ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
รายงานพิเศษ เรื่อง “ไพศาล” ติงฮ่องกงในการทำสงครามป้องค่าเงิน เตือนให้รู้จักฐานะตัวเอง พิมพ์ อีเมล
ข่าว - รายงานพิเศษ
เขียนโดย กองบรรณาธิการ   
วันจันทร์ที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๔:๐๑ น.

          นายไพศาล พืชมงคล เลขาธิการ สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน เปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อเช้าวันนี้ ติงรัฐบาลฮ่องกงในการทำสงครามป้องค่าเงินว่าต้องรู้จักฐานะตัวเองและประเมินสถานการณ์ให้ถูกต้อง มิฉะนั้นจะกระทบกระเทือนไปทั่วทั้งภูมิภาค 

          นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าขณะนี้แผลเน่าเฟะของระบอบทุนนิยมโลกกำลังลุกลามใหญ่โต ซึ่งปกปิดอย่างไรก็ไม่มิดแล้ว การล่มสลายของระบบเศรษฐกิจในระบอบทุนนิยมปรากฏชัดขึ้นทุกที ในสถานการณ์เช่นนี้มหาอำนาจทุนนิยมโลกที่ยังเพ้อฝันว่าจะพิทักษ์รักษาระบอบทุนนิยมสามานย์เอาไว้ได้จึงต้องเคลื่อนไหวในสองแนวทาง คือก่อสงครามในภูมิภาคต่าง ๆ โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจสงครามของพวกเขาจะสามารถค้ำจุนระบอบทุนนิยมเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นความเพ้อฝันมากเพราะโลกทุนนิยมทุกวันนี้ไม่เหมือนก่อนยุคสงครามเย็นอีกแล้ว ถึงจะพยายามก่อสงครามก็ก่อไม่ได้สำเร็จตามอำเภอใจ จึงเร่งให้การพังทลายมาถึงเร็วขึ้น แนวทางที่สองคือการทำให้เกิดการไหลของทุนเพื่อให้เกิดการเก็งกำไรในค่าเงิน หรือที่เรียกว่าการทำสงครามโจมตีค่าเงิน การกระทำสองแนวทางนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร แต่ในที่สุดก็จะล้มเหลว ในปี 1997 ทุนนิยมโลกยังเข้มแข็ง ได้เปิดสงครามค่าเงินอย่างทั่วด้าน แต่ปราชัยย่อยยับ ทั้งในการโจมตีค่าเงินฮ่องกงและเงินหยวน จน 8 กองทุนยักษ์ที่อยู่ในแนวรบนี้ต้องล้มละลาย กำลังรบของแนวรบค่าเงินจึงอ่อนแอลงมาก 

          นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่ากำลังเกิดปรากฏการณ์โจมตีค่าเงินของฮ่องกง และทางการฮ่องกงกำลังปกป้องค่าเงินของตน ในขณะเดียวกันแนวการโจมตีนี้ยังพาดมาถึงประเทศไทยด้วย ตนหวังว่าบทเรียนปี 1997 จะมีค่าเพียงพอที่จะกระตุ้นสำนึกของผู้คนในธนาคารแห่งประเทศไทย ให้สำเหนียกและระมัดระวังไม่ตั้งอยู่ในความประมาทและพลาดพลั้งเหมือนปี 1997 

          นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าแนวรบใหญ่ขณะนี้อยู่ที่ค่าเงินฮ่องกง แม้ว่าฐานะทางเศรษฐกิจของฮ่องกงที่มีแนวหลังอันแข็งแกร่งคือจีนมีความเข้มแข็งพอที่จะตีโต้การโจมตีครั้งนี้ได้ก็ตาม แต่ในการรับมือกับการโจมตีค่าเงินนั้น ก็เคยมีบทสนทนาระหว่างพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรีไทย กับนายจูหรงจี นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ที่สรุปเหตุการณ์ในครั้งนั้นว่าไม่ใช่วิกฤตทางการเงินธรรมดา แต่เป็นสงครามทางการเงิน ซึ่งทำให้จีนได้ตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหาและในครั้งนั้นนายกรัฐมนตรีจูหรงจี บอกพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ว่าถ้าวิกฤตครั้งนี้เป็นสงครามจีนก็ไม่กลัว เพราะเมื่อเป็นสงครามแล้วจีนมีบทเรียนอันโชกโชนและมีความคิดเหมาเจ๋อตงในทางการทหารที่สามารถปรับมารับมือกับสงครามการเงินได้ และในที่สุดจีนก็ประสบความสำเร็จ ดังนั้นรัฐบาลฮ่องกงจึงต้องตั้งหลักให้ดี คือต้องพิจารณาเรื่องนี้เป็นเบื้องต้นก่อนว่าจำเป็นจะต้องทุ่มเทรับมือกับสงครามแค่ไหน ซึ่งต้องคำนึงถึงฐานะตนเองให้ดี มิฉะนั้นก็จะหลงทิศผิดทาง 

          นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าสภาพทางการเงินของฮ่องกงเจ้ามือใหญ่และเจ้าของเงินรายใหญ่คืออังกฤษ จีนเป็นเจ้ามือลำดับที่สองเท่านั้น โดยเฉพาะในตลาดเงินอังกฤษเป็นเจ้าอยู่ในฮ่องกง หากมีการโจมตีค่าเงินคนที่เสียหายมากที่สุดคืออังกฤษ ในขณะที่บรรดาแร้งที่โจมตีค่าเงินก็เป็นเครือข่ายของโลกทุนนิยม จึงโจมตีมากก็ยิ่งเหมือนการกับจิกเล็บก็เจ็บเนื้อ ทางการฮ่องกงจึงไม่ควรรีบปกป้องค่าเงินด้วยความตระหนกจนเกินการ ควรปล่อยให้นายเงินอังกฤษรับศึกไปก่อนจนอ่อนเปลี้ยลงทั้งสองฝ่ายแล้วนั่นแหละก็เป็นโอกาสอันดีที่จะตีตลบกลับ และในเรื่องนี้ตนคาดว่าธนาคารกลางของประเทศจีนก็คงจับตาเฝ้ามองโดยทัศนะที่เคยมีบทเรียนมาแล้วในปี 1997 เช่นเดียวกัน.

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License