84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านรู้สึกอย่างไรกับการใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท จัดงานฉลองความสำเร็จแก้ปัญหาน้ำท่วม?
 
ป้ายโฆษณา
ลิขิตจากท่านจันทร์ ฉบับที่ 8 พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
บทความ - สารเสวนา : ท่านจันทร์ -ไพศาล
เขียนโดย สมณะจันทเสฏโฐ (ท่านจันทร์)   
วันศุกร์ที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๕:๓๘ น.
|


วันพฤหัสบดี ที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๓ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๑๑  เวลา  ๐๗.๒๕ น.

เจริญธรรม ผู้อาวุโสไพศาล พืชมงคล ในฐานะกัลยาณมิตรของอาตมา

            เมื่อได้รับจดหมายของผู้อาวุโสฉบับวันที่ 16 กันยายน ก็ได้เปิดอ่านทันที โดยจริงต้องเรียกว่าฉีกซองอ่าน เพราะอยากจะอ่านให้เร็วที่สุด  ซึ่งไม่เป็นนิสัยที่ดีมาแต่ไหนแต่ไร  น่าจะหากรรไกรมาตัดซองจดหมายให้ดี ทำให้ซองจดหมายที่สวยงามและประณีตเสียสภาพไปมาก  ขอโอกาสทบทวนตนเองเพื่อความสังวรระวังในคราวต่อไป  และขอยืนยันไว้ตรงนี้ด้วยว่าอาตมาไม่ได้รับผลกระทบจนเกิด “ภยาคติ” ใดเลยจากการติดต่อทางจดหมายกับผู้อาวุโสไพศาล ในทางกลับกัน อาตมาน่าจะเกรงใจผู้อาวุโสไพศาลมากกว่าในเรื่องผลกระทบจากการติดต่อกับอาตมา ด้วยว่าอาตมาเป็นนักบวชนอกกระแสหลัก หลายคนไม่เข้าใจและไม่วางใจ 

            จดหมายฉบับก่อนได้ระบุถึงความขัดข้องเรื่องเครื่องคอมพิวเตอร์ บัดนี้ทุกเครื่องใช้ได้ดีแล้ว แต่อาตมาก็จะลดการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรงลงด้วย เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบันทึกจดหมายโดยการใช้เครื่องพิมพ์ดีดธรรมดาอีกทางหนึ่ง เป็นการประกาศอิสรภาพไม่เป็นเมืองขึ้นกับเครื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ต้องใช้ไฟฟ้า ซึ่งได้บำเพ็ญมาก่อนหน้านี้หลายครั้งแล้ว ขณะบันทึกลิขิตฉบับนี้ อาตมาจึงใช้เครื่องพิมพ์ดีดธรรมดาวางตั้งไว้ในระดับที่สามารถยืนพิมพ์ดีดได้  โดยกำลังยืนพิมพ์ดีดอยู่ในห้องชั้นห้าของอาคารมูลนิธิเพื่อนช่วยเพื่อน เปิดรับแสงสว่างพระอาทิตย์ยามเช้า และเปิดรับสายลมโชยอ่อนมาจากทุกด้าน ด้วยตระหนักว่าเราควรจะเพิ่มการยืนให้มากขึ้น เพื่อความแข็งแรงของร่างกายและมีอายุยืน เพราะมีแต่อายุยืน ไม่มีอายุนั่ง ไม่มีอายุนอน และการไม่ใช้ไฟฟ้าอย่างถึงที่สุดนั้นก็เป็นการรักษาสุขภาพทางสายตา ด้วยแสงไฟฟ้ามักทำให้น้ำตาแห้ง 

            ผู้อาวุโสได้บอกเล่าเรื่องการไม่จัดรายการทางเอเอสทีวีเพราะเขามิได้เชิญนั้นอาตมาทราบแล้ว ในส่วนของอาตมาเองทุกวันนี้ก็ยังคงจัดรายการประจำกับทางเอเอสทีวีเพียงสามวันต่อสัปดาห์ เป็นรายการธรรมะ “ประเด็นข่าว ประเด็นธรรม” จัดมามากกว่าสองปีแล้ว เป็นการสนทนาธรรมจากประเด็นข่าวต่าง ๆ โดยที่อาตมาเป็นเพียงผู้เข้าร่วมสนทนาประจำวันจันทร์ อังคาร พุธ  เวลาสิบเอ็ดโมงเช้า  ได้ยินจากบางคนในเอเอสทีวีบอกว่ากระแสตอบรับไม่ดีนัก จึงต้องมีการปรับปรุงบางอย่าง เช่น นำคนใหม่มาเป็นพิธีกรเพิ่มขึ้น อาตมาเองก็เห็นด้วย พร้อมให้มีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม แม้จะต้องเลิกจัดรายการก็พร้อมเสมอ และถ้าถึงวันนั้นก็น่าจะเป็นเรื่องน่ายินดีมาก ด้วยตั้งใจว่าจะหาเวลาไปทำงานเขียนเพิ่มมากขึ้นโดยลำดับ ยังนึกถึงคำพูดของท่านเจ้าคุณประยุทธ์ (พระพรหมคุณาภรณ์) เมื่อสมัยที่ท่านยังเป็น “พระราชวรมุนี” ท่านบอกกับอาตมาผู้เป็นนวกภิกขุเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนว่าให้เป็น “นักเทศก์ฝ่ายเขียน” (พิมพ์ถูกแล้ว ท่านเน้นว่าต้อง ก์ ) ด้วยมีใจรักการเขียนเป็นทุนเดิม แต่ต้องมาทำงานด้านการเทศน์ การจัดรายการวิทยุและรายการโทรทัศน์ ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาให้กับงานเขียนเท่าใดนัก นับแต่นี้ก็คงต้องทำงานทั้งสองด้านไปด้วยกัน แต่จะเน้นงานเขียนเพิ่มขึ้น เพราะเป็นงานที่โปรดปรานมากที่สุดอยู่ก่อนแล้ว 

            พิมพ์มาถึงสุดท้ายหน้าแรก  ได้เวลาลงไปฉันอาหาร…. 

            กลับเข้าสู่การบันทึกจดหมายอีกครั้งหนึ่งหลังภัตกิจ เวลา ๐๙.๔๐ น. ระหว่างฉันอาหารได้ชมรายการ “รอบบ้านเรา” ทางเอเอสทีวี โดยคุณเก๋ (อุษณีย์) สนใจข่าวช่วยคนงานเหมืองชิลี ๓๓ คนรอดพ้นจากความตายใต้ดินลึกเกือบ ๗๐๐ เมตร โดยทั้ง ๓๓ ชีวิต ติดอยู่หลังเหมืองถล่มนาน ๖๙ วัน ขณะนั่งฉันอาหารอยู่ ได้แต่งกลอนส่งเอสเอ็มเอส “รักธรรมะ” ซึ่งเป็นงานที่ต้องทำผ่านทางโทรศัพท์มือถือของผู้สมัครสมาชิกนับหมื่นคน วันละสามครั้งต่อเนื่องมา 

            กว่าหนึ่งปีแล้ว ความว่า “ยินดีต้อนรับ ๓๓ คนงานเหมือง แห่งชิลีผู้มีเรื่องสุดปาฏิหาริย์ หกสิบเก้าวันยังชีวินใต้ดินดาน เธอกล้าหาญเธอทรหดอดทน-ชีวิตรอดตาย มีความหมายมากนัก” 

            โดยปกติอาตมาจะต้องแต่งกลอนลง “หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์” ทุกวันจันทร์ถึงวันเสาร์ วันละสองบทแปดบรรทัด ทำต่อเนื่องมากว่าห้าปีแล้ว พยายามนำเรื่องน่าสนใจใหม่สุดมาแต่งเผยแพร่ ทั้งเรื่องการเมืองและเรื่องอื่นๆโยงเข้าหาธรรมะ เพิ่งขยับมาแต่งส่งผ่านโทรศัพท์วันละสามรอบ เช้า บ่าย เย็น ในภายหลัง ได้พบว่าการมีงานภาคบังคับให้ทำตามกำหนดเวลาเป็นเรื่องดีที่ทำให้มีเรื่องกระตุ้นให้ตนเองกระเตื้องตื่นตัวอยู่เสมอ เป็นการสร้างทักษะในงานที่ทำอยู่เป็นอาจิณวัตร ความจริงข้อนี้เชื่อว่าผู้อาวุโสน่าจะประจักษ์เป็นอย่างดีที่สุดแล้ว 

            จดหมายของผู้อาวุโสไพศาลฉบับล่าสุดได้เสนอทัศนะเรื่องความจนไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า “การเน้นความยากจนก็เป็นมิจฉาทิฏฐิอย่างหนึ่ง” ตรงนี้อาตมาออกจะ “เห็นต่าง” กับผู้อาวุโส ก็จริงอยู่หรอกพระพุทธเจ้าทรงสอนเน้นเรื่องความทุกข์และความดับทุกข์ แต่เรื่องของความจนก็เป็นแนวทางแห่งการดับทุกข์อย่างสำคัญทีเดียว โดยเฉพาะความทุกข์จากกิเลสสายโลภะ ด้วยว่า การสมาทานชีวิตแห่งความยากจนอย่างมีความสุข ความอิ่ม ความเต็มในจิตใจนั้นเป็นการชำระชะล้างความโลภออกไปจากใจตนโดยแท้ ชีวิตที่ไม่ยินดีในความยากจน หรือไม่ฝึกใจให้ “อยากจน” นั้น จะทำให้จิตใจมนุษย์วิ่งวนวุ่นวายไปกับกระแสแห่ง “ความต้องการ” ที่เป็นฝาแฝดกับ “ความต้องเกิน” แปลว่าเกินไปจากความต้องการปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นอยู่เสมอ โลกเราเร่าร้อนรุนแรงเลวร้ายทุกวันนี้เพราะมนุษย์ไม่ตระหนักที่จะมีชีวิต “แบบคนจน” ได้แก่ชีวิตที่เบียดเบียนทรัพยากรธรรมชาติและชีวิตคน-สัตว์อื่นให้น้อยที่สุด แต่ใช้ชีวิตเพื่อการเกื้อกูลและเสียสละให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ 

            การใช้ชีวิตแบบคนจนมิใช่คือการใช้ชีวิตแบบ “มักใหญ่-ใจแคบ” แต่คือการใช้ชีวิตแบบ “มักน้อย-ใจกว้าง” เป็นคนจนที่กินน้อย ใช้น้อย ทำงานมาก เพื่อนำส่วนเหลือไปจุนเจือเกื้อกูลให้กับสังคมข้นแค้น ความจนทำให้ชีวิตมีความอิสระ
ไม่ติดข้องไปกับวัตถุนิยม บริโภคนิยม หรูหรานิยม อบายมุขนิยม ซึ่งอยู่ในระบบ “ทุนนิยม” นั่นเอง การเป็นคนจนช่วยให้เรามีเวลาว่างในการมองโลก และชีวิตตามความเป็นจริง ดังบทกวีสันสกฤต แปลเป็นอังกฤษโดย ดร.จอห์น บร๊าฟ และถ่ายทอดภาษาไทยโดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก ในหนังสือ “ช่องที่ไม่ว่าง”  มีตอนหนึ่งน่าคิดนัก ความว่า .. “ขอคารวะแด่เทพเจ้าแห่งความยากจน ผู้ดลให้ข้ามีอิสรเสรีภาพ  ข้าเฝ้ามองดูคนทั้งโลกอย่างเสรี โดยไม่มีใครสนใจข้าเลย” และอีกตอนหนึ่งอาตมาเรียกว่าเป็น “ความงามในความจน”  นักกวีได้บรรยายว่า “เอาโลกกว้างต่างปัญจถรณ์ เอาทิฆัมพรต่างหลังคากั้น  สองแขนหนุนนอนนั้นแทนเขนย เอาลมรำเพยต่างวีชนี เอาแสงรัชนีกรต่างแสงตะเกียง เอาความสันโดษพอเพียงต่างเพื่อนนอน คนเช่นนี้ถ้าไม่กังวลอนาทรในชีวิต จะนอนหลับสนิทดังมหาราชา” 

            พระพุทธเจ้าได้สอนธรรมะที่เป็นไปเพื่อความมักน้อย สันโดษ ขัดเกลา ชีวิตแบบคนจนนี่แหละสร้างนักปราชญ์มานักต่อนักแล้ว เริ่มตั้งแต่พระพุทธเจ้า ผู้สละชีวิตแบบรัชทายาทไปสู่ชีวิตแบบไม่มีญาติ แม้แต่ม้าคู่กายและคนคู่ใจ ก็มิได้นำติดไปด้วย กระทั่งพระเจ้าพิมพิสารจะถวายอาณาจักรให้ปกครองครึ่งหนึ่ง พระองค์ก็ไม่ทรงยอมรับ ยังสมาทานชีวิตแห่งความยากจนไปสู่การบรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ในที่สุด 

            ถ้าคนไทยเราจะลดความอยากรวยลงมาบ้างก็น่าจะทำให้ประเทศไทยไม่เร่าร้อนดังที่เป็นอยู่ในขณะนี้ อาตมาเคยเสนอให้มีการ “ประกวดความจน” คือให้เลือกเฟ้นคนที่จนมากที่สุดแต่มีชีวิตอย่าง “สงบเย็นและเป็นประโยชน์” มากที่สุดมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินให้เป็นผู้ชนะเลิศ ตรงนี้ต้องเข้าใจด้วยว่าหมายถึงคนจนในการใช้ชีวิตส่วนตัว แต่เสริมสร้างความร่ำรวยให้กับชีวิตส่วนรวม ตัวอย่างเช่นประชาชนชาวพุทธในพม่า แม้จะมีรายได้น้อย แต่ก็กระจายทรัพย์ไปทำบุญแก่พระพุทธศาสนา บางคนทำบุญถึงหนึ่งในสี่ของทรัพย์ตามคำสอนในพระไตรปิฎก  ที่พม่าจึงมีวัดงดงามอลังการ คนไปวัดกันเป็นปกติธรรมดาสามัญ กล่าวได้ว่าบ้านคนพม่าเล็กมาก แต่วัดพม่าใหญ่มาก 

            วันที่ตอบจดหมายผู้อาวุโสอยู่นี้ประเทศไทยกำลังมีปัญหาค่าเงินบาทแข็งตัว อาตมาไม่ค่อยจะเข้าใจนักหรอก รวมไปถึงปัญหากรณีพระปราโมทย์ที่มอบสิทธิ์ให้อดีตภรรยาที่ยังมีความเป็นภรรยาทางกฎหมายถือครองบัญชีเงินบริจาคหลายสิบล้านบาท ไปจนถึงกรณี ส.ส.พรรคเพื่อไทย โอนเงินสนับสนุนผู้เกี่ยวข้องกับการทำระเบิดป่วนเมือง ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเกี่ยวข้องกับเรื่องเงิน ทั้งนี้มิได้ปฏิเสธเงิน เพราะเงินก็เป็นสื่อแลกเปลี่ยนไปสู่การสร้างบุญได้มิใช่น้อย เพียงแต่เราต้องเป็นผู้ใช้เงิน มิใช่ให้เงินมาใช้เรา รวมความว่าเราจะต้องฝึกความพร้อมเพื่อเผชิญหน้ากับความไม่พร้อมในชีวิตอยู่เสมอ นั่นคือการฝึกฝนชีวิต “แบบคนจน” นั่นเอง 

            จดหมายฉบับนี้ออกจะยาวไปสักหน่อย  ยังยินดีดำเนิน “สุนทรียสนทนา” ต่อไป เพื่อผลประโยชน์ทางปัญญาแก่ตนและท่าน โดยจะขอฝากคำตรัสของสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ เป็นธรรมส่งท้ายว่า “เมื่อเรามีเงินน้อยลง เราจำเป็นต้องใช้สติปัญญาเพิ่มมากขึ้น” 

ด้วยความเคารพในความคิดเห็นบางอย่างที่ต่างกัน-ไม่แตกกัน
(สมณะจันทเสฏโฐ หรือ ท่านจันทร์ แห่ง สันติอโศก)

 

 

 




|

Comments
Add New Search
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License