- ธรรมนิติเปิดกิจการให้บริการด้านไอที
- ขอเชิญร่วมบริจาคภาพเพื่อลงในพระไตรปิฎก ในระบบ E-book ถวายไว้ในพระพุทธศาสนา
- ขอเชิญร่วมบริจาคสร้างพระไตรปิฎก ในระบบ E-book ฉลอง 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้
- ต้องการงานดี มีความมั่นคง ลองคลิกเข้าไปดูที่ www.jobdst.com
- ขอเชิญติดตามอ่านบทความเรื่อง "พยากรณ์สงกรานต์ 2555" ที่คอลัมน์บทความพิเศษได้แล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
| “ไพศาล” ชี้กรรมการมรดกโลกเลื่อนประชุม เป็นชัยชนะของประชาชน |
|
|
| ข่าว - วิพากษ์การเมือง เศรษฐกิจ สังคม | |||||||||
| วันศุกร์ที่ ๓๐ กรกฏาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙:๕๙ น. | |||||||||
|
นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนเช้าวันนี้ว่า การที่คณะกรรมการมรดกโลกเลื่อนประชุมรับขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารไปเป็นปีหน้าเป็นชัยชนะของประชาชน แต่ยังไม่ได้ทำให้ประเทศไทยได้ดินแดนกลับคืนมา รัฐจะต้องดำเนินการต่อไป นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าตนขอขอบคุณประชาชนผู้รักชาติทุกหมู่เหล่าที่ได้ร่วมกันเคลื่อนไหวกดดันจนทำให้คณะกรรมการมรดกโลกต้องเลื่อนประชุมไป เพราะหลักการในการขึ้นทะเบียนมรดกโลกนั้นจะต้องไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งหรือสงคราม การต่อต้านของประชาชนผู้รักชาติทำให้คณะกรรมการมรดกโลกไม่สามารถรับขึ้นทะเบียนได้ เพราะผิดกฎในการพิจารณารับขึ้นทะเบียน จึงถือได้ว่าเป็นชัยชนะของประชาชนผู้รักชาติที่ได้เสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางและเสียสละ จนสามารถได้รับชัยชนะเบื้องต้น ซึ่งรัฐบาลก็ควรขอบคุณประชาชนเหล่านี้ นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าในขณะนี้เขมรยังคงยึดครองดินแดนไทยจำนวนมาก รวมทั้งพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่จะขึ้นทะเบียนมรดกโลกด้วย และขณะนี้เขมรได้อพยพครอบครัวประชาชนที่เข้ามายึดครองบริเวณพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร และเขาพระวิหารออกไป โดยสับเปลี่ยนเอาทหารและอาวุธหนักเข้ามาแทนที่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องให้กองทัพขับไล่ผู้รุกรานออกไป นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าหลังจากเลื่อนการประชุมไปแล้ว รัฐบาลไทยยังมีหน้าที่ในการปกปักรักษาดินแดนและอธิปไตยในส่วนนี้ ที่จะต้องทำอีก 3 เรื่อง มิฉะนั้นก็ยังแก้ปัญหาการถูกยึดดินแดนไม่ได้ เรื่องแรก คือการขับไล่ผู้รุกรานออกไปจากทุกพื้นที่ ซึ่งต้องใช้ทั้งสองวิธีคือทางการเมือง การทูต และทางการทหาร ถ้าหากพูดกันไม่รู้เรื่องก็ต้องใช้แสนยานุภาพของกองทัพขับไล่ออกไป ถ้าไม่ทำก็ถือว่าขายชาติ และยอมให้เขมรยึดดินแดนไทยไปอย่างหน้าตาเฉย เรื่องที่สอง รัฐบาลจะต้องมีหนังสือคัดค้านอย่างเป็นทางการไปยังคณะกรรมการมรดกโลกว่าพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่เขมรจะเอาไปขึ้นทะเบียนนั้นเป็นดินแดนไทย ไม่ใช่ดินแดนเขมร จะรับขึ้นทะเบียนมรดกโลกไม่ได้ และจะต้องแจ้งเป็นทางการให้คณะกรรมการมรดกโลก องค์การยูเนสโก้ และเลขาธิการสหประชาชาติ รวมทั้งเขมรทราบว่าแถลงการณ์ร่วมที่นายนพดล ปัทมะ ไปทำกับเขมรนั้นใช้บังคับไม่ได้มาตั้งแต่ต้นเพราะเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายและขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้พิพากษาแล้ว ไม่ใช่ทำอย่างที่กระทรวงการต่างประเทศเข้าใจ คือแจ้งเขมรว่าแถลงการณ์ร่วมสิ้นผล ซึ่งเขมรหัวเราะเยาะเพราะการแจ้งว่าสิ้นผลนั้นก็คือการยอมรับว่าแถลงการณ์ร่วมมีผลแล้ว แต่ยกข้ออ้างขึ้นใหม่ว่าสิ้นผล เขมรจึงย้อนว่าเป็นเรื่องที่ไทยเข้าใจเอาฝ่ายเดียว ซึ่งต่างกับการขัดกับรัฐธรรมนูญ ผิดกฎหมาย และใช้ไม่ได้ ซึ่งใช้ไม่ได้เลยตั้งแต่ต้น เขมรจึงเอาไปอ้างเป็นหลักฐานว่าไทยยอมให้เอาพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ไปขึ้นทะเบียนมรดกโลกเป็นของเขมรไม่ได้ เรื่องที่สาม จะต้องห้ามชาติต่าง ๆ ไม่ให้เข้ามาขุดเจาะสำรวจน้ำมันและก๊าซในอ่าวไทยตามที่เขมรให้สัมปทาน โดยต้องระบุว่าเขมรไม่มีสิทธิ์ให้สัมปทานเพราะเป็นดินแดนและอยู่ภายใต้อธิปไตยของประเทศไทย ถ้าประสงค์จะขุดเจาะสำรวจต้องมาทำข้อตกลงขอสัมปทานกับรัฐบาลไทย จากนั้นก็สามารถต่อรองผลประโยชน์กับชาติมหาอำนาจเหล่านั้นเพื่อให้ร่วมมือกับไทยในการขับไล่ผู้รุกรานออกไป และสร้างความเข้าใจทางสากลให้เห็นว่าเขมรเป็นอันธพาลผู้รุกราน และฉ้อฉล นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าการที่รัฐบาลเพิ่งลงมติให้คัดค้านเมื่อบ่ายวันพุธหลังจากที่ผู้แทนรัฐบาลเดินทางไปบราซิลหลายวันแล้ว สะท้อนให้เห็นว่ามีปัญหาในการบริหาร และมีปัญหาร้ายแรงที่อาจทำให้เสียดินแดนได้โดยง่าย จะต้องทบทวนตรวจสอบความผิดพลาดทั้งหมด ที่สำคัญจะต้องตรวจสอบว่าบรรดารายงานต่าง ๆ หรือความเห็นต่าง ๆ ที่ว่าเขมรไม่ได้บุกรุกเข้ามายึดดินแดนก็ดี หรือการขึ้นทะเบียนไม่ทำให้ไทยเสียดินแดนก็ดี มีผู้ใดต้องรับผิดชอบบ้างหรือไม่ เพราะเรื่องเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการมีผู้ขายชาติหรือผู้ทรยศชาติที่แอบแฝงอยู่ในวงการรัฐ หากไม่ป้องกันแก้ไขให้ดีก็จะเป็นอันตรายในภายหน้าได้ ที่สำคัญคือเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศที่ปกปิดความผิดของตนเองและเสี่ยงต่อการทำให้ประเทศเสียหายจะต้องรับผิดชอบ จะต้องได้รับการตรวจสอบและดำเนินการ ไม่ให้เป็นหนอนบ่อนไส้อยู่อีกต่อไป นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่ารัฐบาลควรเห็นประโยชน์จากการชุมนุมประท้วงคัดค้านของประชาชนทั้งในและต่างประเทศ พึงต้องขอบใจผู้รักชาติเหล่านั้นและเร่งดำเนินการตามข้อเสนอ 3 ประการข้างต้น จะทำให้รัฐบาลฟื้นจากความเสื่อมและจะมีเสถียรภาพดีขึ้น.
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."
|





