกู้

3) ต้นเหตุการเกิดวิกฤติที่อเมริกาก็เป็นแบบเดียวกับประเทศไทย ตลาดแนสแดกซ์พังทลายในปี 2000 ค่าเงินเหรียญสหรัฐเสียหาย เงินไหลออก เกิดปัญหาของการขาดสภาพคล่อง แก้ปัญหาด้วยการออก CDO (กู้เงินมาปล่อยกู้ต่อ) เป็นรูปแบบของการแก้ปัญหาปลายเหตุ ไม่แก้ที่ต้นเหตุของปัญหา ส่งผลให้เศรษฐกิจทั้งระบบของอเมริกาพังทลายลงเช่นเดียวกับประเทศไทย

การแก้ปัญหาทั้งในข้อ 1  ข้อ 2 และข้อ 3 คือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ จากการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เราทราบผลแล้วว่าเป็นเช่นไร

ขณะนี้ปี 2552 ประเทศไทย กำลังแก้ปัญหาปลายเหตุ 2 อีก แก้ปัญหาสภาพคล่องท่วมระบบ คงต้องรอคอย มหันตภัยทางเศรษฐกิจ คงไม่แคล้ว ที่จะเกิดกับประเทศไทยอีก ?

 

ที่มา : http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2009/10/23/entry-1

 




|

Comments
Add New Search
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License