ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
บิ๊กตู่ถึงปินส์ ถก‘อาเซียน’ ย้ำชูเอกภาพ พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ไทยโพสต์ออนไลน์   
วันจันทร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เวลา ๐๙:๓๕ น.

“ประยุทธ์” ถึงฟิลิปปินส์เพื่อเข้าร่วมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 31 แล้ว ชี้เป็นครั้งสำคัญเพราะครบรอบ 50 ปีอาเซียน เผยไทยเตรียมตอกย้ำความเป็นเอกภาพของ 10 ประเทศสมาชิก เติบโตไปด้วยกันไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

 

เมื่อเวลา 14.10 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา และคณะ เดินทางด้วยเครื่องบินเที่ยวบินพิเศษของกองทัพอากาศ ถึงท่าอากาศยานนานาชาติคลาร์ก เมืองคลาร์ก ประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 31 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ณ กรุงมะนิลา ระหว่างวันที่ 13-14 พ.ย. ภายหลังเสร็จสิ้นเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ 25 จากนครดานัง สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

 

เมื่อนายกฯ และคณะเดินทางถึงเมืองคลาร์ก ได้ออกเดินทางโดยรถยนต์ต่อไปยังโรงแรมดุสิตธานี ซึ่งเป็นโรงแรมที่พัก จากนั้นได้เข้าร่วมรับฟังบรรยายสรุปการเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 31 และการประชุมสุดยอดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และช่วงค่ำได้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำในโอกาสการฉลองครบรอบ 50 ปีการก่อตั้งอาเซียน

 

ด้าน พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกำหนดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 31 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ว่าการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 31 ครั้งนี้ เป็นการประชุมที่เกี่ยวข้องกับผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 2 ภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ในปีนี้ ซึ่งเป็นปีครบรอบ 50 ปีการก่อตั้งอาเซียน ซึ่งการประชุมครั้งนี้ นอกจากเป็นการประชุมของผู้นำอาเซียนแล้ว ยังเป็นการประชุมร่วมกับผู้นำของประเทศคู่เจรจาของอาเซียน โดยมีผู้นำจากจีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย และสหประชาชาติ รวมทั้งผู้นำต่างประเทศที่เป็นแขกพิเศษของประธานคือ แคนาดาและสหภาพยุโรป (อียู) เข้าร่วมด้วย

 

“การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสถานการณ์โลกในปัจจุบัน แล้วร่วมกันกำหนดทิศทางความร่วมมือเพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ของความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับแต่ละประเทศคู่เจรจา ขับเคลื่อนกรอบความร่วมมือต่างๆ ที่มีอาเซียนเป็นแกนกลาง เช่น การประชุมอาเซียนบวกสาม และการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก เพื่อให้สามารถบริหารจัดการความเปลี่ยนแปลงในภูมิภาค และเพื่อหามาตรการร่วมกันในการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงเศรษฐกิจและสังคม ที่มีผลกระทบต่อภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและกับประชาคมโลก” พล.ท.วีรชนระบุ

 

พล.ท.วีรชนยังกล่าวว่า ประเด็นที่อาเซียนให้ความสำคัญคือการใช้กรอบการประชุมต่างๆ ทั้งในกรอบอาเซียนบวกหนึ่ง อาเซียนบวกสาม และการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก เพื่อเป็นเวทีโน้มน้าวให้ประเทศนอกภูมิภาค สนับสนุนกระบวนการสร้างประชาคมอาเซียนและนโยบายสำคัญต่างๆ ของอาเซียน เช่น การส่งเสริมความเชื่อมโยงในภูมิภาค การส่งเสริมระเบียบการค้าและการลงทุนที่จะส่งเสริมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง และการส่งเสริมความมั่นคงของมนุษย์ในภูมิภาค

 

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุว่า ฟิลิปปินส์ในฐานะเจ้าภาพ ได้กำหนดธีมงานการประชุมอาเซียนในปีนี้ว่า “Partnering for change, Engaging the world” หรือหุ้นส่วนการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างความสัมพันธ์ของโลก และกำหนดประเด็นสำคัญๆ ดังนี้ การสร้างประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง การส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงภายในภูมิภาค การส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล การส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและนำโดยนวัตกรรม การส่งเสริมความเข้มแข็งในภูมิภาค และการส่งเสริมให้อาเซียน เป็นต้นแบบในการรวมตัวกันในระดับภูมิภาคและมีบทบาทสำคัญในระดับโลก โดยการประชุมนี้จะมีเอกสารสำคัญที่ผู้นำจะลงนาม 2 ฉบับ คือ ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยนวัตกรรม และฉันทามติอาเซียนว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานต่างด้าว

 

“ประเด็นสำคัญที่ไทยจะผลักดันในที่ประชุมต่างๆ คือเรื่องการพัฒนาศักยภาพของประชาคมอาเซียนที่จะแก้ไขปัญหาความท้าทายทั้งจากในและนอกภูมิภาค เพื่อให้อาเซียนเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแบบมีพลวัตและพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งย้ำความสำคัญของการที่อาเซียนต้องมีเอกภาพ เพื่อสามารถคงไว้ซึ่งความเป็นแกนกลางของอาเซียนในโครงการสถาปัตยกรรมในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และศักยภาพของอาเซียนในการบริหารจัดการความเปลี่ยนแปลงในภูมิภาค โดยส่งเสริมระบบภูมิภาคนิยมและพหุภาคีนิยม รวมทั้งปูทางให้ 10 ประเทศสมาชิกร่วมมืออย่างใกล้ชิดต่อไป ในช่วงหลังวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ.2025 เพื่อส่งเสริมประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง และเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์และไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง” พล.ท.วีรชนระบุ.

 

ที่มา ไทยโพสต์ออนไลน์ 

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License