ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
รายงานพิเศษเรื่อง “สหรัฐ-ญี่ปุ่น” กำลังวางแผนยึดเกาะหย่งซิง กดดันจีนทำสงครามในทะเลจีนใต้ พิมพ์ อีเมล
ข่าว - รายงานพิเศษ
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันจันทร์ที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๙:๓๑ น.
 
     นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวว่าในขณะที่โลกทุนนิยมกำลังล่มสลาย มหาอำนาจจึงต้องพยายามก่อสงคราม เพื่อพยุงระบบทุนนิยมโลกเอาไว้ ขณะนี้มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่าสหรัฐและญี่ปุ่นกำลังวางแผนยึดเกาะหย่งซิงของจีนในทะเลจีนใต้ เพื่อบังคับและกดดันให้จีนต้องทำสงครามในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างยิ่ง 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่า สำนักข่าวเอเอฟพี ได้รายงานข่าวว่าสำนักข่าวจิจิเพรส และสำนักข่าวเกียวโตของญี่ปุ่นได้รายงานข่าวทางทหารตรงกันว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐกำลังพิจารณาการฝึกซ้อมรบร่วมกันโดยจะจำลองสถานการณ์การยึดคืนพื้นที่เกาะซึ่งจะมีขึ้นในต้นเดือนพฤศจิกายน นี้ โดยการฝึกซ้อมดังกล่าวจะใช้เกาะร้างแห่งหนึ่งในโอกินาวาของญี่ปุ่นเป็นสถานที่จำลองเหตุการณ์ 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าแม้รายงานข่าวดังกล่าวมิได้ระบุว่าเกาะจำลองที่เป็นเป้าหมายของการฝึกซ้อมในการยึดคืนนี้จะเป็นเกาะอะไร แต่เมื่อประมาณจากสถานการณ์ทั้งหมดแล้วตนเชื่อว่าน่าจะเป็นเกาะหย่งซิง (Yongxing Island) ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในทะเลจีนใต้ มีเนื้อที่ 2.13 ตารางกิโลเมตร ซึ่งจีนได้ไปสร้างสนามบินมีรันเวย์ยาว 2,500 เมตร สามารถรองรับเครื่องบินโบอิ้ง 737 ได้และมีท่าเรือน้ำลึกรองรับเรือที่มีระวางถึง 5,000 ตันได้ เป็นเกาะที่มีน้ำจืดและทางจีนได้จัดตั้งเมืองซันจา เป็นเขตปกครองของจีนในพื้นที่ทะเลจีนใต้เรียบร้อยแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม 2012 ซึ่งถ้าหากว่ามีปฏิบัติการทางทหารยึดเกาะดังกล่าวก็จะมีผลเป็นการกดดันและบังคับให้จีนต้องทำสงครามในทะเลจีนใต้ ก็จะบรรลุวัตถุประสงค์ในการก่อสงครามของมหาอำนาจเพื่อธำรงระบอบทุนนิยมสามานย์ของโลกไว้ 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าแม้ขณะนี้สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างจีน-ญี่ปุ่นจะอยู่ที่บริเวณเกาะเตี้ยวหยู ในทะเลจีนตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ด้านเหนือของไต้หวันและใต้ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของประเทศจีนมาตั้งแต่บรรพกาล แต่ในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นแพ้สงคราม สหรัฐเข้าใจผิดว่าเกาะเตี้ยวหยูเป็นของญี่ปุ่น จึงถูกยึดไปด้วย ขณะนั้นจีนไม่มีศักยภาพทางทะเล และกำลังเกิดสงครามปลดแอกในประเทศ ต่อมาเมื่อมีการมอบเอกราชแก่ญี่ปุ่น สหรัฐก็มอบเกาะเตี้ยวหยูนี้ให้แก่ญี่ปุ่น ซึ่งญี่ปุ่นรู้ดีว่าเป็นของจีน จึงแกล้งให้เอกชนเป็นผู้ถือครองเกาะนี้ ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจใดๆ ในขณะที่จีนยังคงถือว่าเกาะเตี้ยวหยูเป็นของจีนในทะเลตะวันออก ครั้นระบอบทุนนิยมโลกกำลังล่มสลาย สหรัฐต้องการหวนคืนมามีบทบาทในภูมิภาค จึงได้ชักชวนหลายประเทศเพื่อต่อต้านจีน และนำไปสู่การที่รัฐบาลญี่ปุ่นตกลงเข้าซื้อเกาะเตี้ยวหยูจากนักธุรกิจญี่ปุ่นซึ่งเป็นเรื่องของการอำพรางและมุ่งสร้างชนวนเท่านั้น ครั้นเกิดความตึงเครียดขึ้นเกี่ยวกับหมู่เกาะเตี้ยวหยู จีนได้ทำพิธีปล่อยเรือบรรทุกเครื่องบินลงน้ำซึ่งประธานกรรมการการทหารกลาง เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานาธิบดีหูจิ่งเทาได้แต่งชุดจงซาน ไปเป็นประธานในพิธีดังกล่าว สหรัฐก็ได้ส่งทหาร 50,000 คน เข้าไปประจำที่โอกินาวา ซึ่งแสดงอาการว่าจะไม่ลดราวาศอกกัน แต่ตนเชื่อว่าจีนจะไม่เข้ายึดเกาะเตี้ยวหยู และสถานการณ์ที่เกาะเตี้ยวหยูจะไม่เป็นต้นเหตุสงครามในพื้นที่นั้น 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าเมื่อมหาอำนาจทุนนิยมต้องการจะทำสงคราม ก็ต้องปฏิบัติการทางทหารในจุดที่จีนจำเป็นต้องเข้าทำสงคราม และเมื่อได้ยกพื้นที่ทะเลตะวันออกว่าจะไม่เกิดสงครามแล้ว ก็ต้องหันมามองพื้นที่ในทะเลจีนใต้ ก็ปรากฏว่ามีพื้นที่เกาะอยู่ 4 พื้นที่ คือ 

     หนึ่ง เกาะ Dongsha Island ซึ่งตั้งอยู่ในทะเลจีนใต้ด้านเหนือใกล้กับฮ่องกง และไกลออกไปก็จะเป็นไต้หวัน เกาะดังกล่าวมีพื้นที่ 1.08 ตารางกิโลเมตร ไต้หวันได้อ้างสิทธิ์และได้สร้างสนามบินมีรันเวย์ยาว 2,000 เมตรไว้ เกาะนี้คงจะไม่เป็นต้นเหตุสงคราม เพราะไต้หวันกับจีนกำลังร่วมมือกันในหลายด้าน 

     สอง เกาะ Yongxing Island ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของเกาะไหหลำ เป็นเกาะใหญ่ที่สุด มีอยู่ 2 พื้นที่คือพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของเกาะ Yongxing และเกาะเล็กเกาะน้อยทางด้านตะวันออกของเกาะ Yongxing 

     สาม พื้นที่เกาะ 4 เกาะ ซึ่งมีการอ้างสิทธิ์ของหลายประเทศ 

     เกาะแรกคือเกาะจงเย่ (Zhongye Island) อยู่ทางใต้ของเกาะ Yongxing เยื้องลงมาใกล้ฟิลิปปินส์ ซึ่งฟิลิปปินส์อ้างสิทธิ์และเข้าครอบครอง สร้างสนามบินและรันเวย์ยาว 1,260 เมตร แต่มีพื้นที่แค่ 0.33 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น 

     เกาะที่สองคือเกาะไท้ผิง (Taiping Island) อยู่ถัดมาจากเกาะจงเย่ ซึ่งไต้หวันอ้างสิทธิ์และได้เข้าสร้างสนามบินรันเวย์ยาว 1,200 เมตร แต่มีพื้นที่แค่ 0.44 ตารางกิโลเมตร 

     เกาะที่สามคือเกาะหนานเว่ย (Nanwei Island) อยู่ถัดมาจากเกาะจงเย่ ซึ่งเวียดนามอ้างสิทธิ์ และได้เข้าสร้างสนามบินรันเวย์ยาว 560 เมตร แต่มีพื้นที่แค่ 0.15 ตารางกิโลเมตร โดยเวียดนามได้ส่งคนไปตั้งชุมชนเต็มทั้งเกาะ 

     เกาะที่สี่คือเกาะดาหวัน (Danwan Island) เป็นเกาะที่อยู่ทางตอนใต้ของเกาะทั้งสามเกาะดังกล่าว ใกล้กับเกาะฟิลิปปินส์มากที่สุด แต่มาเลเซียกล่าวอ้างสิทธิ์ และได้เข้าสร้างสนามบินไว้ด้วย แต่เป็นเกาะที่มีพื้นที่เพียง 0.35 ตารางกิโลเมตร เท่านั้น 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าระหว่างเกาะทั้งสี่เกาะดังกล่าวยังมีเกาะเล็ก ๆ คล้าย ๆ โขดหินเหนือผิวน้ำทะเลประมาณ 200 เกาะ แต่อยู่อาศัยไม่ได้ บางเกาะน้ำก็ท่วมในบางเวลา แต่มีที่มีการอ้างสิทธิ์กันก็เพื่อใช้เป็นฐานในการอ้างสิทธิ์ทางทะเล เพราะถ้าเป็นดินแดนของประเทศใดแล้ว สิทธิ์ 200 ไมล์ทะเลก็จะเกิดขึ้น และเป็นที่รู้กันทั่วไปแล้วว่าในพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มากไปด้วยพลังงานน้ำมันและแก๊ส 

     ดังนั้นข่าวทางการทหารที่จะมีการฝึกซ้อมรบร่วมกันระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่นในการยึดพื้นที่เกาะ จึงน่าเชื่อว่าเกาะเป้าหมายของการฝึกซ้อมรบดังกล่าวคือเกาะหย่งซิงนั่นเอง และถ้าเป้าหมายเป็นเช่นนั้นก็ต้องพิจารณากันให้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นตามมา 

     นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่า เมื่อประมาณสถานการณ์ทั้งหมดแล้วตนเชื่อว่าจีนจะไม่ก่อสงครามเกี่ยวกับเกาะต่าง ๆ ดังกล่าว เพราะจีนยังคงมุ่งพัฒนาประเทศ มุ่งสร้างเสถียรภาพในการทำให้โลกมีสันติภาพและมีการพัฒนา ซึ่งเป็นกระแสหลักแห่งยุคสมัยที่จะทำให้โลกนี้มีสันติภาพนิรันดร ทั้งเติ้งเสี่ยวผิงอดีตผู้นำจีนเคยมีคำชี้แนะเอาไว้ว่า พื้นที่เกาะทั้งหลายควรจะได้พัฒนาร่วมกัน ซึ่งน่าจะยังเป็นแนวทางที่ผู้นำจีนใช้เป็นหลักในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งรัฐบาลจีนได้มีจุดยืนที่จะให้มีการเจรจาระหว่างประเทศที่เป็นคู่กรณีโดยตรงอย่างสันติ โดยปราศจากการแทรกแซงจากชาติอื่น ซึ่งมองได้ว่าเป็นการดำเนินการตามคำชี้แนะของเติ้งเสี่ยวผิง ดังนั้นเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งประสงค์จะให้จีนทำสงคราม ก็ต้องเป็นฝ่ายเริ่มและต้องเริ่มในจุดที่จีนจะต้องทำสงคราม จากสภาพเกาะทั้งหมดจีนจะป้องกันพื้นที่อย่างเต็มเหนี่ยวก็น่าจะเป็นพื้นที่เกาะหย่งซิงดังกล่าว เพราะถ้ามีการบุกยึดเกาะนี้ ก็เท่ากับเขตการปกครองที่จีนตั้งขึ้น สนามบินและท่าเรือที่จีนตั้งขึ้นจะถูกยึดไปด้วย ที่สำคัญเป็นการรุกรานจีนอย่างเต็มหน้า ถ้าเช่นนั้นก็เชื่อว่าจีนจะทนไม่ได้เพราะประชาชนจีนอาจไม่ยอม ซึ่งเป็นภาวะที่จีนจะกระอักกระอ่วนมาก เพราะถ้าทำสงครามก็เท่ากับกระโจนลงไปในแผนการของมหาอำนาจทุนนิยม การหยุดยั้งสงครามต่างหากที่เป็นกระบวนการรับเชิงรุกและเป็นฝ่ายกระทำในสงครามยุคใหม่ โดยเฉพาะในแนวรบสงครามทางเศรษฐกิจ ซึ่งแนวรบนี้ครั้งหนึ่งประธานาธิบดีเจียงเจ๋อหมินก็เคยพูดจากับพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ อย่างชัดเจนไว้แล้ว เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เป็นอันตรายต่อสันติภาพของโลก ซึ่งตนได้แต่หวังว่าปัญหาทั้งหลายจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีและตนก็เชื่อว่าสันติภาพและการพัฒนามีอานุภาพเพียงพอที่จะหยุดยั้งการก่อสงครามได้ ประชาชาติทั่วโลกจะต้องทำให้พื้นที่ของสันติภาพและการพัฒนาขยายออกไป สกัดกั้นการจุดชนวนสงครามในปริมณฑลต่าง ๆ ของโลก โดยเฉพาะชาวเอเชียทั้งมวลจะต้องไม่ตกเป็นเครื่องมือหรือเป็นตัวหมากรุกในการสร้างสถานการณ์สงครามขึ้นในภูมิภาคนี้เป็นอันขาด.
 
 
 
 
 
 

     
 

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๙:๔๑ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License