- ปฏิทินโหราศาสตร์ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ จัดทำโดย อ.บุญศรี ภักดีวิจิตร อดีดอุปนายกสมาคมโหร และ อ.สัมพรรค์ เผือกสกนธ์ ซึ่งเป็นศิษย์ทายาทโดยตรงของท่านอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ขณะนี้มีวางจำหน่ายแล้ว
- ภาษีอากรทั้งระบบสำหรับผู้ทำบัญชี [27/01/2555]
- ขอเชิญติดตามอ่านเรื่อง "เมื่อไม่รู้จักน้ำ ก็แก้ไขปัญหาน้ำไม่ได้ หายนะก็ไม่มีวันสิ้นสุด" ได้แล้วที่คอลัมน์ไขข้อสนใจจากไพศาล
- ขอเชิญติดตามอ่านรายงานพิเศษเรื่อง "ต้นแบบบ้านรังนก...มรดกจากสวรรค์" เขียนโดยนายไพศาล พืชมงคล ได้แล้วที่คอลัมน์รายงานพิเศษ
- ขอเชิญติดตามอ่านเรื่อง "กรุงรัตนโกสินทร์จะสิ้นแล้วหรือ?" ได้แล้วที่คอลัมน์พูดจาภาษาโหร
| “ไพศาล” เตือนรัฐตรวจสอบการแทรกแซงค่าเงินบาท ระบุเจ๊งแล้วกว่า 80,000 ล้าน |
|
|
| ข่าว - วิพากษ์การเมือง เศรษฐกิจ สังคม | |||||||||
| วันอังคารที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๐:๕๐ น. | |||||||||
|
นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อเช้าวันนี้ เตือนรัฐบาลให้ระมัดระวังและตรวจสอบการแทรกแซงค่าเงินบาท เผยขณะนี้เจ๊งแล้วกว่า 80,000 ล้านบาท หากไม่หยุดอาจซ้ำรอยต้มยำกุ้ง 2540 นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าประเทศไทยเคยมีบทเรียนความฉิบหายครั้งใหญ่ที่สุดที่รุนแรงยิ่งกว่าการเสียกรุงศรีอยุธยาทั้งสองครั้ง นั่นคือพิษจากวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 ซึ่งมีปฐมเหตุมาจากการแทรกแซงค่าเงินบาท จนขณะนี้ยังมีภาระหนี้ตกค้างถึง 1,400,000 ล้านบาท ทั้งที่ได้จ่ายดอกเบี้ยไปแล้วกว่า 700,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมานี้ จนหมดปัญญาที่จะใช้หนี้และกำลังจะคิดอ่านเอาเงินคลังหลวงของประชาชนไปใช้หนี้ โดยกำลังรอจังหวะอยู่ นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าความเสียหายใหญ่หลวงดังกล่าวควรเป็นบทเรียนสำคัญให้แก่ผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง แต่ดูเหมือนว่าเหตุการณ์ซ้ำรอยกำลังจะเกิดขึ้น เพราะยังมีการแอบแทรกแซงค่าเงินบาทกันอยู่ แต่จะเป็นการแทรกแซงโดยสุจริตหรือมีเรื่องอื่นแอบแฝงหรือไม่ ตนเป็นคนนอกวงการไม่อาจระบุได้ชัด แต่ยืนยันได้ชัดเจนว่าการเข้าแทรกแซงค่าเงินบาทครั้งใหม่นี้มีผลขาดทุนแล้วกว่า 80,000 ล้านบาท และถ้าไม่หยุดก็จะเกิดเหตุซ้ำรอยวิกฤตต้มยำกุ้ง 2540 นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าเท่าที่ตนทราบการแอบแทรกแซงค่าเงินบาทไม่ได้เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ แต่เกิดขึ้นในรัฐบาลพรรคพลังประชาชน และผลขาดทุนหรือที่เจ๊งกว่า 80,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่ก็เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลพรรคพลังประชาชน นั่นคือมีผลขาดทุนในการแทรกแซงค่าเงินบาทในปี 2551 สูงถึง 74,400 ล้านบาท ในปี 2552 มีผลขาดทุนอีก 18,700 ล้านบาท ส่วนผลขาดทุนในปี 2553 ยังไม่ทราบจำนวน นายไพศาล พืชมงคล ระบุว่าผู้มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนี้กลัวเรื่องเงินบาทแข็งจนขี้ขึ้นสมอง ไม่เคยคิดใช้ประโยชน์หรือกุมโอกาสจากค่าเงินบาทที่แข็งหรืออ่อนเลย ทำให้สงสัยว่ามีความรู้เชี่ยวชาญจริงหรือไม่ เพราะในการบริหารการปริวัตรนั้นจะต้องไม่กลัวอย่างใดอย่างหนึ่งจนขี้ขึ้นสมอง เพราะถ้ากลัวเงินบาทแข็งก็เจ๊งได้ หรือแม้กลัวเงินบาทอ่อนก็เจ๊งได้อีกเช่นเดียวกัน ผู้บริหารการปริวัตรที่ชาญฉลาดจะต้องกุมโอกาสและสามารถสร้างประโยชน์และกำไรจากความผันแปรในเรื่องเหล่านี้ ซึ่งมีเกิดขึ้นเป็นปกติได้ แต่ประเทศไทยน่าสงสารนัก เงินบาทแข็งก็เจ๊ง เงินบาทอ่อนก็เจ๊ง จึงทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่ามีใครแอบแสวงหาประโยชน์จากการขาดทุนหรือการแทรกแซงค่าเงินหรือไม่ เพราะหากถ้าใครรู้หรืออินไซต์เรื่องนี้เพียงแค่ชั่วโมงเดียวก็สามารถเป็นมหาเศรษฐีได้ในพริบตา นายไพศาล พืชมงคล จึงได้กล่าวแนะนำให้รัฐบาลตรวจสอบการแทรกแซงค่าเงินบาทว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และมีผลขาดทุนจริงหรือไม่เท่าใด รวมทั้งหามาตรการในการรักษาประโยชน์ของประเทศชาติจากการที่ค่าเงินบาทแข็งหรืออ่อนให้เป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่ปล่อยให้คนสองคนชี้ชะตาความพินาศฉิบหายในทางการเงินของประเทศดังที่เคยเป็นมาแล้ว.
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."
|





