- ธรรมนิติเปิดกิจการให้บริการด้านไอที
- ขอเชิญร่วมบริจาคภาพเพื่อลงในพระไตรปิฎก ในระบบ E-book ถวายไว้ในพระพุทธศาสนา
- ขอเชิญร่วมบริจาคสร้างพระไตรปิฎก ในระบบ E-book ฉลอง 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้
- ต้องการงานดี มีความมั่นคง ลองคลิกเข้าไปดูที่ www.jobdst.com
- ขอเชิญติดตามอ่านบทความเรื่อง "พยากรณ์สงกรานต์ 2555" ที่คอลัมน์บทความพิเศษได้แล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
| 16 ส.ว.ลุ้นประธานวุฒิส่งศาล รธน.ศุกร์นี้ |
|
|
| ข่าว - ข่าวเด่น | |||||||||
| เขียนโดย วายุบุตร | |||||||||
| วันอังคารที่ ๒๘ กรกฏาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๕:๕๙ น. | |||||||||
|
16 ส.ว.ลุ้นระทึก ประธานวุฒิจ่อส่งเรื่องศาล รธน.ศุกร์นี้ ชี้ข้อเสนอ กก.สมานฉันท์ ยุติที่รัฐสภา “อภิวันท์” โยนรัฐบาลเสนอเป็นญัตติถกในสมัยประชุมนี้ นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงความคืบหน้าในการส่งเรื่อง 16 ส.ว.ที่ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้มูลให้พ้นสมาชิกภาพเนื่องจากถือหุ้นที่ได้รับสัมปทานจากรัฐว่า ในวันที่ 31 ก.ค.จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งกรณีของนายสุรเดช รัฐิติเจริญ ส.ว.ปราจีนบุรี ที่กกต. ชี้มูลมาก่อนหน้านี้ ว่าขาดสมาชิกภาพไปพร้อมกันด้วย เมื่อถามถึงกรณีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) โยนเรื่องรายงานของคณะกรรมการสมาฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีข้อเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญในระยะสั้น 6 ประเด็นให้สภาพิจารณา นายประสพสุข กล่าวว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเริ่มให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้พิจารณาก่อน เพราะประเด็นปัญหาที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ตรงนั้น หากสภาพิจารณาแล้วมีความเห็นเป็นอย่างไร ก็ส่งต่อมายังวุฒิสภา และหากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องเป็นการประชุมร่วมกันสองสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากจะมีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 3 หรือ ส.ส.ร.3 จะมีขึ้นได้ต้องเริ่มจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน ด้าน พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาคนที่ 2 กล่าวว่า รัฐสภาไม่ได้นิ่งนอนใจในรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ แต่กระบวนการในเรื่องนี้ต้องเริ่มต้นที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลทำการพิจารณาและเสนอมายังสภาฯ ส่วนสภานั้นมีหน้าที่รับเรื่องและบรรจุเป็นญัตติเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมเพื่อพิจารณาต่อไป ซึ่งเชื่อว่าจะได้พิจารณาในสมัยการประชุมนี้ เมื่อถึงเวลานั้นสมาชิกทุกคนสามารถแสดงความเห็นได้ว่าเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร และมีเอกสิทธิ์ในการลงมติในแต่ประเด็น ด้านนางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงการพิจารณาสมาชิกภาพของ 44 ส.ส. ที่อาจกระทำการต้องห้ามมาตรา 48 ประกอบ มาตรา 265 ( 2 ) ( 4 ) ของรัฐธรรมนูญ เนื่องจากถือหุ้นในกิจการสื่อและหุ้นในบริษัทที่รับสัมปทานรัฐ ว่า เรื่องดังกล่าว ได้มีอยู่ในวาระการประชุมแล้ว ซึ่งทางคณะอนุกรรมการไต่สวนได้ขอขยายเวลา ออกไปอีก 15 วัน ทั้งนี้ คิดว่ากกต.น่าจะให้เวลาในการขยายเวลาเป็นครั้งสุดท้าย เนื่องจากพบว่ายังมีหุ้นของบริษัทหลายตัวที่ไม่ตรงกับหุ้นในที่ กกต.เคยวินิจฉัยไปก่อนหน้านี้ ซึ่งคณะอนุกรรมการต้องรอเอกสารจากตลาดหลักทรัพย์ก่อน นอกจากนี้ ยังต้องให้เวลากับนาย วิสุทธิ์ โพธิแท่น ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง กกต. ได้อ่านรายละเอียดก่อน เพราะนายวิสุทธิ์จะต้องร่วมวินิจฉัยด้วย เมื่อท่านเข้ามาทำหน้าที่ กกต. ก็ต้องมีส่วนร่วมในงานของ กกต.ทุกส่วน ซึ่งคิดว่าจะไม่เป็นปัญหา เพราะโดยปกติท่านมีนักกฎหมายคอยช่วยในการให้ความเห็นอยู่แล้ว คิดว่าจะไม่มีสองมาตรฐานเกิดขึ้น “การที่ขอขยายเวลาแล้วขยายเวลาอีก ไม่ได้เป็นการประวิงเวลา แต่คณะอนุกรรมการฯก็มีกรรมการบางคนอาจไม่ชำนาญเรื่องหุ้น อีกทั้งข้อมูลของ 44 ส.ส.ก็มีเป็นจำนวนมาก ดังนั้น คงต้องให้เวลา ในการพิจารณารายละเอียดเพื่อความรอบคอบ และทางคณะอนุกรรมการฯควรจะแยกประเภทของหุ้นว่า ส.ส.คนไหนถือหุ้นของบริษัทอะไร ลักษณะไหน ให้ชัดเจนเหมือนอย่างที่กกต.ได้เคยพิจารณากลุ่มของส.ว.และส.ส.ในส่วนของพรรประชาธิปัตย์ไปแล้ว ” นางสดศรี กล่าว และว่าหากรายละเอียดชัดไม่ต้องกลับไปทำใหม่ เพราะ กกต.ทำงานอย่างรวดเร็วอยู่แล้ว และเมื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ก็หมดหน้าที่ของ กกต.
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."
|





