|
ศาลปกครองสั่งให้ไต่สวนคดี “คุณหญิงจารุวรรณ” แบบธรรมดา |
|
|
|
ข่าว -
วิพากษ์การเมือง เศรษฐกิจ สังคม
|
|
วันอังคารที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙:๓๖ น. |
|
มีรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับเช้าวันนี้ โดยคอลัมน์แกะรอยการเมือง เผยว่าศาลปกครองมีคำสั่งให้ไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองของผู้ตรวจการแผ่นดินแบบธรรมดา พร้อมระบุตัวอย่างที่มีการรักษาการหลังจากพ้นตำแหน่งแล้วหลายกรณี
รายงานข่าวระบุว่า กรณีผู้ตรวจการแผ่นดินได้ยื่นฟ้องคุณหญิง จารุวรรณ เมณฑกา รักษาการผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ให้เพิกถอนคำสั่งยกเลิกการแต่งตั้งผู้รักษาการ และได้ขอคุ้มครองชั่วคราวให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างการพิจารณานั้น เมื่อวานนี้ศาลปกครองได้มีคำสั่งให้ไต่สวนแบบธรรมดา ซึ่งหมายความว่าศาลเปิดโอกาสให้คู่ความทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสแสดงพยานหลักฐานก่อน หรือเท่ากับปฏิเสธการไต่สวนฝ่ายเดียวเพื่อการคุ้มครองตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอแล้ว
รายงานข่าวได้ยกตัวอย่างกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญพ้นตำแหน่งและรักษาการต่อไปหลายกรณี เช่นกรณีพลเอก ธีรเดช มีเพียร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินครบวาระ แต่ยังสรรหาไม่ได้ ก็ต้องนั่งรักษาการในฐานะประธานต่อไปถึงปีเศษ หรือกรณีนายเสน่ห์ จามริก ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและกรรมการทั้งคณะพ้นตำแหน่งไป 2 ปี ก็ยังต้องรักษาการในหน้าที่ต่อไป เพราะยังสรรหาไม่แล้วเสร็จ หรือกรณีกรรการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ 3 ท่านต้องออกจากวาระแต่สรรหาคนใหม่ยังไม่ได้ก็ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป รายงานข่าวดังกล่าวได้ระบุว่าเหตุที่เกิดเรื่องนี้ขึ้นเพราะ “ผิดที่เป็นจารุวรรณ”
ในเรื่องเดียวกันนี้ นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ให้ความเห็นในรายการสู้เพื่อบ้านเมือง ทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่อง 13 สยามไท เมื่อคืนวานนี้ ตั้งข้อสังเกตว่าที่ผ่านมาไม่ค่อยได้เห็นบทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดิน ทั้งที่มีกรณีมากมาย จึงรู้สึกแปลกใจที่จู่ ๆ ผู้ตรวจการแผ่นดินก็มายื่นฟ้องคดีนี้ และถ้าจะฟ้องกันจริง ๆ ก็ควรจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ชี้ขาดว่าคำสั่ง คมช. ที่แต่งตั้งให้คุณหญิง จารุวรรณ เมณฑกา รักษาการผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินไปจนกว่าการสรรหาจะเสร็จสิ้นนั้นมีผลใช้บังคับได้หรือไม่ เรื่องจะได้เสร็จสิ้นไปในคราวเดียว เพราะการมาฟ้องเพียงขอให้เพิกถอนคำสั่งไม่ทำให้ปัญหาสิ้นสุดลงไปได้ แต่การฟ้องแบบนี้จะต้องอ้างที่มาว่าคุณหญิง จารุวรรณ เมณฑกา ได้พ้นจากหน้าที่รักษาการไปแล้วเสียก่อน และการขอคุ้มครองชั่วคราวซึ่งจะเป็นการไต่สวนฝ่ายเดียวจะทำให้อีกฝายหนึ่งเสียเปรียบ เพราะไม่มีโอกาสนำพยานหลักฐานเข้าแสดง เท่ากับทำให้อีกฝ่ายหนึ่งแพ้คดีในทางความเป็นจริงตั้งแต่ต้น แต่ตนเองเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันทั้งบ้านทั้งเมือง เชื่อว่าศาลปกครองจะพิจารณาด้วยความรอบคอบ และจะอำนวยความยุติธรรมให้เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ และมีความเป็นไปได้ที่ศาลจะใช้อำนาจไต่สวนสองฝ่ายตามกฎหมาย ขอให้เชื่อมั่นในศาล
นายไพศาล พืชมงคล กล่าวอีกว่าการแก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยวิธีตีความแบบศรีธนญชัยนั้นเป็นอันตรายต่อบ้านเมือง กรณีผู้ตรวจการแผ่นดินนี้เป็นตำแหน่งสำคัญ ควรจะรีบสรรหาเสียให้เสร็จ หรือถ้ามีปัญหาทางกฎหมายก็ให้ศาลชี้ขาด ไม่ใช่ใช้วิธีให้ลูกน้องตัวเองตีความกันเอง เพราะเกิดความเสียหายได้มาก ดังตัวอย่างกรณีโรงงานที่อาจก่อมลพิษที่มาบตาพุดก็แก้ปัญหาด้วยวิธีตีความกันแบบนี้ แต่ในที่สุดศาลปกครองก็ไม่เห็นด้วยกับการตีความนั้นและสั่งให้หยุดก่อสร้าง หยุดโครงการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย จนเกิดความเสียหายนับแสนล้านบาท ซึ่งขณะนี้ก็ไม่มีนักตีความรายไหนรับผิดชอบเลย จนนักลงทุนเดือดร้อนและต้องย้ายทุนหนีกันจ้าละหวั่น และตอนนี้ก็กำลังจะมีการตีความเรื่องสัมปทานโทรศัพท์ 2G อีกแล้ว จึงอยากเตือนผู้มีอำนาจหน้าที่ว่าอย่าใช้วิธีตีความแบบศรีธนญชัยแก้ปัญหาของบ้านเมือง จะเกิดความเสียหายและเป็นอันตรายต่อบ้านเมือง.
|