ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ใต้ยังอ่วม'ประยุทธ์' ลุยนํ้าตรัง8ธันวา. พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ไทยโพสต์ออนไลน์   
วันพุธที่ ๐๖ ธันวาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๘:๕๗ น.

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ กระบี่-สตูล เริ่มคลี่คลายแล้ว แต่อีก 8 จังหวัด 87 อำเภอ 626 ตำบล 4,610 หมู่บ้าน ประชาชนเฉียดล้านคนยังทุกข์หนัก ปภ.สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือ ขณะที่นายกฯ และคณะลงพื้นที่ตรัง 8 ธันวาคมนี้

 

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้จากอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน-4 ธันวาคม 2560 ทำให้เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ ปัตตานี ยะลา สงขลา พัทลุง ตรัง สตูล นราธิวาส นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และกระบี่ รวม 109 อำเภอ 722 ตำบล 5,123 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 354,202 ครัวเรือน 1,142,341 คน เสียชีวิต 15 ราย ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ กระบี่และสตูล

 

นายชยพลกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 8 จังหวัด รวม 87 อำเภอ 626 ตำบล 4,619 หมู่บ้าน 306,288 ครัวเรือน 967,095 คน ประกอบด้วย ลุ่มน้ำปัตตานี 2 จังหวัด ได้แก่ ปัตตานี เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอหนองจิก อำเภอยะรัง อำเภอไม้แก่น อำเภอสายบุรี อำเภอปะนาเระ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอแม่ลาน อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอยะหริ่ง อำเภอมายอ และอำเภอกะพ้อ รวม 112 ตำบล 621 หมู่บ้าน 20 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 30,469 ครัวเรือน 100,613 คน ผู้เสียชีวิต 5 ราย

 

จังหวัดยะลา น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองยะลา อำเภอยะหา อำเภอบันนังสตา อำเภอกรงปินัง อำเภอรามัน อำเภอธารโต อำเภอกาบัง และอำเภอเบตง รวม 56 ตำบล 322 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 30,099 ครัวเรือน 112,226 คน ผู้เสียชีวิต 2 ราย

 

ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา 2 จังหวัด ได้แก่ สงขลา น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเทพา อำเภอนาหม่อม อำเภอสทิงพระ อำเภอหาดใหญ่ อำเภอจะนะ อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอควนเนียง อำเภอสิงหนคร อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอรัตภูมิ อำเภอนาทวี อำเภอนางกล่ำ อำเภอคลองหอยโข่ง อำเภอระโนด อำเภอสะเดา และอำเภอเมืองสงขลา รวม 125 ตำบล 913 หมู่บ้าน 78 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 75,803 ครัวเรือน 216,440 คน เสียชีวิต 3 ราย

 

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกล่าวต่อว่า จังหวัดพัทลุงเกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอศรีบรรพต อำเภอศรีนครินทร์ อำเภอกงหรา อำเภอปากพะยูน อำเภอป่าพะยอม อำเภอป่าบอน อำเภอเขาชัยสน อำเภอบางแก้ว และอำเภอตะโหมด รวม 65 ตำบล 651 หมู่บ้าน 19 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 38,517 ครัวเรือน 119,424 คน เสียชีวิต 1 ราย

 

ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก 1 จังหวัด ได้แก่ ตรัง เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตรัง อำเภอห้วยยอด อำเภอนาโยง อำเภอปะเหลียน อำเภอวังวิเศษ อำเภอกันตัง อำเภอรัษฎา และอำเภอย่านตาขาว รวม 60 ตำบล 439 หมู่บ้าน 12 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 18,108 ครัวเรือน 50,075 คน เสียชีวิต 2 ราย

 

ขณะที่ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก 2 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 13 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนราธิวาส อำเภอจะแนะ อำเภอเจาะไอร้อง อำเภอสุคิริน อำเภอระแงะ อำเภอบาเจาะ อำเภอรือเสาะ อำเภอตากใบ อำเภอศรีสาคร อำเภอยี่งอ อำเภอสุไหงปาดี อำเภอสุไหงโก-ลก และอำเภอแว้ง รวม 75 ตำบล 549 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 34,487 ครัวเรือน 137,799 คน

 

นครศรีธรรมราช น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 21 อำเภอ ได้แก่ อำเภอชะอวด อำเภอบางขัน อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอจุฬาภรณ์ อำเภอพิปูน อำเภอทุ่งสง อำเภอปากพนัง อำเภอสิชล อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อำเภอนาบอน อำเภอฉวาง อำเภอลานสกา อำเภอนบพิตำ อำเภอหัวไทร อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอพรหมคีรี อำเภอพระพรหม อำเภอทุ่งใหญ่ อำเภอช้างกลาง อำเภอร่อนพิบูลย์ และอำเภอท่าศาลา รวม 156 ตำบล 1,257 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 106,807 ครัวเรือน 325,907 คน เสียชีวิต 2 ราย

 

ส่วนลุ่มน้ำตาปี 1 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพระแสง อำเภอเวียงสระ อำเภอเคียนซา อำเภอบ้านนาสาร และอำเภอบ้านนาเดิม รวม 29 ตำบล 181 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,097 ครัวเรือน 9,837 คน

 

นายชยพลกล่าวด้วยว่า ปภ.ได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง โดยแจกจ่ายถุงยังชีพตามวงรอบอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานจังหวัดจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวตามแผนเผชิญเหตุ รวมถึงให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตระดมทรัพยากรและเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย ตั้งเต็นท์ที่พัก รถผลิตน้ำดื่ม รถไฟฟ้าส่องสว่าง รถบรรทุก รถสุขาเคลื่อนที่ เรือท้องแบน และเครื่องสูบน้ำ สนับสนุนการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังสู่ลำน้ำสายหลัก ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

 

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังมีพื้นที่น้ำท่วมสูง 8 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล พัทลุงและตรัง ซึ่งในวันที่ 8 ธันวาคมนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. จะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดตรัง เพื่อติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขปัญหา และช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่น้ำท่วม ขณะนี้เกิดน้ำทะเลหนุนทำให้การระบายน้ำทำได้ยาก ทั้งพนังกั้นน้ำบางแห่งเกิดชำรุด โดยเฉพาะอำเภอเมืองฯ และอำเภอกันตรัง

 

รมว.มหาดไทยกล่าวว่า สำหรับการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่นั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการดำเนินการตามแผนและแจ้งเตือนประชาชน ประชาชนหลายพื้นที่มีการขนของอพยพ ทำให้มีการสูญเสียไม่มาก การสูญเสียส่วนใหญ่จะเกิดหลังน้ำท่วมแล้ว อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานถือว่าเป็นไปตามแผน ทั้งหน่วยงานทหาร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มีการเคลื่อนย้ายเครื่องมือลงไปเพื่อเตรียมการ ดังนั้นเมื่อมีเหตุการณ์ ทุกหน่วยสามารถดำเนินตามแผนเพื่อดูแลประชาชน โดยขณะนี้ยังมีฝนตกต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมามีจังหวัดที่ประสบอุทกภัยลดลง หวังว่าหากน้ำไม่มากขึ้น น่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนมาก.

 

ที่มา ไทยโพสต์ออนไลน์ 

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License