- ธรรมนิติเปิดกิจการให้บริการด้านไอที
- ขอเชิญร่วมบริจาคภาพเพื่อลงในพระไตรปิฎก ในระบบ E-book ถวายไว้ในพระพุทธศาสนา
- ขอเชิญร่วมบริจาคสร้างพระไตรปิฎก ในระบบ E-book ฉลอง 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้
- ต้องการงานดี มีความมั่นคง ลองคลิกเข้าไปดูที่ www.jobdst.com
- ขอเชิญติดตามอ่านบทความเรื่อง "พยากรณ์สงกรานต์ 2555" ที่คอลัมน์บทความพิเศษได้แล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
| โครงการรถไฟความเร็วสูงคืบหน้าอีกก้าวหนึ่ง เข้า ครม. อังคารหน้า |
|
|
| ข่าว - วิพากษ์การเมือง เศรษฐกิจ สังคม | |||||||||
| วันศุกร์ที่ ๐๓ กันยายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๑:๕๕ น. | |||||||||
|
กรณีรัฐบาลได้ตัดสินใจลงทุนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหรือ Hi-Speed Train โดยจะร่วมมือกับประเทศจีน ดังที่เป็นข่าวมาโดยลำดับแล้วนั้น ล่าสุดกระทรวงคมนาคมจะเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการนี้ในวันอังคารหน้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่าจะเสนอโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงต่อคณะรัฐมนตรี ตามที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้เสนอ โครงการดังกล่าวเป็นโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง 2 สาย จากภาคเหนือสู่ภาคใต้ ระยะทาง 1,600 กิโลเมตร โดยจะนำร่องก่อน 2 เส้นทาง คือสายกรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะทาง 615 กิโลเมตร และกรุงเทพฯ-ระยอง ระยะทาง 220 กิโลเมตร มีกำหนดแล้วเสร็จภายใน 5 ปี โครงการนี้กำหนดใช้ระบบรางแบบสแตนดาร์ตเกต (Standard Gauge) หรือรางกว้าง 1.435 เมตร โดยการลงทุนจะเป็นการลงทุนร่วมกับจีนแบบรัฐต่อรัฐ ซึ่งฝ่ายจีนจะเป็นฝ่ายก่อสร้างรางและฝ่ายไทยจัดหาที่ดิน จากนั้นเปิดให้มีการเดินรถโดยเอกชนที่จะเดินรถจะต้องเสียค่าใช้ประโยชน์ในการเดินรถ โดยจะมีการศึกษาเพิ่มเติมในรายละเอียดต่อไป ในเรื่องนี้ นายไพศาล พืชมงคล เลขาธิการ สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน เปิดเผยว่าการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประเทศไทย เหมือนกับเมื่อครั้งพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงริเริ่มสถาปนาการรถไฟขึ้นเป็นครั้งแรก และจะอำนวยประโยชน์แก่ประชาชนทั่วประเทศอย่างกว้างขวาง ในเรื่องนี้ตนและสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน รวมทั้งสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย ได้ผลักดันอย่างเข้มข้น จากการเดินทางไปเยือนประเทศจีนของตนได้พบปะกับบริษัทผู้ก่อสร้างรางรถไฟรายใหญ่ที่สุดของรัฐบาลจีน และได้ไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตรถไฟความเร็วสูงมาแล้ว กล่าวได้ว่าประเทศจีนมีความสนใจที่จะร่วมลงทุนโครงการนี้กับประเทศไทย ซึ่งเป็นความถูกต้องเหมาะสมที่สุด เพราะขณะนี้จีนเป็นเจ้าใหญ่ในระบบรางของโลก มีความก้าวหน้ากว่าแทบทุกประเทศ ทั้งได้จัดวงเงินในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจีน-อาเซียน ถึง 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และกำลังผลักดันโครงข่ายคมนาคมจีน-อาเซียน ชนิดเต็มอัตราด้วย ประเทศไทยจะต้องไม่ตกขบวนการพัฒนานี้เป็นอันขาด นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าประเทศไทยมีอุปสรรคภายในอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือเรื่องระบบความกว้างของราง ซึ่งขณะนี้ปัญหาตกไปแล้ว โดยไทยยอมรับที่จะปรับระบบรางเป็นระบบสแตนดาร์ตเกต (Standard Gauge) ที่มีความกว้าง 1.435 เมตร อีกเรื่องหนึ่งคือปัญหาการใช้เงินกู้ ซึ่งหน่วยงานบางหน่วยที่เกี่ยวข้องคัดค้าน โดยอ้างว่าเงินกู้จีนดอกเบี้ยแพงและเงื่อนไขสูง ซึ่งตนได้ชี้แจงแล้วว่าไม่จริง เพื่อพิจารณาโดยรวมแล้วดีกว่าที่ประเทศไทยเคยใช้ และให้ดูตัวอย่างหลายประเทศในอาเซียนที่ได้ใช้เงินกู้โครงการนี้แล้วเขาไม่ได้โง่กว่าประเทศไทย และไม่ได้ยอมเสียเปรียบใด ๆ ที่เขาใช้เพราะเล็งเห็นประโยชน์ ในขณะที่ประเทศไทยใช้แต่เงินกู้จากญี่ปุ่นจนมีอัตราส่วนเกิน 95% ของยอดเงินกู้ของประเทศไทยไปแล้ว ซึ่งต้องถือว่านี่คือความผิดพลาดใหญ่หลวงที่ต้องรีบแก้ไขโดยเร็วที่สุด เพราะสภาพเช่นนี้บ่งชี้ว่าเราเป็นเมืองขึ้นทางการเงินของญี่ปุ่น และถูกกดดันหรือผลักดันให้ทำโครงการผิด ๆ และเสียหายแก่ประเทศมากมายมาแล้ว จะต้องปลดแอกจากการเป็นเมืองขึ้นทางเงินกู้เสียที.
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."
|
|||||||||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ ๐๓ กันยายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๑:๕๘ น. |





