|
อดีต ส.ว. เผย เขมรเหิมหนัก ยึดดินแดนไทยเพิ่มเติมอย่างไม่หยุดยั้ง |
|
|
|
ข่าว -
วิพากษ์การเมือง เศรษฐกิจ สังคม
|
|
วันพุธที่ ๑๔ กรกฏาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๐:๓๒ น. |
นายการุณ ใสงาม อดีตสมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อวานนี้ว่าขณะนี้เขมรฮึกเหิมอย่างหนัก เพราะได้ใจที่เห็นไทยอ่อนแอ ขยายการรุกยึดดินแดนไทยตลอดแนวชายแดนอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งยังเสริมกำลังทหารจำนวนมากตลอดแนวชายแดน
นายการุณ ใสงาม ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ใกล้แนวชายแดนได้กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกในวันที่ 25 เดือนนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่ถอนตัว ซึ่งเท่ากับยอมรับมติที่จะมีการตัดสินในวันดังกล่าว โดยขณะนี้สื่อมวลชนของเขมรได้ปลุกระดมประชาชนให้ได้ทราบล่วงหน้าแล้วว่าจะขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้สำเร็จ ทั้งตัวปราสาทพระวิหารและดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่ได้คืนจากประเทศไทย ในขณะที่ฝ่ายไทยอ้างว่าเขตแดนยังไม่ชัดเจน แต่เขมรยืนยันว่าชัดเจน คณะกรรมการมรดกโลกก็จะเชื่อตามเขมรเพราะมีความชัดเจนตามแถลงการณ์และแผนที่ต่าง ๆ ที่ไทยได้ยอมรับและไม่ยอมยกเลิกทั้ง ๆ ที่ศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครองได้ตัดสินว่าเป็นโมฆะไปแล้ว แต่ไม่ยอมแจ้งคณะกรรมการมรดกโลกหรือเขมร จึงเท่ากับว่ารู้กันเฉพาะในประเทศไทย แต่ไม่ผูกพันเขมรและคณะกรรมการมรดกโลก จึงเป็นเหตุที่จะทำให้ประเทศไทยเสียดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตร รอบปราสาทพระวิหารอย่างเป็นทางการและอย่างถาวร หลังจากได้เสียทางพฤตินัยโดยยอมให้เขมรเข้ามาตั้งบ้านเรือนและส่งทหารมาประจำการระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะต้องรับผิดชอบในการทำให้เสียดินแดนในครั้งนี้
นายการุณ ใสงาม กล่าวอีกว่าขณะนี้เขมรได้อพยพราษฎรจากทั่วประเทศโดยเฉพาะจากชายแดนเขมร-เวียดนาม ซึ่งถูกเวียดนามยึดครองเข้ามาตั้งรกรากใหม่ ปลูกบ้านเรือนจำนวนมากในดินแดนที่ยึดจากประเทศไทยใหม่ ๆ เป็นพื้นที่ถึง 1,800,000 ไร่ ตั้งแต่จังหวัดอุบลราชธานีมาจนถึงจังหวัดตราด ตามแนวแผนที่ที่ฝ่ายไทยยอมรับตามอนุสัญญาไทย-เขมร ในปี 2543 และข้อตกลงต่าง ๆ ที่ทำในสมัยรัฐบาลทักษิณ ซึ่งขณะนี้เขมรได้ยึดครองโดยพฤตินัยแล้ว และกำลังขับไล่คนไทยออกจากพื้นที่เดิม แม้ทางการไทยก็ซักซ้อมอพยพคนไทยออกจากหลักแหล่งเดิมกันแล้ว จึงทำให้เขมรฮึกเหิมมาก เพราะเห็นว่าไทยอ่อนแอ ขี้ขลาด ตาขาว ไม่กล้าต่อสู้กับเขมร ยอมยกแผ่นดินให้เขมรโดยง่าย จึงส่งกำลังทหารจำนวนมากเข้ามาประจำในดินแดนไทยที่ยึดใหม่ สนับสนุนครอบครัวเขมรที่อพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนใหม่ ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลกลับไม่สนใจและปกปิดข่าวเพื่อทำให้คนไทยไม่สนใจ ไปหลงฟุตบอลโลก ไปหลงการรับโทรศัพท์และไปหลงคณะกรรมการปรองดอง คณะกรรมการปฏิรูป ซึ่งการเสียดินแดนครั้งใหม่โดยทางพฤตินัยเนื้อที่ 1,800,000 ไร่นี้จะเป็นการเสียดินแดนจำนวนมากที่สุดหลังจากยุคล่าอาณานิคม เนื่องจากคนไทยขายชาติ ยอมให้เขมรยึดดินแดนไทยไปอย่างหน้าตาเฉย
นายการุณ ใสงาม กล่าวอีกว่าตนฟังภาษาเขมรได้ ได้เปิดโทรทัศน์วิทยุเขมรฟังตลอด ได้ฟังคำปราศรัยของนายฮุนเซนประกาศต่อประชาชนเขมรว่าจะยึดดินแดนเขมรที่ประเทศไทยยึดครองไว้ จนกระทั่งถึงลพบุรี ซึ่งมีปราสาทของเขมรเป็นหลักฐานอยู่ โดยก้าวต่อไปจะต้องขยายการเอาแผ่นดินคืนตลอดแนวด้านใต้ของเส้นทางรถไฟสายสระบุรีไปอีสาน ซึ่งจะได้ดินแดนจากประเทศไทยอีกหลายล้านไร่ จะทำให้ภาคอีสานและภาคตะวันออกหายไปเกือบครึ่งหนึ่ง ซึ่งถ้ารัฐบาลไทยยังเป็นเช่นนี้อยู่เชื่อว่าเขมรคงทำสำเร็จ เพราะขณะนี้เมื่อไทยยอมรับแผนที่ของเขมร อัตราส่วน 1:200,000 แล้ว เขมรก็รุกอีกขั้นหนึ่งโดยจากแนวแผนที่ 1:200,000 นี้เขมรเรียกร้องให้ขยายแผนที่ให้ละเอียดขึ้นเป็น 1:50,000 ซึ่งจะทำให้เขมรได้ดินแดนเพิ่มขึ้นอีกมากมาย
นายการุณ ใสงาม กล่าวว่าตนตอนนี้เป็นเกษตรกร ทำอะไรไม่ได้มาก จึงได้แต่บอกกล่าวในฐานะผู้ที่อยู่ใกล้เหตุการณ์และฟังข่าวจากพี่น้องประชาชอยู่ทุกวันเพื่อให้คนไทยได้รับทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับดินแดนไทย.
|