84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านคิดว่าป๋าเปรมควรไปร่วมฉลองความสำเร็จในการแก้ปัญหาน้ำท่วมกับยิ่งลักษณ์หรือไม่?
 
ป้ายโฆษณา
ธงทอง' ชี้พระราชอำนาจอภัยโทษไม่ใช่ศาลที่ 4 พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย วายุบุตร   
วันอังคารที่ ๒๘ กรกฏาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๖:๐๑ น.
|

     "ธงทอง" ชี้พระราชอำนาจอภัยโทษไม่ใช่ศาลที่ 4 กลับคำพิพากษามาได้ แนะแก้ปัญหาการเมืองด้วยการเมือง ด้านนักรัฐศาสตร์ชี้กฎหมายทั่วโลกปิดทางอภัยโทษผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทำผิดอาญา ทุจริตคอร์รัปชั่น 

     คณะนิติศาสตร์จัดการเสวนาเรื่อง “เมื่อราษฎร์ถวายฎีกา กฎหมายและระเบียบปฏิบัติ โดย รศ.ธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวถึง ฎีกาในประวัติศาสตร์ไทย ว่า ฎีกาในความหมายที่เป็นหนังสือที่ยื่นเรื่องราวต่อพระมหากษัตริย์ แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ ฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ และฎีการ้องทุกข์ การถวายฎีกาจึงเป็นสายสัมพันธ์ที่ยึดโยงพระมหากษัตริย์กับประชาชนที่คงอยู่กับสังคม ไทยมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน โดยเป็นช่องทางให้ผู้ต้องโทษอาญาได้ขอพระราชทานอภัยโทษ แต่ช่องทางการถวายฎีกานี้ต้องไม่ใช่ศาลชั้นที่ 4 การพระราชทานอภัยโทษจึงไม่ใช่การกลับคำพิพากษาของศาล 

     "ผู้ที่ถวายฎีกาจะอ้างถึงคุณงามความดีในอดีตหรือการเจ็บป่วยทุกข์ยากต่าง ๆ โดยกรมราชทัณฑ์จะทำหน้าที่รวบรวมและนำเสนอฎีกาของผู้ต้องขังให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ประมวลเรื่อง และทำความเห็นประกอบฎีกาต่าง ๆ ก่อนนำขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระราชวินิจฉัยตราพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ โดยทุกครั้งที่เปลี่ยนรมว.ยุติธรรม สำนักพระราชวังจะส่งเรื่องการถวายฎีกากลับมาให้กระทรวงยุติธรรมพิจารณาความเห็นประกอบเกี่ยวกับการถวายฎีกาอีกครั้ง" 

     รศ.ธงทอง กล่าวอีกว่า ในทางจารีตประเพณีนอกเหนือจากการอภัยโทษทางอาญาแล้ว ยังมีการอภัยโทษทางวินัยและโทษทางแพ่งด้วย อย่างไรก็ตาม ในระบอบประชาธิปไตยพระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจค่อนข้างจำกัด ทรงปกเกล้าไม่ได้ทรงปกครอง แม้การพระราชทานอภัยโทษเป็นพระราชอำนาจ แต่อยากฝากข้อคิดว่า การเมืองควรแก้ปัญหาด้วยการเมือง การทำให้การเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องพัวพันกับพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ สมควรต้องตรึกตรองด้วยความรอบคอบ เพราะในหลายประเด็นพระมหากษัตริย์ไม่สามารถชี้แจงหรือปกป้องตัวเองได้ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์นี้หรือเหตุการณ์ใด พยายามอย่าให้พระมหากษัตริย์ต้องมาเกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งเป็นหน้าที่ของคนไทยที่ต้องช่วยกันคิด 

     ต่อมาในการเสวนาเรื่อง “เมื่อราษฎร์ถวายฎีกา กฎหมายและระเบียบปฏิบัติ” ศ.ปิยะนาถ บุนนาค อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ กล่าวว่า ฎีกาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช แบ่งเป็น 2 ประเภท 1 ฎีกาขอพราะชาทานอภัยโทษ ลดโทษ เรียกว่าฎีกานักโทษ เพื่อให้โอกาสผู้ต้องโทษได้กลับตัวเป็นคนดี แต่มีเงื่อนไขว่าผู้ทูลเกล้าถวายฎีกาต้องได้รับโทษก่อน 2. ฎีกาขอพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์หรือร้องทุกข์ในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งไม่มีรูปแบบและวิธีการแน่นอน 

     นายวีระ สมบูรณ์  หัวหน้าภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ กล่าวว่า ฎีการ้องทุกข์กับฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ และการนิรโทษกรรม มีความแตกต่างกันและไม่ควรนำมาปะปนกัน นิรโทษกรรมคือ ให้เลิกแล้วต่อกัน เป็นเรื่องความผิดทางการเมือง กระทำเป็นการทั่วไป ทำให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่ได้ ในธรรมเนียมปฏิบัติของประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ จะคงพระราชอำนาจอภัยโทษไว้ให้เป็นทั้งกฎหมายและพระราชอำนาจ 

     ส่วนประเทศที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุขก็มีอำนาจในการอภัยโทษเช่นกัน โดยถือหลักว่าผู้กระทำผิดรู้สำนึก ได้ชดใช้โทษมาช่วงเวลาหนึ่ง และจะไม่กลับมากระทำผิดอีก ควรให้บุคคลดังกล่าวกลับมาใช้ชีวิตปกติ การอภัยโทษจึงไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคลแต่เป็นเรื่องสาธารณะ โดยราษฎรทุกคนมีสิทธิขอและได้รับการอภัยโทษ 

     นายวีระ กล่าวอีกว่า อำนาจอภัยโทษเป็นอำนาจสูงสุด อยู่เหนือกระบวนการยุติธรรมและการเมือง จำเป็นต้องมีการกำหนดขั้นตอนและเงื่อนไขให้ชัดเจนและรัดกุม เพื่อไม่ให้มีการใช้อำนาจไปในทางก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง โดยการอภัยโทษหรือลดหย่อนโทษไม่สามารถกระทำได้ในกรณีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่กระทำผิดอาญา กบฏ ทุจริตคอร์รัปชั่น หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีก็ไม่อาจอภัยโทษให้แก่ผู้ถูกถอดถอนจากตำแหน่งทางการเมืองได้เช่นกัน หรือในประเทศสเปน กษัตริย์ก็ไม่อาจอภัยโทษแก่รัฐมนตรีที่ผิดอาญาหรือกบฏได้ 

     ในช่วงต่อข้อซักถามว่า การล่าชื่อ 1 ล้านชื่อ เพื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษทำได้หรือไม่ 

     นายวีระ กล่าวว่า ขณะนี้มีการทำเรื่องการถวายฎีการ้องทุกข์มาร่วมกับการขออภัยโทษ และยังโยงเข้ามาเกี่ยวข้องกับกรณีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่คดีได้รับการตัดสินแล้ว โดยส่วนตัวมองว่าไม่สามารถกระทำได้ ไม่ว่าจะมีรายชื่อกี่ล้านชื่อก็ตามและยังเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอีกด้วย ในเบื้องต้นหากไม่แน่ใจว่ากระทำได้หรือไม่ ควรยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย.


|

Comments
Add New Search
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License