ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
กปปส.ลุ้นระทึก อัยการนัด24มค.สั่งคดีชุมนุม แนะเตรียมหลักทรัพย์ประกัน พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย แนวหน้าออนไลน์   
วันเสาร์ที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๐:๐๘ น.

อัยการนัดกปปส.ฟังสั่งคดี 24 มกราคม 2561 ฐานก่อกบฏ ย้ำทุกคนต้องมารายงานตัว พร้อมหลักทรัพย์ประกันตัว 4-6 แสนบาท “ศรีสุวรรณ” ร้องป.ป.ช.สอบ“บิ๊กป้อม”ซุกแหวน-นาฬิกาหรูอีก สงสัยแจ้งบัญชีเท็จ-ร่ำรวยผิดปกติหรือไม่’วิษณุ’สวนกลับ’สมศักดิ์’สส.ไม่สังกัดพรรคเป็นไปไม่ได้เพราะรธน.กำหนดไว้แล้ว อีกทั้งม.44ใช้แก้รธน.ไม่ได้ ปัญหาซื้อตัวสส.กลับมาอีกแน่ ‘ปชป.’ซัดไร้หลักการ-แก้ใหม่ แม่น้ำ4สายต้องรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 15ธันวาคม ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก อัยการสำนักงานคดีพิเศษ4 ได้นัดผู้ต้องหาในสำนวนคดีพิเศษที่261/2556 หรือคดีร่วมกันเป็นกบฏในการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ที่มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวกรวม 53 คน ผู้ต้องหามารายงานตัวเเละฟังการสั่งคดี อย่างไรก็ตาม มีเพียงทนายความผู้รับมอบอำนาจจากกลุ่มผู้ต้องหามารับฟังคำสั่งแทนเท่านั้น โดยคณะทำงานอัยการได้เเจ้งเเก่ทนายความให้มารับทราบคำสั่งอีกครั้งในวันที่ 24มกราคม2561 เวลา 10.00น.โดยได้กำชับให้ผู้ต้องหาทุกคนเดินทางมาฟังคำสั่งด้วยตนเอง เนื่องจากวันดังกล่าวอัยการจะมีคำสั่งว่า จะฟ้องผู้ต้องหารายใดเเละข้อหาใด ซึ่งตัวผู้ต้องหาต้องเตรียมหลักทรัพย์มาพร้อมประกันตัวในชั้นศาล

นายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความกลุ่มแกนนำ กปปส.เปิดเผยว่า อัยการนัดให้กลุ่ม กปปส.มารายงานตัวอีกครั้งช่วงปลายเดือนมกราคม2561 ทั้งนี้ต้องรอดูว่าในวันนั้นอัยการจะแจ้งคำสั่งฟ้อง หรือไม่ฟ้องเลยหรือไม่ โดยปกติหากสั่งฟ้องอัยการจะนัดไว้ก่อนเพื่อเตรียมหลักประกันให้พร้อม ส่วนกลุ่ม กปปส.ก็เตรียมหลักประกันไว้ ซึ่งอิงเกณฑ์มูลค่าหลักทรัพย์ประกันตัวของ 4 กปปส.ที่เคยถูกฟ้องไปแล้ว คือ น่าจะอยู่ที่คนละ 6แสนบาท หากไม่มีข้อหาก่อการร้ายอาจอยู่ที่คนละ 4แสน บาท

‘ศรีสุวรรณ’ยื่นปปช.สอบบิ๊กป้อมอีก

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือเพิ่มเติมถึงคณะกรรมการปปช.ผ่าน นายสุทธิ บุญมี ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ เพื่อให้ตรวจสอบพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กรณีถูกตั้งข้อสงสัยไม่ยื่นแสดงรายการทรัพย์สินในส่วนนาฬิกาหรูและแหวนเพชร รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ปปช.ทราบและกรณีร่ำรวยผิดปกติ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พรป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ตนได้ตรวจสอบพบว่า พล.อ.ประวิตร ได้ใส่นาฬิการิชาร์ดมิลล์ รุ่น RM30 ซึ่งเป็นคนละเรือนกับที่ใส่ในวันที่ 4ธันวาคมที่ผ่านมา โดยนาฬิการุ่นดังกล่าวมีมูลค่ากว่า 4ล้านบาท ซึ่งไม่ปรากฎในรบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อปปช.รวมทั้งยังพบนาฬิกายี่ห้อปาเต็กซ์ฟิลลิปส์ โรเล็กซ์และแหวนเพชรอีกหลายวง มูลค่าหลายล้านบาท ตนเชื่อว่าหลักฐานเหล่านี้จะเป็นข้อมูลสำคัญให้ปปช.ชี้มูลได้ว่า รองนายกฯจงใจปกปิดทรัพย์สินที่ต้องแสดงต่อปปช.หรือไม่และอาจจะเข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติด้วยหรือไม่

จนท.เร่งดำเนินการ-ชาวบ้านสนใจ

ด้าน นายสุทธิ กล่าวว่า ปปช.กำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่ ล่าสุดได้ทำหนังสือถึง พล.ประวิตร แล้ว แต่ยังไม่ได้รับหนังสือตอบกลับ คงต้องรอการชี้แจงก่อน แต่ปปช.ไม่นิ่งนอนใจเพราะสังคมให้ความสนใจ จึงต้องเร่งหาข้อเท็จจริงโดยเร็ว

นายกฯพร้อมรับฟังทุกความเห็น

มีความเห็นจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าว ถึงกรณีที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมาธิปไตย เสนอให้ยกเว้นการบังคับใช้รัฐธรรมนูญบางมาตราเพื่อสร้างความปรองดองและเสนอเปิดทางให้ สส.ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง ว่า ตนจะฟังเท่าที่จะฟังได้ เช่น เรื่องการเมืองก็ฟัง แล้วค่อยๆคิดและนำกลับมาแก้ไข จึงฟังทุกคนที่พูดและคิดตามที่ทุกคนชี้แจงอยู่ แต่ที่ผ่านมาก็ทำอะไรไม่ได้

‘วิษณุ’ปิดประตูข้อเสนอ’สมศักดิ์’

ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัฌชิมา ที่เสนอให้สส.ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง โดยย้อนถามว่า นายสมศักดิ์ เสนออะไรบ้าง เห็นเสนอหลายอย่างมาก แก่งเสือเต้นก็จะเอา อะไรก็จะเอา แต่ข้อเสนอ สส.ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมืองนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญบังคับอยู่แล้วว่า ต้องสังกัดพรรคการเมือง ถ้า นายสมศักดิ์ พูดอย่างนี้เมื่อสัก 10เดือนที่ผ่านมาก็คงได้ แต่ตอนนี้มันไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนญเสร็จแล้ว

แนะช้าเกินไป-ม.44แก้รธน.ไม่ได้

‘ผมไม่ตอบหรอกว่า เป็นแนวคิดย้อนหลังหรือถอยหลังหรือไม่ อาจจะเป็นแนวคิดที่ดีก็ได้ แต่รัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนอย่างนี้แล้วและมาตรา44 จะไปแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ จำไว้ด้วย ถ้าจะทำอย่างที่ นายสมศักดิ์ พูด ก็ต้องไปแก้รัฐธรรมนูญ สมัยก่อนผู้หลักผู้ใหญ่อย่าง อาจารย์อมร จันทรสมบูรณ์ ก็เสนอแบบนี้ แต่เมื่อมันตกไปแล้วตั้งแต่ตอนร่างมันไม่ต้องมาพูดอะไรอีก ท่านพูดช้าไป 1ปี พูดตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์มันเป็นไปไม่ได้แล้วและไม่มีทางจะเกิดขึ้นได้ นอกจากจะร่างรัฐธรรมนูญใหม่’ นายวิษณุ กล่าวและว่า

ไม่สังกัดพรรคซื้อตัวกันวุ่นแน่

ความจริงเรื่องนี้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) เขาก็มีการคิดและพูดกันมาแล้ว มีการชั่งน้ำหนักแล้วระหว่างสังกัดและไม่สังกัดพรรค ซึ่งได้ข้อสรุปว่า สังกัดพรรคดีกว่า เพราะจะทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะรวมเป็นรัฐบาลได้ สุดท้ายก็อาจมีการซื้อตัวกัน ซึ่งทำให้การเมืองไม่เรียบร้อย นี่คือสิ่งที่พูดกันมาเมื่อ 2ปีที่แล้ว นักวิชาการหลายคนยังเสนอว่า ไม่ควรสังกัดพรรค แต่เป็นการเสนอให้สังคมรู้สึกว่า ไม่สามารถจะนำไปสู่การปฏิบัติได้

‘นิพิฏฐ์’อัด“สมศักดิ์”ไร้หลักการ

ด้านนายนิพิฏฐ์อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงข้อเสนอของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ให้แก้รัฐธรรมนูญให้สส.ไม่ต้องสังกัดพรรคและมีแต่สส.เขต 400คน ว่า การร่างรัฐธรรมนูญมีการถกเถียงจนตกผลึกแล้วว่า ระบอบประชาธิปไตยจะเดินไปได้ สส.ต้องสังกัดพรรค และในอดีตก็เห็นความล้มเหลวของระบบรัฐสภาที่สส.ไม่สังกัดพรรคมาแล้ว รัฐบาลอยู่ยาก การกำหนดนโยบายแต่ละเรื่องทำไม่ได้เลย เมื่อสิ่งนี้ตกผลึกไปแล้วกลับมารื้อฟื้นใหม่ แสดงให้เห็นถึงความไม่มีหลักการของคนที่คิดเรื่องนี้ ส่วนประเด็นเรื่องสส.เขต 400คน ก็ตกผลึกแล้วเช่นกันว่า การเอาระบบสัดส่วนผสมมาเพราะไม่ต้องการให้คะแนนตกน้ำ ทำให้ทุกคะแนนมีความหมาย ข้อเสนอเรื่อง 400คน 400เขตเป็นระบบเก่า ซึ่งรัฐธรรมนูญผ่านการประชามติมาแล้ว อย่าทำให้เป็นปัญหาอีกเลย

ปชป.จี้แม่น้ำ4สายรับผิดถ้าแก้รธน.

นายชาญชัย อิสระเสนรักษ์ อดีต สส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงกรณีมีการเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งว่า รัฐธรรมนูญปี2560 ผ่านทำประชามติและทรงลงพระปรมาภิไธยเพิ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 6เมษายน2560 คือใช้ยังไม่ถึงปีและยังใช้ไม่ครบทุกมาตรา แต่กลับขอให้แก้ไข โดยเฉพาะประเด็นการเข้าสู่อำนาจทางการเมือง ยังไม่รวมถึงกรณีมีการยื่นเรื่องเพื่อขอให้แก้ไขกฎหมายพรรคการเมืองที่เพิ่งบังคับใช้เพียง3เดือน ดังนั้นถ้าผู้มีอำนาจจะแก้ไขจริงก็หมายถึงความรับผิดชอบในการออกกฎหมายสำคัญและการกลั่นกรองกฎหมายเหล่านี้ ทั้งคสช.,รัฐบาล,กรธ.และสนช.ต้องแสดงความรับผิดชอบร่วมกันในความบกพร่องที่เกิดขึ้น

‘พงศ์เทพ’มึนแก้กม.พรรคเพื่ออะไร

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีเสนอแก้ไข พรบ.พรรคการเมืองว่า ไม่ทราบเจตนาของผู้เสนอแก้ไขว่า มีวาระซ่อนเร้นอะไร แต่ดูแล้วไม่ได้เสนอแก้ไขให้พรรคทำกิจกรรมตามที่กฎหมายไว้ได้ จึงเป็นเรื่องประหลาดมาก อีกทั้งกฎหมายพรรคการเมืองเพิ่งจะประกาศใช้ได้แค่ 2เดือน แล้วจะเสนอแก้ไขกันแบบนี้ และหาก สนช.ซึ่งเป็นผู้ออกกฎหมายฉบับนี้ รับลูกที่จะแก้ไขเท่ากับว่าที่ผ่านมา สนช.พิจารณาไม่รอบคอบเลยหรือ แบบนี้ประหลาดจริงๆ

‘สมชัย’ชี้ย้อนยุค-ซื้อเสียงแลกโหวต

ขณะที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.กล่าวถึงข้อเสนอให้กลับไปเลือก สส.เขต 400คน โดยไม่ต้องสังกัดพรรค ว่า จะนำไปสู่การเมืองไทยยุค 30-40ปีที่ผ่านมา ที่การจัดตั้งรัฐบาล การลงคะแนนในมติสำคัญของสภาจะใช้เงินกว้านซื้อ สส.เพื่อให้ได้เสียงมาสนับสนุนหรือไม่ การแจกเงินในห้องน้ำสภาก่อนโหวตจะกลับมาอีกหรือไม่ ประกอบกับการไม่มี สส.บัญชีรายชื่อแล้วหลักการที่ออกแบบมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ2540 ที่ต้องการให้คนดีมีความสามารถแต่ไม่ถนัดในการลงพื้นที่หาเสียงแบบ สส.เขต ไม่มีเงินพอที่จะไปช่วยงานบวช งานแต่ง ไม่มีเงินซื้อหรีดงานศพส่งทุกวัด ทุกคืนในเขตเลือกตั้งของตนเข้าสู่การเมืองหรือไม่

เลขาฯศาลยังไม่ได้รับหนังสือสนช.

สำหรับกรณีวันที่ 14ธันวาคมที่ผ่านมา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม สนช.เพื่อพิจารณาวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้เสนอในที่ประชุมว่า สนช.จะให้ประธานสนช.ทำหนังสือสอบถามที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ถึงวิธีการสรรหาผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกกต.ในส่วนของศาลฎีกาทั้ง 2คน ได้ดำเนินคัดเลือกโดยเปิดเผยตามขั้นตอนหรือไม่ เมื่อวันที่ 15ธันวาคม นายเดชา คำสิทธิ เลขานุการศาลฎีกา กล่าวสั้นๆว่า ขณะนี้ยังไม่มีหนังสือสอบถามดังกล่าวจาก สนช.มายังศาลฎีกา
 
ที่มา แนวหน้าออนไลน์ 
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License