84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านคิดว่าป๋าเปรมควรไปร่วมฉลองความสำเร็จในการแก้ปัญหาน้ำท่วมกับยิ่งลักษณ์หรือไม่?
 
ป้ายโฆษณา
“ไพศาล” ชี้เหตุไทยเสียดินแดนแก่เขมรเป็นครั้งแรก พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
ข่าว - วิพากษ์การเมือง เศรษฐกิจ สังคม
วันพุธที่ ๒๘ กรกฏาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙:๒๙ น.
|


     นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้กล่าวในรายการเคาะข่าวริมโขง เมื่อคืนวานนี้ ชี้เหตุ 5 ประการทำไทยเสียดินแดนแก่เขมรเป็นครั้งแรก และจะส่งผลให้เสียดินแดนต่อไปอีกมากมาย 


     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าสิ่งที่เขมรนำไปขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกคือปราสาทพระวิหาร โดยอ้างคำตัดสินของศาลโลกเป็นหลักฐาน และพื้นที่อันเป็นดินแดนของประเทศไทย 4.6 ตารางกิโลเมตร โดยอ้างแถลงการณ์ร่วมที่นายนพดล ปัทมะ ทำกับเขมรในรัฐบาลพรรคพลังประชาชน และหลักฐานที่ไทยยอมรับให้เขมรตั้งถิ่นฐานมั่นคงแล้ว เมื่อใดที่คณะกรรมการมรดกโลกขึ้นทะเบียนสมบูรณ์ ซึ่งรวมถึงการจัดการพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร แล้ว เมื่อนั้นไทยก็จะเสียดินแดนให้แก่เขมรอย่างสมบูรณ์ ซึ่งคาดว่าจะเสียดินแดนอย่างเป็นทางการทั้งพฤตินัยและนิตินัยในวันนี้ 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าสาเหตุที่ทำให้ไทยเสียดินแดนครั้งนี้มี 5 ประการคือ 

     ประการแรก รัฐบาลพรรคพลังประชาชนโดยนายนพดล ปัทมะ ได้ทำแถลงการณ์ร่วม ยอมให้เขมรนำปราสาทพระวิหารและพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้ 

     ประการที่สอง รัฐบาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันละเว้นไม่ทำหน้าที่ผลักดันเขมรผู้รุกรานออกไปจากดินแดนไทย 4.6 ตารางกิโลเมตร และสมยอมให้เขมรยึดครองด้วยความเห็นแก่ตัวเพื่อประโยชน์ส่วนตนของคนขายชาติ 

     ประการที่สาม รัฐบาลที่ผ่านมาถึงปัจจุบันไม่ยอมคัดค้านการเอาดินแดนไทย 4.6 ตารางกิโลเมตร ไปขึ้นทะเบียนมรดกโลก 

     ประการที่สี่ รัฐบาลที่ผ่านมาถึงปัจจุบันไม่ยอมแจ้งสภาพที่แถลงการณ์ร่วมซึ่งนายนพดล ปัทมะ ไปทำไว้ใช้ไม่ได้ เพราะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ตามคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครองสูงสุด ทำให้เขมรสามารถนำไปใช้อ้างได้ และคณะกรรมการมรดกโลกใช้พิจารณาได้ 

     ประการที่ห้า รัฐบาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันหลอกลวงคนไทยว่าเขมรไม่ได้ยึดครองดินแดนไทย และไม่ได้เสียดินแดน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและหลงเชื่อ จนปล่อยปละละเลย กระทั่งเสียดินแดน 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าเมื่อครั้งศาลโลกตัดสินเรื่องปราสาทพระวิหารนั้น ไทยเสียแต่ปราสาทพระวิหารแต่ได้สงวนสิทธิ์ไว้ โดยไม่ได้เสียดินแดน เนื่องจากไม่ได้พิพาทกันเรื่องดินแดน ดังนั้นครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่ไทยเสียดินแดนให้แก่เขมร และเป็นการเสียดินแดนที่มีลักษณะเป็นก้าวแรกของการเสียดินแดนครั้งใหญ่ 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าเมื่อเสียดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตร แล้ว เขมรก็จะใช้เป็นจุดอ้างอิงด้านแนวเขต โดยจะอ้างประกอบกับแถลงการณ์ปี 2543 ที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ไปลงนามยอมรับแผนที่ของเขมรอัตราส่วน 1:200,000 ซึ่งจะทำให้ไทยเสียดินแดนอีก 1,800,000 ไร่ ตลอดแนวชายแดนตั้งแต่จังหวัดอุบลราชธานีถึงจังหวัดตราด โดยขณะนี้เขมรได้ส่งทั้งทหารและพลเรือนขึ้นมาตั้งรกรากถิ่นฐานในพื้นที่นี้หลายจุดแล้ว โดยไทยเพิกเฉยไม่ยอมผลักดัน ก็จะทำให้เขมรตั้งรกรากถิ่นฐานและตั้งกองบัญชาการทหารเสริมเข้ามา และที่ซ้ำร้ายไทยขับไล่ประชาชนของตนเองออกจากพื้นที่โดยมีการซ้อมอพยพกันแล้ว และยังกีดกันไม่ให้คนไทยเข้าไปในดินแดนของประเทศไทย ในขณะที่เขมรเข้ามาและจัดสรรที่ดินกันอย่างสนุกสนานอยู่ในขณะนี้ แต่รัฐบาลก็เพิกเฉย และไม่บอกความจริงกับประชาชน 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าพร้อม ๆ กับการเสียดินแดนรอบที่ 2 จำนวน 1,800,000 ไร่ ก็จะเสียอ่าวไทยราว 1 ใน 3 หรือ 1 ใน 4 โดยรวมพื้นที่ที่เป็นแหล่งพลังงานมูลค่ามหาศาลของโลกซึ่งเป็นของประเทศไทยไปด้วย ในการยึดครองทางอ่าวไทยนั้นเขมรใช้วิธีให้สัมปทานแก่ชาติมหาอำนาจ ในการขุดสำรวจเจาะน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเมื่อชาติมหาอำนาจเข้าไปดำเนินการ ไทยก็ไม่มีปัญญาที่จะขับไล่ออกไปได้เช่นเดียวกับทางบก เมื่อขึ้นทะเบียนมรดกโลกสมบูรณ์แล้วก็จะมีชาติมหาอำนาจ 5 ชาติเข้ามาจัดการดูแลให้เขมร ไทยก็ไม่มีปัญญาขับไล่ชาติมหาอำนาจเหล่านั้นออกไปได้ เราก็จะเสียดินแดนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งถ้าหากไทยยังใช้ท่าทีและดำเนินการดังที่ทำมาแล้วก็เป็นที่แน่นอนว่าเราจะเสียดินแดนครั้งใหญ่ที่สุดในยุคสมัยของเรานี้.

 




|

Comments
Add New Search
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License