84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านรู้สึกอย่างไรกับการใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท จัดงานฉลองความสำเร็จแก้ปัญหาน้ำท่วม?
 
ป้ายโฆษณา
ตอบท่านจันทร์ ฉบับที่ 8 พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 2
แย่ดีที่สุด 
บทความ - สารเสวนา : ท่านจันทร์ -ไพศาล
เขียนโดย ไพศาล พืชมงคล   
วันอังคารที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙:๕๗ น.
|


                                                                                                                ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๓

กราบนมัสการ พระคุณ ท่านสมณะจันทเสฏโฐ ที่เคารพ 

            ผมได้รับลิขิตของพระคุณ ฉบับลงวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๓ ของพระคุณแล้ว แต่ที่ตอบช้าก็เป็นดังที่พระคุณได้กรุณาทราบเป็นอย่างดีว่ามีมาแต่เหตุจากความเจ็บป่วย ที่มีอาการค่อนข้างหนัก และต้องล้มหมอนนอนเสื่อเป็นเวลาต่อเนื่องมาเดือนเศษแล้ว มาวันนี้อาการค่อย ๆ ดีขึ้นโดยลำดับ จึงรีบตอบลิขิตของพระคุณด้วยน้ำใจศรัทธา เคารพ และรำลึกถึง 

            ผมขอแสดงความนับถือพระคุณที่ได้กรุณาสละเวลาเป็นอันมากในการเขียนลิขิตด้วยลายมือ เป็นจำนวนความหนาถึง ๑๐ หน้ากระดาษพิมพ์ เอ ๔ ซึ่งยากแล้วที่คนในยุคปัจจุบันนี้จะทำได้อย่างพระคุณ ผมเองแม้จะรักการเขียน การอ่าน แต่หลายสิบปีมานี้ก็ได้เลิกการเขียน เพราะเขียนแล้วอ่านไม่ออก จึงต้องพึ่งใบบุญทีมงานของเลขานุการช่วยเป็นมือเป็นไม้ทำการให้ และก็เป็นดังพระคุณว่าคือในปัจจุบันนี้เหลือคนที่จะเขียนจดหมายโต้ตอบกันเพียงแค่ร้อยละ ๒ เท่านั้น ดังนั้นการที่พระคุณและผมดำรงตนเป็นคนส่วนน้อยที่เขียนจดหมายโต้ตอบกัน จึงเป็นความแปลกประหลาดอย่างหนึ่ง ถึงกระนั้นผมเองก็เชื่อว่าสิ่งที่ได้เขียนไปมาถึงกันในวันนี้ จักเป็นอนุสรณ์ให้ปรากฏไปในวันข้างหน้า ตามแบบอย่างที่สองสมเด็จได้ทำแบบอย่างให้ปรากฏไว้ ดังที่ปรากฏในหนังสือสารสมเด็จนั้น 

            และในโอกาสนี้ ผมขออนุญาตกราบขอบพระคุณที่พระคุณได้กรุณาเดินทางไปโปรดผมในยามป่วยไข้ถึงห้องพัก ทำให้ได้คิดว่าช่างเป็นคนมีบุญนัก แม้ป่วยไข้อาการหนักอยู่ในห้องพักแคบ ๆ แต่ก็มีสมณะที่ทรงธรรม ทรงวินัย ในพระธรรมวินัยแห่งพระบรมศาสดา เดินทางมาโปรดถึงที่ นับว่าเป็นมงคลแก่คนป่วย ที่ได้เห็นสมณะในยามนั้น ก็ต้องถือว่าเป็นมงคลสูงสุดที่ทำให้เกิดปีติ ทำให้น้อมนำรำลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ 

            ผมป่วยคราวนี้อาการค่อนข้างหนัก เหตุมีมาก็แต่ความประมาท คือหลงทะนงตนว่าสุขภาพร่างกายแข็งแรง จึงดื่มมาก กินมาก พักผ่อนน้อย จนเกินกำลังร่างกายที่จะรับไหว อยู่เมืองไทยก็ประพฤติอย่างนั้น เพราะมีแขกบ้านแขกเมืองมาให้รับรองไม่ขาดสาย ครั้นยามไปเมืองจีนเขาก็เลี้ยงดูตอบแทนจนสุดแสนจะรับไหวเช่นเดียวกัน ร่างกายอันยาววาหนาคืบนี้ ถึงจะแข็งแรงแกร่งกล้าสักปานใดก็ย่อมมีความจำกัดอยู่ ณ จุดหนึ่ง เมื่อถึงจุดนั้นก็รับไม่ไหว แต่เพราะใจยังอยู่ในความประมาท จึงเป็นเหตุให้ป่วยหนักในครั้งนี้ โชคยังดีที่กลับเมืองไทยทันท่วงที และหาทางระบายพิษร้ายต่าง ๆ ออกจากร่างกายได้มาก แม้กระนั้นความป่วยก็หนักแล้ว 

            หมอมิได้ฉีดยาหรือให้ยาใด ๆ เพราะที่ป่วยนั้นไม่มีเชื้อใด ๆ ต้องให้ร่างกายรักษาตัวเอง ซึ่งในร่างกายของเรานี้มีอวัยวะอยู่ ๒ อย่างที่เสริมสร้างรักษาตัวเองได้เอง นั่นคือลิ้นกับตับ แต่ต้องอาศัยการพักมาก พักอย่างสมบูรณ์ ห้ามเดินเหินหรือออกกำลังใด ๆ ความทรมานจึงอยู่ที่ใจ การจะรอดหรือไม่รอดก็อยู่ที่ใจ เพราะถ้าทำใจให้นิ่งไม่ได้ โรคก็จะไม่หาย เพราะเมื่อมีการเคลื่อนตัวมาก การอักเสบก็จะมาก ถึงจุดหนึ่งก็จะช็อค ดังนั้นอันตรายที่ต้องต่อสู้แรกสุดก็คือต่อสู้กับใจตัวให้นิ่งให้ได้ ถ้านิ่งไม่ได้ก็พ่ายแพ้ ถ้านิ่งได้ก็มีโอกาสชนะ 

            บังเอิญน้องชายได้เอาเทปเสียงเพลงประวัติของหลวงปู่มั่น ไปเปิดให้ฟัง ก็สะกิดใจขึ้นมาในตอนหนึ่งซึ่งหลวงปู่มั่นและหลวงปู่เจี๊ยะได้เดินทางไปโปรดชาวเขาที่ภาคเหนือ พูดจากันคนละภาษาไม่รู้เรื่อง และพวกชาวเขาก็นับถือผี หลวงปู่มั่นไปปักกลดอยู่ในป่าห่างจากหมู่บ้านราว ๒ กิโลเมตร แต่ละวันก็บิณฑบาต นั่งสมาธิ และเดินจงกรม พวกชาวเขาแม้จะไม่รู้จักพุทธศาสนา ไม่เคยเห็นพระสงฆ์ แต่มีน้ำใจงาม เห็นคนหัวโล้น ห่มเหลือง ถือบาตรมาเดินตอนเช้า ก็เข้าใจว่าเป็นขอทาน จึงถามว่าขออะไร หลวงปู่มั่นก็บอกว่าขอข้าว เขาก็เอาข้าวเปล่าใส่บาตร หลวงปู่มั่นต้องฉันข้าวเปล่าอยู่นาน ในขณะนั้นพวกหมอผีก็ยุยงชาวบ้านจนกระทั่งหัวหน้าเผ่าเห็นคล้อยตามว่าคนหัวโล้น ห่มเหลือง นั้นเป็นเสือสมิงแปลงกายมา อาจเป็นอันตรายต่อชาวบ้าน จึงต้องระวังตัว แต่เป็นเสือสมิงที่แปลก เพราะเมื่อเข้าใกล้จะรู้สึกเย็นฉ่ำ พวกชาวเขาจึงเรียกหลวงปู่มั่นว่าเสือเย็น 

            เพราะความกลัวภัยตามวิสัยสัตว์ทั้งหลาย หัวหน้าเผ่าชาวเขาจึงเรียกประชุมลูกบ้านว่าขณะนี้มีเสือเย็น ๒ ตัว แปลงกายเข้ามาใกล้หมู่บ้าน ให้เตรียมปืนผาหน้าไม้และคอยระมัดระวัง พร้อมทั้งให้จัดเวรยามติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ในคืนวันนั้นหลวงปู่มั่นก็เล็งเห็นด้วยญาณว่ามีความเข้าใจผิดเกิดขึ้น หากทอดธุระทิ้งไปเสีย บาปกรรมก็จะตกแก่ชาวเขา ซึ่งดูหมิ่นพระสงฆ์ จึงตกลงกันที่จะโปรดชาวเขาให้เสร็จสิ้นก่อนจึงจะจากไป 

            คืนวันหนึ่งหัวหน้าเผ่าเรียกประชุมลูกบ้านและให้พวกที่เฝ้าระวังเหตุการณ์รายงานสถานการณ์ว่าเป็นประการใด พวกที่ทำหน้าที่เวรยามรักษาการณ์ก็รายงานว่า เสือเย็น ๒ ตัวนี้ไม่รู้มาหาอะไร เพราะไม่เห็นทำอะไร ได้แต่นั่งหลับตา และเดินไปเดินมาเหมือนกับหาอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่คงไม่เป็นพิษเป็นภัย เพราะไม่มีทีท่าว่าจะทำร้ายใคร กระไรเลยควรจะเข้าไปสอบถามให้ได้ความชัดเจนจะดีกว่า ทั้งหัวหน้าเผ่าและชาวบ้านก็เห็นด้วย ในค่ำนั้นหลวงปู่มั่นได้เล็งเห็นด้วยญาณว่าบรรดาชาวเขามีน้ำใจอ่อนลง จึงบอกกับหลวงปู่เจี๊ยะว่าเขามีจิตใจอ่อนลงแล้ว จะมาหาเราในเร็ว ๆ นี้ 

            หลังจากนั้น ๒ วันหัวหน้าเผ่าก็พาลูกบ้านชาวเขาไปหาหลวงปู่มั่น แล้วถามว่าตุ๊เจ้าซึ่งเป็นคำเรียกพระสงฆ์ มาหาอะไรที่นี่ หลวงปู่มั่นก็ตอบว่าเรามาตามหาพุทโธ เพราะพุทโธที่อาจารย์ของเราให้มานั้นได้หายไป และไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ถ้าหาพุทโธพบแล้วเราก็จะกลับ 

            ชาวเขาก็ถามว่าพุทโธนั้นเป็นอะไร หลวงปู่มั่นก็ตอบว่าคล้ายๆ กับดวงแก้ว ก็ถามอีกว่ามีขนาดเล็กใหญ่ประการใด หลวงปู่มั่นก็ตอบว่าไม่เล็ก ไม่ใหญ่ มีขนาดพอประมาณ จึงถามอีกว่าสีสันเป็นอย่างไรบ้าง หลวงปู่มั่นก็ตอบว่ามีหลายสีสวยสดงดงามสว่างไสว ส่องอะไรก็เห็นได้หมด ชาวเขาก็ถามว่าส่องดูนรก สวรรค์ เห็นหรือไม่ หลวงปู่มั่นก็บอกว่าเห็นหมด ชาวเขาก็ถามว่ากับดวงอาทิตย์ อย่างไหนสว่างกว่ากัน หลวงปู่มั่นก็บอกว่าพุทโธสว่างกว่า เพราะส่องให้เห็นสวรรค์ นรกได้ แต่ดวงอาทิตย์ส่องไปไม่ถึงนรก สวรรค์ ชาวเขาก็ถามว่าลูกผัวตาย ใช้ดวงพุทโธส่องหาจะเห็นไหม หลวงปู่มั่นก็ว่าเห็นหมด ชาวเขาก็ถามอีกว่าป้องกันเสือได้หรือไม่ หลวงปู่มั่นก็บอกว่าป้องกันได้ ชาวเขาก็ถามอีกว่าป้องกันผีได้หรือไม่ หลวงปู่มั่นก็บอกว่าป้องกันได้เพราะผีกลัวพุทโธ แค่ใครตามหาพุทโธผีก็กลัวแล้ว ชาวเขาจึงถามว่าถ้าอย่างนั้นพวกเราช่วยตุ๊เจ้าตามหาพุทโธได้หรือไม่ หลวงปู่มั่นก็ว่าได้ ชาวเขาก็ถามว่าเด็ก ผู้หญิง คนแก่ ช่วยตามหาได้หรือไม่ หลวงปู่มั่นก็ว่าได้หมดทุกคน จากนั้นก็แนะนำวิธีตามหาพุทโธ ว่าเวลาหายใจเข้าให้ภาวนาว่าพุท เวลาหายใจออกให้ภาวนาว่าโธ อย่าให้สูญหายไปไหน ติดตามให้ใกล้ชิด ก็จะนำไปหาพุทโธได้ ชาวเขาก็ถามว่าจะต้องตามหาวันละนานเท่าใด หลวงปู่มั่นบอกว่าชั่วเวลาพักหนึ่ง ราว ๆ ๒๐ นาทีก็พอ จากนั้นพวกชาวเขาก็ลงมือตามหาพุทโธกันทั้งหมู่บ้าน 

            มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งตามหาพุทโธด้วยวิธีที่หลวงปู่มั่นแนะนำ ในที่สุดก็ได้เห็นแสงสว่างไสว ก็เข้าใจว่าความจริงหลวงปู่มั่นไม่ได้ทำพุทโธหาย แต่ท่านมีใจเมตตาต้องการสอนชาวบ้าน พุทโธอยู่กับตัวท่าน จึงไปบอกความที่พบให้หลวงปู่มั่นทราบ ท่านก็ช่วยแนะนำ เด็กหนุ่มชาวเขาคนนี้ก็ได้ปฏิบัติขั้นอุกฤษฏ์ ในที่สุดก็สามารถหยั่งรู้ใจคนได้ แล้วแนะนำเพื่อนชาวเขาให้ประพฤติปฏิบัติเป็นจำนวนมาก เมื่อชาวเขาเริ่มสัมผัสกับพุทโธและบางคนพบพุทโธแล้ว หลวงปู่มั่นจึงเดินทางกลับ 

            ผมได้คติจากเรื่องนี้ จึงพยายามตามหาพุทโธทั้งวันทั้งคืน ในขณะเดียวกันก็เจริญโพชฌงค์ตามแบบวิธีที่พระบรมศาสดาทรงตรัสสอน และศรัทธามั่นในอานิสงส์แห่งโพงฌงคปริตรนั้น และได้ผลดีมาก เพราะว่าอาการที่ป่วยนี้มีการอักเสบมาก มีความร้อนสูงมาก การหยุดยั้งการอักเสบ และความร้อน เป็นความจำเป็นมาก แต่ไม่อาจใช้ยาใด ๆ ได้ คงเหลือแต่ธรรมโอสถ ครั้นตามหาพุทโธพักหนึ่ง ก็เข้าสู่อานาปานสติขั้นกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน เป็นลำดับจากขั้นลมหายใจสั้นสู่ขั้นลมหายใจยาว และขั้นกำหนดรู้กองลม ก็ได้พบปรากฏการณ์ต่อเนื่องจากที่เคยพบมาก่อน ว่า ณ กองลมหนึ่งเกิดความเย็นแผ่ซ่านทั่วสารพางค์กาย กำจัดพิษไข้ พิษร้อนได้อย่างอัศจรรย์ยิ่ง ความอักเสบและความร้อนที่สุดจะทรมานก็ค่อยๆ คลายลง โดยลำดับ จึงทำให้อาการป่วยคราวนี้ใช้เวลาไม่มากนักก็ค่อย ๆ สร่างลง จนกระทั่งสามารถมานั่งเขียนหนังสือตอบลิขิตของพระคุณ จึงได้แต่หวังว่าเรื่องอันได้เล่ามานี้อาจเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องร่วมโลกที่กำลังเจ็บไข้ได้ป่วย ให้ได้ตระหนักว่าบรรดาโอสถทั้งหลายอันมีมาในโลกนั้น ไม่มีโอสดใดเสมอด้วยธรรมโอสถเลย เพราะสามารถรักษาได้ทั้งกายใจ เป็นแต่ว่าชาวพุทธเรามองข้ามหรือลืมเลือนธรรมโอสถอันวิเศษ ในการป่วยครั้งนี้ความจริงก็ได้ตั้งใจว่าถ้าอาการไม่ทุเลาก็จะลองลิ้มชิมรสโอสถของพระพุทธเจ้า คือการดื่มน้ำปัสสาวะ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น อาการก็ค่อยทุเลาลง จึงกราบนมัสการมายังพระคุณเผื่อว่าเพื่อนร่วมโลกที่ป่วยไข้จะได้รับเอาอานิสงส์แห่งธรรมโอสถนี้ไปประพฤติปฏิบัติบ้างก็จะเป็นประโยชน์ 

            อันความเจ็บไข้ได้ป่วยของคนเรานั้น ท่านจำแนกไว้ว่ามี ๓ ประเภท ประเภทหนึ่งรักษาก็หาย ไม่รักษาก็หาย ประเภทหนึ่งรักษาก็ตาย ไม่รักษาก็ตาย และอีกประเภทหนึ่งรักษาก็หาย ไม่รักษาก็ตาย ซึ่งพิจารณาโดยแยบคายแล้วก็เห็นว่าการจำแนกแบ่งแยกโรคภัยไข้เจ็บนี้จะมีผลมาก และเป็นประโยชน์มากต่อท่านผู้เจ็บไข้ได้ป่วยทั้งหลาย  เพราะในบรรดาความป่วยไข้ทั้งปวงนั้น แม้ว่าเป็นทูตหนึ่งในทูตสี่ที่มีมาประจำสำหรับทุกชีวิต คือความเจ็บก็ตามที แต่ก็มิได้หมายความว่าเจ็บแล้วจะต้องตายเสมอไป ความเจ็บเป็นเครื่องมือในการทำให้ชีวิตดับสลายก็จริง แต่ยังมีปัญหาว่าเจ็บครั้งไหน เจ็บอย่างไร จึงไปถึงขั้นนั้น เพราะฉะนั้นเมื่อมีความป่วยไข้มาถึงตัว จึงควรพิจารณาศึกษาโดยแยบคายก่อน ว่าเป็นความป่วยไข้ประเภทไหน เพราะถ้าเป็นความป่วยไข้ประเภทรักษาก็หาย ไม่รักษาก็หาย หรือประเภทรักษาก็ตาย ไม่รักษาก็ตาย ก็ป่วยการที่จะเยียวยารักษาให้เสียเวลา ดังนั้นในบรรดาความป่วยไข้ทั้งหลาย จึงมีประเภทเดียวเท่านั้นที่จะต้องรักษาพยาบาลกัน คือประเภทที่รักษาแล้วหาย ไม่รักษาแล้วตาย 

            โรคหรือความเจ็บไข้ได้ป่วยอันใดที่ว่า รักษาแล้วหาย ไม่รักษาแล้วตาย ก็ต้องพิจารณาศึกษากันให้ดี เพราะวิทยาการและความรู้ทางการแพทย์ในปัจจุบันนั้นมิได้สม่ำเสมอ บางโรค บางเรื่อง เขาบอกว่ารักษาไม่หาย ก็ต้องเข้าใจให้ดีว่าคำพูดเช่นนั้นมีความหมายแต่เพียงว่าคนที่พูดนั้นรักษาไม่หาย แต่ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะรักษาไม่หาย หรือเป็นโรคที่รักษาไม่หายด้วย ดังนั้นจึงพึงตั้งศรัทธาให้มั่นที่จะเยียวยารักษาตนให้มีความเพียรในการที่จะเยียวยารักษาตัว ให้มีสติตั้งมั่นในการที่จะเยียวยารักษาตัว ให้มีความมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว แรงกล้าที่จะรักษาตัวให้หาย ให้มีปัญญารู้ว่าอันใดแสลง อันใดเป็นคุณ อันใดเป็นเหตุ อันใดเป็นผล กำจัดสิ่งที่เป็นของแสลงหรือเป็นเหตุเสีย ส่งเสริมสิ่งที่เป็นคุณ องค์ธรรมทั้งห้านี้เป็นองค์ธรรมสำคัญในการประพฤติปฏิบัติของคนป่วย คนไข้ ในการเยียวยารักษาโรค ที่ปุถุชนเราสามารถทำได้ไม่ยาก ไม่ลำบากเลย แต่ถ้าจะให้ได้ผลยิ่งกว่านี้ก็คงต้องประพฤติปฏิบัติตามโพชฌงคปริตร ตามที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนนั้น ย่อมปรากฏผลอันแท้ยิ่งกว่า จึงขอพระคุณได้พิจารณาเผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนร่วมโลกของเราสืบไป 

            วันนี้ขอกราบตอบลิขิตพระคุณเพียงเท่านี้ก่อน เพราะถ้าตอบยาวมากกว่านี้ก็เหมือนกับการสร้างบาป เพราะจะเป็นเหตุให้พระคุณต้องเขียนตอบมาอีกยืดยาว อันเป็นการรบกวนและลดทอนเวลาในการประกาศพระศาสนาแก่ชาวโลกของพระคุณ ขอพระคุณจงเป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ ในการชี้ทางข้ามห้วงมหรรณพแห่งสังสารวัฏสืบไปเถิด

                                                                                                               กราบนมัสการด้วยความเคารพ 

                                                                                                                      นายไพศาล พืชมงคล

  




|

Comments
Add New Search
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License