84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านคิดว่าป๋าเปรมควรไปร่วมฉลองความสำเร็จในการแก้ปัญหาน้ำท่วมกับยิ่งลักษณ์หรือไม่?
 
ป้ายโฆษณา
ศอฉ.แบ่งโซนตรึงกำลัง 454 จุดเสี่ยงรอบกรุง พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย วายุบุตร   
วันศุกร์ที่ ๐๓ กันยายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๔:๔๙ น.
|

     ศอฉ.วางมาตรการรับมือระเบิดป่วนเมือง แบ่งโซนตรึงกำลังพื้นที่จุดเสี่ยงรอบกรุง 454 จุด 24 ชั่วโมง ตั้ง "ดาว์พงษ์"  บัญชาการระดมกำลังทหาร-ตำรวจ-เทศกิจ คุมเข้มพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ พร้อมสั่งปรับปรุงกล้องวงจรปิดทั่วกรุงเทพฯ 

     นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) เป็นประธานในการประชุม ศอฉ. โดยมี พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุด พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม 

     พล.ต.ต.ปิยะ  อุทาโย  รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวภายหลังการประชุมว่า นายธาริต เพ็งดิษ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รายงานความคืบหน้าในการตั้งคณะกรรมการ 12 ชุด ในการตรวจสอบการเสียชีวิตของเหตุการณ์การชุมนุมในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการอยู่ นอกจากนี้ทางผู้แทนของสตช.ได้ชี้แจงความคืบหน้าในการติดตามรวบรวมพยานหลักฐานกรณีเหตุระเบิดที่สถานีวิทยุโทรทัศน์เอ็นบีที โดยได้มีการตรวจสอบทั้งกล้องวงจรปิดทั้งของส่วนราชการ ทางด่วนและพื้นที่ของเอกชนโดยรอบ และได้ข้อมูลที่น่าสนใจโดยต้องนำไปประกอบกับข้อมูลทางฝ่ายอื่น ๆ รวมถึงการวิเคราะห์เหตุแวดล้อมอื่น ๆ ที่จะเป็นชนวนที่ทำให้เกิดเหตุ 

     "หลังจากที่มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนรวมถึงกระทบต่อความมั่นคงโดยเฉพาะพื้นที่ของกทม.ทางกองทัพภาคที่ 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาลกทม. ได้มีการร่วมกันวางมาตรการหลัก ออกเป็นแผนปฎิบัติการในภาพรวมของ ศอฉ.ในการดูแลพื้นที่ กทม. 3 มาตรการ คือ1.การป้องกันแก้ไขเหตุการณ์ และปิดช่องโอกาสในการก่อเหตุ 2.การกดดัน เข้าไปตรวจสอบกลุ่มที่มีแนวโน้มว่าจะก่อเหตุ โดยกระบวนการสืบสวนสอบสวน 3.มาตรการเชิงรุกหรือการปฎิบัติการจิตวิทยา ในการขอความร่วมมือจากมวลชนฝ่ายต่าง ๆ ซึ่งมาตรการสำคัญอยู่ที่มาตรการแรกที่ดำเนินอยู่แล้ว" 

     ทั้งนี้ มีการวิเคราะห์กำหนดพื้นที่ต่าง ๆ ในกทม.ที่มีจุดเสี่ยงแบ่งเป็น 3 ระดับ

     1.พื้นที่เฝ้าพิเศษคือ พื้นที่ที่มีแนวโน้มการก่อเหตุสูงหรือพื้นที่ที่เคยมีเหตุเกิดขึ้น และมีแนวโน้มการก่อภัยคุกคาม และพื้นที่ที่ต้องมีความปลอดภัยอย่างสูงสุด เช่น เขตพระราชฐาน สถานที่ราชการสำคัญ บ้านบุคคลสำคัญ ที่เป็นเป้าหมาย แหล่งพลังงานอื่น ๆ สถานีรถไฟฟ้า สถานีขนส่งต่าง ๆ รวมทั้งหมด 130 จุด 

     สำหรับวิธีการในการดำเนินการจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงไปปฎิบัติร่วมเจ้าหน้าที่ทหาร รวมถึง สารวัตรทหารบก สารวัตรทหารเรือ สารวัตรทหารอากาศและเทศกิจของกทม.จะลงไปตรวจสอบและวางกำลังตลอด 24ชั่วโมง ส่วนพื้นที่นอกเหนือจากนี้จะมีการจัดกำลังออกตรวจตรารอบพื้นที่เป็นระยะ 400 เมตร ในพื้นที่บริเวณโดยรอบ โดยจัดชุดตรวจเดินเท้า วางกำลังซุ่มโป่ง ทั้งในและนอกเครื่องแบบและจำมีการจัดระบบกล้องวงจรปิดในพื้นที่เฝ้าพิเศษใหม่ โดยให้จับจุดในพื้นที่สาธารณะมากที่สุด เน้นการบันทึกให้เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน ทั้งนี้จะให้มีการตรวจสอบการปฎิบัติอย่างใกล้ชิดมากขึ้น 

     2. พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ ซึ่งมีภัยคุกคามน้อยกว่าระดับที่ 1 คือสถานที่ราชการอื่น ๆ หรือบ้านพักบุคคลสำคัญอื่น ๆ เป้าหมายที่เป็นเชิงสัญลักษณ์ รวมทั้งจุดต่างๆที่เคยมีเหตุประปราย รวม 198 จุด จะมีการจัดจุดตรวจ และมีเจ้าหน้าที่สายตรวจเข้าไปเสริม โดยให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่เข้าไปดูแลด้วย 

     3.พื้นที่เฝ้าระวังคือห้างสรรพสินค้า ธนาคาร รวม 136 จุด ซึ่งรวมพื้นทีที่ทางกองทัพภาคที่ 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาลและ กทม. ต้องดูแลทั้งหมด 454 จุด จะเน้นการอบรมและให้ความรู้พนักงานรักษาความปลอดภัย กำหนดช่องทางการติดต่อสื่อสาร ส่วนการประสานงาน ทั้ง 3 พื้นที่เราได้กำหนดชุดปฎิบัติการพิเศษจำนวน 10 ชุด ในการเข้าคลี่คลายสถานการณ์ขนาดใหญ่ 

     อย่างไรก็ตาม ในเวลา 13.00 น. ทาง ศอฉ.จะเรียกระดับผู้ปฎิบัติ คือผู้บังคับการตำรวจนครบาล1-9 เจ้าของพื้นที่ทั้งหมด เจ้าหน้าที่กองทัพภาคที่ 1 เทศกิจและสันติบาลและหน่วยที่รับผิดชอบพื้นทื่อื่นๆ เช่น องค์การรถไฟฟ้า แอร์พอตลิ้งค์ เข้ามารับทราบและกำหนดภารกิจร่วมกัน โดยมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสนาธิการทหารบก เป็นประธานในการประชุม 

     พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า ศอฉ.ได้ให้กทม.ได้มีการสำรวจกล้องวงจรปิดทั่ว กทม. 2 , 928 แห่ง ว่าจุดไหนที่มีปัญหา ชำรุด เสียหาย ให้ปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน รวมถึงกล้องวงจรปิดของภาคชน ประมาณเกือบ 10,000 กล้อง ที่จะเข้าร่วมภารกิจนี้ เช่น สถานบริการน้ำมัน 792 แห่ง ห้างสะดวกซื้อ ห้างมินิมาร์ท 2,533 ธนาคาร 1,908 ร้านทอง 1,324 และร้านอินเตอร์เน็ต ประมาณ 2,000 กว่าแห่ง ร่วมทั้งหมดเกือบ 9,000 แห่ง ที่จะเข้าร่วมโดยกล้องทั้งหมดจะเปิดเข้าสู่พื้นที่สาธารณะ 

     ทั้งนี้ ได้มีการกำชับไปยังกระทรวงมหาดไทยและ กทม.ให้ใช้มาตรการเชิงรุกผ่านมวลชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติ ตั้งแต่ชุมชนไปจนถึงระดับจังหวัดให้เข้าใจสถานการณ์เพื่อช่วยเหลือดูแลทำงานร่วมกัน และให้ฝ่ายกฎหมายของ ศอฉ. ตรวจสอบการละเมิดข้อกฎหมายในระดับต่างๆและให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่รับผิดชอบเร่งดำเนินคดีในกรณีที่มีการฝ่าฝืนกฎหมายในทุกรูปแบบ เช่น การให้ข้อมูลเป็นเท็จ หรือทำให้เกิดความแตกตื่นต่อประชาชน การสร้างความแตกแยก 

     ผู้สื่อข่าวถามว่า การปฎิบัติการมีความเข้มข้นเป็นเพราะมีข้อมูลการข่าวในการก่อความไม่สงบใช่หรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ไม่มีแต่ศอฉ.ไม่อยากให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนจึงเพิ่มความเข้มข้นในการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ สำหรับการแบ่งพื้นที่ รวมถึงการระงับเหตุเบื้องต้นจะให้ทุกกองบังคับการจัดทำแผนเผชิญเหตุในการเข้าระงับเหตุเบื้องต้น 

     เมื่อถามว่า การจัดชุดตรวจเพิ่มมากขึ้นจะส่งผลกกรพทบต่อนักท่องเที่ยวที่มองว่าอาจะเกิดความไม่ปลอดภัย พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ที่ประชุมมีการพูดถึงเรื่องนี้ แต่จะมีการทำความเข้าใจว่าเป็นการรักษาความปลอดภัย โดยยกตัวอย่างเมืองหลวงหลายแห่งที่มีมาตรากรเหล่านี้ เช่น นิวยอร์ค ลอนดอน อื่น ๆ ก็มีการตรวจตราพื้นที่ แต่ไม่ได้หมายความต้องมีการสะพายปืนออกตรวจไปทั่วพื้นที่ ยกเว้นพื้นที่สำคัญจริง ๆ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกือบ1 0,000 อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 4 -5 กันยายน นี้ ทางตำรวจนครบาลจะเรียกผู้กำกับสถานีตำรวจและผู้ปฎิบัติมารับมอบภารกิจที่เพิ่มเติมที่นอกเหนือการการดูแลความปลอดภัย.


|

Comments
Add New Search
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License