ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
บทความใน นสพ.แนวหน้า เรื่อง "เตรียมต้อนรับฤดูฝน" วันที่ 15 เม.ย. 61 พิมพ์ อีเมล
บทความ - บทความพิเศษ
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันจันทร์ที่ ๐๙ เมษายน ๒๕๖๑ เวลา ๑๔:๔๘ น.

     ช่วงนี้เป็นเทศกาลสงกรานต์ เป็นเทศกาลปีใหม่ของชนเผ่าไทย ซึ่งมีการเฉลิมฉลองกันทั่วทั้งประเทศ รวมทั้งการทำบุญตักบาตรเพื่ออุทิศแด่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ รวมทั้งการกระทำกตเวทิตาธรรมต่อบิดามารดาและผู้มีพระคุณ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนในยามย่างเข้าต้นปีใหม่ 

     และในปีนี้ พระนางมโหธรเทวีซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเปลี่ยนแปลงจะเสด็จมาเข้าเวร จึงพึงเตรียมตัวเตรียมใจต้อนรับความเปลี่ยนแปลงที่จะมาถึงนั้น 

     และในความเปลี่ยนแปลงนั้นก็เป็นวิสัยโลกที่ต้องมีเรื่องตรงกันข้ามแฝงมาด้วย นั่นคือพระนางทรงอาภรณ์ชุดดำไว้ทุกข์ เรื่องโศกเศร้าก็ย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา และย่อมเกิดความทุกข์โศกเป็นธรรมดาดังพระพุทธวจนที่ว่า ความพลัดพรากจากสิ่งที่รักเป็นทุกข์ 

     เมื่อสงกรานต์ย่างเข้ามาพระอาทิตย์ก็จะโคจรอยู่ในราศีเมษใกล้โลกมากที่สุด จึงเป็นสัญญาณหมายแห่งฤดูร้อน ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่ร้อนที่สุดในประเทศไทย และเป็นเครื่องบ่งบอกต่อไปด้วยว่า เมื่อฤดูร้อนมาถึงแล้ว ฤดูฝนก็กำลังย่างกรายมาถึงด้วย 

     เพราะหลังสงกรานต์ไม่นานนักก็จะย่างเข้าสู่เดือนหก ฝนจะตกพรำ ๆ และจะถึงกาลเวลาการพระราชพิธีพืชมงคล ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณไปทั่วพระราชอาณาจักรว่าฤดูฝนกำลังจะมาแล้ว ราษฎรทั้งหลายจึงพึงเตรียมที่นาไร่ เตรียมการไถ่หว่านไว้ให้พร้อม ฤดูฝนกำลังจะมาแล้วดังนี้  

     เหตุที่ต้องมาบอกกล่าวเรื่องฤดูฝนที่ใกล้จะมาถึงในเทศกาลสงกรานต์ก็มุ่งหมายที่จะบอกกล่าวให้เตรียมเนื้อเตรียมรับประโยชน์แห่งฤดูฝนให้ได้อย่างสมบูรณ์และเตรียมการทุกอย่างให้พร้อม เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายอันจะพึงเกิดจากเทศกาลหน้าฝนด้วย 

     เป็นภูมิปัญญาอันยิ่งของบรรพบุรุษไทย ว่าพืชพันธุ์ทั้งหลายนั้นจะขยายตัวเติบโตในฤดูฝน ซึ่งสอดคล้องกับทางชีววิทยาแห่งยุคสมัยปัจจุบันที่ชัดเจนแล้วว่า ตั้งแต่ช่วงก่อนต้นฤดูฝน เซลล์ของพันธุ์ไม้ทั้งหลายจะเตรียมการเพื่อการเติบโต และแพร่หลายเผ่าพันธุ์ของตนในพลันที่ฝนตกลงมา เซลล์จะแตกตัวขยายตัวอย่างรวดเร็วไม่ต้องใช้กรรมวิธีเร่งรัดใด ๆ ให้เปลืองค่าใช้จ่าย 

     ดังนั้นการปลูกข้าวและพืชไร่ทั้งหลายที่สอดคล้องกับเทศกาลฤดูฝนจึงเป็นการลงทุนเพาะปลูกที่ประหยัดที่สุด ครั้นฝนตกลงมาก็จะชะล้างปุ๋ยทั้งหลายมาบำรุงตามธรรมชาติ พืชเติบโตขึ้นก็มีน้ำฝนมาหล่อเลี้ยง ป้องกันแมลงตามธรรมชาติอีก ดังนั้นบรรพบุรุษของชนเผ่าไทยจึงมุ่งเน้นการเพาะปลูกในต้นฤดูฝน 

     แม้กระทั่งการปลูกป่า ปลูกพืชสวน เมื่อได้ลงมือปลูกในต้นฤดูฝนแล้วต้นไม้ก็จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญคือรากจะลงลึกในแผ่นดิน พอสิ้นฤดูฝนความแห้งจากพื้นผิวดินจะค่อย ๆ ลงไปในชั้นใต้ดิน รากของต้นไม้ที่เจริญเติบโตดีแล้วก็จะรู้ธรรมชาติและเร่งขยายรากลงลึกเพื่อรับน้ำจากใต้ดินมาหล่อเลี้ยง ดังนั้นเมื่อฤดูแล้งมาถึงรากของต้นไม้ที่หยั่งลึกถึงชั้นใต้ดินที่มีน้ำแล้ว ก็สามารถดูดน้ำและอาหารมาหล่อเลี้ยงต้นให้ดำรงอยู่ได้ 

     เว้นแต่คนจำพวกคอร์รัปชั่น ฉ้อโกงหากินกับงบประมาณ แทนที่จะปลูกต้นไม้ในฤดูฝน กลับไปปลูกในปลายฤดูฝน พอสิ้นฝนต้นไม้ก็ตายแล้ว จะได้ตั้งงบประมาณปลูกกันใหม่ในปลายฤดูฝนหน้า ดังที่ทำกันมาแล้วจะทำต่อไป 

     นั่นเป็นการเตรียมตัวเตรียมใจเพื่อรับประโยชน์แห่งฤดูฝน แต่ฤดูฝนก็มีผลร้ายตามมาด้วย คือน้ำหลากน้ำท่วม  

     ดังนั้นตั้งแต่ช่วงเทศกาลสงกราต์นี้ ใครมีอำนาจหน้าที่ก็ต้องเตรียมตัวป้องกันอันตราย และความเสียหายทั้งหลายที่จะเกิดจากน้ำหลากน้ำท่วม และต้องเตรียมให้เพียงพอ เพราะแต่ละปีที่ผ่านมานั้นมีผู้คนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ทรัพย์สินเสียหายหลายแสนล้าน 

     จะให้เสียหายกันซ้ำซากกันต่อไปหรืออย่างไร 

     ก็บอกไว้ล่วงหน้าอย่างนี้แหละ แล้วเมื่อฟังคำบอกกล่าวนี้แล้ว ก็ขอให้ตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท เพื่อความปลอดภัยของตนและผู้คนทั้งหลาย อย่าได้มีภัยอันตรายใดในเทศกาลสงกรานต์นี้เลย.

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License