84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านรู้สึกอย่างไรกับการใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท จัดงานฉลองความสำเร็จแก้ปัญหาน้ำท่วม?
 
ป้ายโฆษณา
ลิขิตจากท่านจันทร์ ฉบับที่ 6 พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
บทความ - สารเสวนา : ท่านจันทร์ -ไพศาล
เขียนโดย สมณะจันทเสฏโฐ (ท่านจันทร์)   
วันจันทร์ที่ ๑๒ กรกฏาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๐:๓๓ น.
|


                                                                                                                มูลนิธิเพื่อนช่วยเพื่อน ๖๙/๑๕๔ ซอยนวมินทร์ ๔๘
                                                                                                                แขวงคลองกุ่มเขตบึงกุ่ม กทม.10240 โทร. 027334000

                                                                                       วันอาทิตย์ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๔.๑๐ น.

ผู้อาวุโส ไพศาล พืชมงคล 

            อาตมาเพิ่งกลับมาจากการไปร่วมงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ของสำนักงานเครือข่ายพุทธิกา ซึ่งมี "พระไพศาล วิสาโล" เป็นผู้ดำเนินงานหลักอยู่ ท่านนิมนต์อาตมาไปร่วมงานในฐานะกัลยาณมิตรผู้ทำงานเผยแผ่ธรรมะในลักษณะเดียวกัน โดยพระไพศาลมีความโดดเด่นมากในการเป็น "นักเทศก์ฝ่ายเขียน" (เป็นคำของท่านเจ้าคุณประยุทธ์ ปยุตโต หรือ พระพรหมคุณาภรณ์ ที่มอบให้อาตมาตั้งแต่เมื่อครั้งบวชสามเณรณรงค์ จันทร์เศรษฐี พ.ศ.ศ.๒๕๒๕-๒๕๕๒๗)  

            ขอเล่าให้ผู้อาวุโสทราบด้วยว่า อาตมามีความชื่นชมในปฏิปทาจริยวัตรของพระและคนที่มีความยากจนเป็นอาภรณ์ แต่สามารถสร้างงานให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมได้อย่างน่าประทับใจยิ่ง พระไพศาล วิสาโล เป็นพระหนุ่มรูปหนึ่งที่แม้จะเป็นพระป่าที่ชัยภูมิ แต่ก็ไม่ทิ้งงานเพื่อประโยชน์ทางสติปัญญาแก่คนเมือง กล่าวได้ว่าท่านเป็นพระป่าของคนเมืองก็ว่าได้ 

            สำนักงานเครือข่ายพุทธิกา ที่มีการทำบุญขึ้นบ้านใหม่ในวันนี้ เป็นสำนักงานที่อาศัยเช่าใช้ในราคาที่ "มีเท่าไหร่-จ่ายเท่านั้น" โดยอาศัยใช้สำนักงานอาคารสองชั้นในซอยเหล่าลดา ถนนอรุณอมรินทร์ เพียงแค่สองในสามของอาคาร และแบ่งส่วนหนึ่งให้กับเจ้าของอาคารเพื่อการสร้างศูนย์จำหน่ายหนังสือธรรมะ ชื่อว่า "ร้านไตรปิฎก" การจัดงานทำบุญก็เป็นไปอย่างเรียบง่าย นิมนต์พระ ๙ รูปมาร่วมสวดมนต์ พระไพศาล ซึ่งเป็นหนึ่ง ใน ๙ รูปนั้นแสดงสัมโมทนียกถาก่อนฉันอาหาร จากนั้นพระสงฆ์ก็ฉันอาหารร่วมกัน อาตมามิได้เป็นหนึ่งในคณะสงฆ์ ๙ รูปนั้น เป็นนักบวชเพียงรูปเดียวที่เป็นแขกของงาน นั่งบนอาสนะที่ถูกจัดไว้หันหน้าเข้าหา 

            พระสงฆ์ทั้ง ๙ รูป ครั้นเมื่อได้เวลาฉันอาหารเพลก็มิได้ร่วมฉันด้วย เพราะ "ฉันเอกามังสวิรัติ" โดยได้ฉันอาหารจบสิ้นแล้วตั้งแต่สองโมงเช้า ก่อนเข้าไปร่วมงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ จึงเมื่อพระ ๙ รูปกำลังฉันอาหาร อาตมาก็อำลาพระไพศาล เดินทางฝ่าจราจรติดขัดมากที่สุดสู่มูลนิธิเพื่อนช่วยเพื่อน และได้มานั่งบันทึกจดหมายฉบับนี้ 

            ขอบอกเล่าให้ผู้อาวุโสทราบว่า การเดินทางโดยรถแท็กซี่ของนักบวชที่ไม่ได้พกพาเงินแบบอาตมานี้ทำอย่างไร โดยปกติอาตมาจะให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิเพื่อนช่วยเพื่อน จ่ายเงินค่าแท็กซี่แก่โชเฟอร์ที่ปลายทาง 

            แต่วันนี้เจ้าหน้าที่ของพระไพศาลได้จ่ายค่าแท็กซี่ ๓๐๐ บาท ให้แก่คนขับก่อนแล้ว จึงไม่ต้องให้คนของมูลนิธิเพื่อนช่วยเพื่อนจ่ายค่าโดยสารส่วนนี้ สำหรับเมื่อเช้านี้อาตมาเดินทางออกไปจากมูลนิธิเพื่อนช่วยเพื่อน โดยยืนรอรถเมล์อยู่พักใหญ่ เพราะถ้าจะนั่งแท็กซี่ก็จะไม่มีคนจ่ายค่าโดยสารที่ปลายทาง มีเพียงรถเมล์เท่านั้นที่ไม่ต้องจ่ายค่าโดยสารเลย แต่เมื่อรอรถเมล์สาย ๖๐ นานเกินไป ทำให้พระหนุ่มรูปหนึ่งที่ติดตามอาตมาไปด้วยทนรอไม่ไหว ท่านจึงโบกแท็กซี่ขึ้นทางด่วน เมื่อถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เป็นจุดหมายปลายทางของท่าน พระรูปนั้นก็จ่ายค่าโดยสารเอง ครั้นจบธุระที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พระรูปนั้นต้องไปทำธุระที่อื่น อาตมาต้องไปอรุณอมรินทร์เพื่อร่วมงานพระไพศาล เราจึงแยกกันไป อาตมาตั้งใจจะเดินจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ข้ามสะพานพระปิ่นเกล้า แล้วค่อยเลี้ยวซ้ายเข้าไปทางอรุณอมรินทร์ซึ่งไม่ไกลเลยสำหรับสมณะที่ชอบเดินอย่างอาตมา แต่มีโยมผู้ชายคนหนึ่งเมื่อได้ทราบว่าอาตมาจะไปซอยเหล่าลดา ก็จัดรถและคนขับไปส่งอาตมาสู่จุดหมายโดยไม่ต้องเดิน ก็เป็นความสะดวกสบายอีกวาระหนึ่ง 

            การที่อาตมาต้องเล่ารายละเอียดอย่างยืดยาวเรื่องการเดินทางสำหรับวันนี้ ก็เพื่อบอกกล่าวประสบการณ์ของนักบวชที่ไม่ใช้เงินว่าแท้จริงแล้วสามารถไปไหนมาไหนได้โดยสะดวกในระดับหนึ่ง แต่อาจจะไม่มีความคล่องตัวเท่าใดนัก ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เหมาะสมสำหรับชีวิตของความเป็นสมณะ ที่ไม่ควรมีความแคล่วคล่องว่องไวทันใจทันจิตเหมือนคนทางโลกโดยทั่วไป เพราะการมีชีวิตแบบนั้นทำให้ไม่ค่อยมีเวลาทบทวนถึงความพอควรพอเหมาะ โดยจริงอาตมาแม้มิได้ใช้เงิน แต่ก็มีความสะดวกไปมา
โดยอาศัยรถยนต์และคนขับของมูลนิธิเพื่อนช่วยเพื่อน แม้กระทั่งเมื่อวานนี้ได้เดินทางไปวังน้ำเขียวตอนเย็น กลับถึงกรุงเทพฯตอนตีหนึ่งครึ่ง ก็อาศัยรถยต์และคนขับของมูลนิธิเพื่อนช่วยเพื่อน แต่ที่ต้องเดินทางด้วยตนเองในวันนี้ก็เพราะเป็นวันหยุดของคนขับรถ เขาและครอบครัวต้องไปทำธุระต่างจังหวัด อาตมาจึงต้องพึ่งตนเองเป็นบางครั้ง ซึ่งก็เป็นเรื่องดีที่ทำให้ไม่ติดในความสะดวกสบายในการไปมามากเกินไปนัก 

            แม้กระทั่งพระไพศาล วิสาโล ท่านก็ยังเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางจากชัยภูมิ เข้า กรุงเทพฯ อยู่เป็นอาจิณวัตร นับว่าน่าประทับใจ 

            ในโลกแห่งความสะดวกสบายทางวัตถุ มักทำให้มนุษย์เราขาดโอกาสในการพึ่งตนเอง เพราะเราพึ่งพาแต่รถยนต์ส่วนตัวกันเป็นหลัก ทำให้วันนี้คนในเมืองหลวงต้องทุกข์ทรมานกับปัญหารถติดอย่างหนักหน่วง โดยที่อาตมาก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น 

            ครั้นจะหยิบคอมพิวเตอร์พกพาขึ้นมาทำงานในรถก็ถูกความง่วงเข้าครอบงำด้วยเมื่อคืนนี้กลับกรุงเทพฯ ดึกมาก
อาตมาจึงหลับจนคนขับพารถเลยสันติอโศกไปสองกิโลเมตร เขาต้องปลุกอาตมาให้ตื่นขึ้น แล้ววนรถกลับเข้าซอยนวมินทร์๔๘ อีกครั้งหนึ่ง 

            ถ้าคนในกรุงเทพฯ ลดการพึ่งรถยนต์ส่วนตัว หันกลับไปใช้รถยนต์สาธารณะให้มากขึ้น เช่นเดียวกับ พลตรีจำลอง ศรีเมือง และ พลเอกปรีชา เอี่ยมสุพรรณ สองสหายนายทหารยอดสันโดษแห่ง จปร.7 เชื่อแน่ว่าปัญหาจราจรจะไม่หนักหนาสากรรจ์ดังที่เห็นและเป็นอยู่ 

            เมื่อพูดถึง พลตรีจำลอง ศรีเมือง ก็ขอเล่าให้ผู้อาวุโสทราบไว้ด้วยว่า เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ทางสันติอโศกมีการจัดงาน "สารณียกุศล"ครบ ๗๕ ปี พลตรีจำลอง ศรีเมือง (เกิดวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๔๗๘) แม้โดยปกติทางเราจะไม่สนับสนุนการจัดงานวันเกิด แต่สำหรับพลตรี จำลอง ศรีเมือง ครบ ๗๕ ปี ถือเป็นกรณีพิเศษ ในโอกาสพิเศษเท่านั้น 

            โดยรูปแบบการจัดงานนั้นเราเน้นเรื่องความสงบเงียบเรียบง่ายตามแนวชีวิตของพลตรีจำลอง ศรีเมือง ไม่เน้นการบอกกล่าวผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ แต่อย่างใด ทั้งนี้ เป็นนโยบายของพ่อท่านฯ สมณะโพธิรักษ์ ประธานในการจัดงานครั้งนี้ อาตมาได้พบความจริงว่าการจัดงานแบบสงบเงียบเรียบง่าย เป็นเรื่องยากกว่าการจัดงานแบบใหญ่โตยิ่งนัก 

            โดยเฉพาะงานที่จัดเกี่ยวเนื่องกับบุคคลพิเศษแบบพลตรีจำลอง แต่ก็เป็นเรื่องน่ายินดีที่งานแบบสงบเงียบเรียบง่ายดำเนินไปได้อย่างพอเหมาะพอดี ไม่มากไป ไม่น้อยไป 

            จดหมายฉบับนี้ใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงในการบันทึกโดยไม่เว้นไปทำกิจอื่นเลย อาตมาไม่ค่อยพิถีพิถันการกำหนดย่อหน้าเท่าใดนัก ขอให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายจัดหนังสือเผยแพร่ทั้งฝ่ายสื่อของสันติอโศก และฝ่ายสื่อของผู้อาวุโสไพศาล ต้องขอขอบคุณที่ผู้อาวุโสนำเผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆที่เห็นสมควร และต้องฝากคำขอบคุณมายังทีมงาน "เราคิดอะไร"
ที่ขยันทวงต้นฉบับจดหมายสุนทรียสนทนา อาตมาพบว่าคนทวงต้นฉบับนี่แหละเป็นคนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จอย่างแท้จริงในงานเขียน เชื่อว่าผู้อาวุโสก็คงประจักษ์ความจริงในข้อนี้ 

            ขอพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จงรักษาชีวิตและจิตวิญญาณของผู้อาวุโส ให้มีความเจริญก้าวหน้าในกุศลธรรมฉันทะตลอดไปเทอญ. 

                                                                                           ด้วยความยินดีในความดี

                                                                                       สมณะจันทเสฏโฐ (ท่านจันทร์)

 




|

Comments
Add New Search
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ ๑๒ กรกฏาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๒:๒๓ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License