ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
เด็กประวิตรเมินรีเซตป.ป.ช. พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ไทยโพสต์ออนไลน์   
วันเสาร์ที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๐:๑๙ น.

ที่รัฐสภา วันที่ 15 ธ.ค. พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ สนช.ในฐานะประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ... กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาเรื่องการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า จากเดิมในวันนี้ (15 ธ.ค.) จะเป็นการประชุมนัดสุดท้าย แต่บัดนี้ยังพิจารณากฎหมายไม่จบในหลายเรื่อง รวมทั้งประเด็นการดำรงอยู่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดเก่าจะอยู่ต่อไปหรือไม่ก็ยังไม่ได้ข้อยุติ

"จะขยายเวลาและไปประชุมนัดสุดท้ายในวันที่ 18 ธ.ค.นี้ให้แล้วเสร็จ จากนั้นจะนำเข้าพิจารณาต่อที่ประชุม สนช.ในวาระ 2 และ 3 วันที่ 21 ธ.ค.นี้" ประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ...กล่าว

มีรายงานข่าวจาก กมธ.ระบุว่า สำหรับประเด็นการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะอยู่ต่อไปหรือไม่นั้น ขณะนี้ กมธ.เสียงข้างมากที่ประกอบไปด้วยอดีตข้าราชการตำรวจและทหารที่ใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แก้ไขหลักการของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) คือให้รีเซตคณะกรรมการที่คุณสมบัติขัดต่อ รธน.ให้พ้นจากตำแหน่งไป โดยเปลี่ยนแปลงให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดนี้อยู่ในตำแหน่งต่อไป

"กมธ.เสียงข้างน้อยได้พยายามคัดค้านเอาไว้ จนมีการเสนอให้มีการโหวตตัดสินกันอีกครั้งในวันที่ 18 ธ.ค.เพื่อหาข้อยุติ โดยมีแนวโน้มว่า กมธ.เสียงข้างมากจะเป็นฝ่ายชนะในท้ายที่สุด เนื่องจากเป็นยุทธศาสตร์ที่ คสช.กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น" แหล่งข่าวจาก กมธ.ระบุ

วันเดียวกัน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีทนายความนายพานทองแท้ ชินวัตร เข้ายื่นหนังสือคดีฟอกเงินอันเกี่ยวเนื่องกับผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) อนุมัติสินเชื่อให้กลุ่มบริษัท กฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน) โดยมิชอบว่า ขณะนี้ได้รับเรื่องทั้งหมดไว้แล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาคำร้องที่นายพานทองแท้โต้แย้งว่าตัวเองไม่มีความผิด และร้องขอให้สอบพยานเพิ่มในหลายๆ ประเด็น

"เร็วๆ นี้จะนำคำร้องของนายพานทองแท้มาพิจารณาในที่ประชุมร่วมกับพนักงานอัยการสูงสุดและพนักงานสอบสวน ซึ่งการยื่นเรื่องดังกล่าวนายพานทองแท้และพวกสามารถทำได้ โดยดีเอสไอก็จะให้ความเป็นธรรมและจะทำตามขั้นตอนของกฎหมาย" อธิบดีดีเอสไอกล่าว

ขณะที่นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวเรื่อง "โอ๊ค..ตัวประกันทางการเมือง" โดยระบุว่า "กล้ายืนยันว่าการดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงินกับนายพานทองแท้ บุตรชายของนายกฯ ทักษิณมีจุดประสงค์ทางการเมือง โอ๊คถูกกล่าวหาว่าได้รับเงินจำนวน 26 และ 10 ล้านบาท ที่จ่ายจากบัญชีของนายวิชัย กฤษดาธานนท์ เพื่อช่วยซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของเงินดังกล่าว"

นายวัฒนาระบุว่า จากสำนวนการไต่สวนของ คตส. เงิน 26 ล้านบาทสั่งจ่ายเป็นแคชเชียร์เช็คเพื่อฝากซื้อหุ้น แต่ยังไม่เคยถูกนำเข้าบัญชีของโอ๊คเพราะเช็คถูกยกเลิก โอ๊คไม่เคยได้รับเงินก้อนนี้ จึงไม่ครบเป็นองค์ประกอบความผิด ส่วนเช็คจำนวน 10 ล้านบาท โอ๊คได้รับมาเพื่อการลงทุนทางธุรกิจร่วมกัน ไม่ใช่ได้มาเพื่อช่วยปกปิดหรือช่วยซุกซ่อนแหล่งที่มาของเงิน เพราะเป็นจำนวนเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับเงินกู้เกือบ 10,000 ล้านบาท อีกทั้งโอ๊คไม่มีเหตุผลที่จะไปช่วยปกปิดหรือซุกซ่อนเพราะไม่ได้ประโยชน์อะไรด้วย

"พฤติกรรมในการดำเนินคดีคือเครื่องยืนยันว่าเป็นเรื่องการเมือง เพราะโอ๊คไม่เคยได้รับความเป็นธรรมมาตั้งแต่แรก เริ่มจากการสอบสวนซ้ำ เพราะเช็คทั้งสองฉบับได้ถูก คตส.ไต่สวนและเห็นว่าไม่เป็นความผิดฐานฟอกเงินแล้ว แต่ดีเอสไอยังเอามาสอบสวนใหม่ จากนั้นตั้งข้อกล่าวหาเฉพาะโอ๊คและคนใกล้ชิด ทั้งที่มีบุคคลเกือบ 150 คนที่ได้รับเงินแบบเดียวกับโอ๊ค แต่ก็มิได้มีการดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว เพิ่งจะมาตั้งเรื่องสอบสวนใหม่เมื่อถูกนายวีระ สมความคิด ยื่นหนังสือร้องเรียน" นายวัฒนาระบุ

เขาระบุว่า การไปดีเอสไอของโอ๊คเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ก็มีการนำเอาภาพจากกล้องวงจรปิดออกมาเผยแพร่ผ่านสื่อทั้งที่เป็นความลับ ล่าสุดมีการออกข่าวโอ๊คจะมาขอขยายเวลายื่นคำให้การเพื่อให้เข้าใจว่าโอ๊คจะประวิงหรือถ่วงคดี แต่ทุกอย่างก็ผิดคาดเพราะโอ๊คมายื่นคำให้การก่อนกำหนด จากนี้ไปจึงเป็นหน้าที่ของดีเอสไอที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ข้อกล่าวหาและความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาตามคำให้การจนครบถ้วน หากคิดจะรวบรัดเอาง่ายเข้าว่า หรือคิดว่าเผด็จการจะอยู่ยั้งยืนยงระวังจะตกเป็นจำเลยเสียเอง

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือเพิ่มเติมถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผ่านนายสุทธิ บุญมี ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ขอให้ตรวจสอบ พล.อ.ประวิตร กรณีถูกตั้งข้อสงสัยไม่ยื่นแสดงรายการทรัพย์สินในส่วนนาฬิกาหรูและแหวนเพชร รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ ป.ป.ช.ทราบ และกรณีร่ำรวยผิดปกติ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมบัญญัติ

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ได้ตรวจสอบพบว่า พล.อ.ประวิตรใส่นาฬิกา ริชาร์ด มิลล์ รุ่น RM30 เป็นคนละเรือนกับที่ใส่ในวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยนาฬิการุ่นดังกล่าวมีมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท แต่ไม่ปรากฏในเอกสารบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. รวมทั้งยังพบนาฬิกายี่ห้อปาเต็ก ฟิลิป, โรเล็กซ์ และแหวนเพชรนับหลายวงมูลค่าหลายล้านบาท เชื่อว่าหลักฐานเหล่านี้จะเป็นข้อมูลสำคัญให้ ป.ป.ช.สามารถชี้มูลได้ว่า พล.อ.ประวิตรจงใจปกปิดทรัพย์สินที่ต้องแสดงต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ และอาจจะเข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติด้วยหรือไม่

ด้านนายสุทธิกล่าวว่า เรื่องนี้เราดำเนินการอยู่และได้ทำหนังสือถึง พล.ประวิตรแล้ว แต่ยังไม่ได้รับหนังสือตอบกลับ คงต้องรอการชี้แจงจากรองนายกฯ แต่ ป.ป.ช.ไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องดังกล่าวเป็นที่สนใจของสังคม และนโยบายของ ป.ป.ช.คือ ถ้าเรื่องร้องเรียนเรื่องไหนกระทบต่อประชาชน เราต้องเร่งดำเนินการหาข้อเท็จจริงให้โดยเร็ว

ถามถึงกระแสข่าวว่า ประธาน ป.ป.ช.เป็นคนสนิทของ พล.อ.ประวิตร จะทำให้เรื่องเงียบหรือไม่ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ป.ป.ช.กล่าวว่า ขอให้มั่นใจในการทำงานอย่างตรงไปตรงมาของ ป.ป.ช. ส่วนเรื่องของประธานนั้นไม่อาจก้าวล่วงได้
 
ที่มา ไทยโพสต์ออนไลน์ 
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License