ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
บทความใน นสพ.แนวหน้า เรื่อง "ปรากฏการณ์ “ตูน”" วันที่ 12 พ.ย.60 พิมพ์ อีเมล
บทความ - บทความพิเศษ
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันพฤหัสบดีที่ ๐๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๑:๕๗ น.

     ขณะนี้บรรยากาศที่แผ่ปกคลุมประเทศไทยซึ่งทำให้ผู้คนตื่นตาตื่นใจตื่นตัว ลุกฮือขึ้นในทางจิตใจในขอบเขตทั่วประเทศก็คือปรากฏการณ์ตูน บอดี้สแลม 

     ตูน บอดี้สแลม เป็นชื่อและฉายาของนักร้องคนหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งจัดว่าเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ของประเทศไทย และเจ้าตัวก็เป็นนักกีฬา คือเป็นนักวิ่ง 

     ปรากฏการณ์ตูน บอดี้สแลม เกิดขึ้นเนื่องจากประสบการณ์จากการเห็นผู้คนได้รับความทุกข์ทรมานและความไม่ยุติธรรมของผู้ป่วยจำนวนมาก ที่ไม่ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่ตามสมควรแก่ฐานะ โดยสาเหตุสำคัญก็คือโรงพยาบาลเหล่านั้นขาดทั้งเครื่องมือแพทย์ ขาดทั้งบุคลากร และขาดทั้งหยูกยาที่จะใช้ในการดูแลรักษาพยาบาล 

     ปรากฏการณ์ดังกล่าวนั้นคงกระทบใจตูน บอดี้สแลม อย่างลึกซึ้ง ดังนั้นจึงได้ตัดสินใจที่จะวิ่งการกุศลเพื่อระดมเงินบริจาคจากพี่น้องประชาชนเพื่อบริจาคให้แก่โรงพยาบาล 11 โรง 

     ดังนั้นทันทีที่มีการปรากฏข่าวเรื่องนี้ออกสู่สาธารณะ จึงได้รับการขานรับจากผู้คนทุกวงการอย่างกว้างขวาง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฝังใจคนไทยส่วนใหญ่มาช้านานแล้ว นั่นคือมีความฝังใจว่าคนไทยไม่ได้รับการเหลียวแลในการรักษาพยาบาลตามสมควร 

     โรงพยาบาลก็ขาดแคลน หมอก็ขาดแคลน เครื่องมือแพทย์ก็ขาดแคลน การดูแลเอาใจใส่ผู้ป่วยก็เป็นแบบขอไปทีเป็นจำนวนมาก จึงเป็นเหตุให้คนป่วยจำนวนหนึ่งต้องได้รับความทุกข์ทรมานเกินจำเป็น บ้างก็อาการหนักและเดือดร้อนเสียหายเกินความจำเป็น และบ้างก็เสียชีวิตชนิดที่ไม่พึงจะเป็น 

     ปรากฏการณ์เหล่านี้ฝังใจคนไทยอยู่ทั่วประเทศ และที่สำคัญก็คือความฝังใจเรื่องขบวนการผีดิบ ที่เอาเงินภาษีของประชาชนซึ่งแทนที่จะส่งเข้าคลัง จัดทำเป็นงบประมาณเพื่อตั้งเป็นงบสาธารณสุขของประเทศ กลับตัดตอนเอาเงินภาษีดังกล่าวไปให้กับบุคคลคณะหนึ่ง ซึ่งเขาเรียกว่าคณะตระกูล ส. เพื่อไปจับจ่ายใช้สอยในเรื่องของการรณรงค์ต่อต้านเหล้าและบุหรี่ โดยไม่มีการตรวจสอบ ไม่มีการผ่านระบบงบประมาณ 

     ตั้งตนเป็นผู้วิเศษที่อยู่เหนือกฎหมายงบประมาณแผ่นดินและอยู่เหนือการตรวจสอบทั้งปวง ทั้ง ๆ ที่มีข่าวฉาวโฉ่ตลอดมาถึงการตั้งมูลนิธิส่วนบุคคลไปขอเงินวงเงินดังกล่าวไปใช้จ่ายกันโดยไม่มีการตรวจสอบใด ๆ ในระบบงบประมาณ 

     เมื่อความฝังใจนั้นถูกกระตุ้นด้วยจิตกุศลสาธารณะของตูน บอดี้สแลม คนไทยทั้งประเทศก็ขานรับสนับสนุนกันเป็นการใหญ่ จนกลายเป็นมหกรรมครั้งประวัติศาสตร์ของชาติ 

     เป็นมหกรรมของการลุกฮือทางจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ ที่ตื่นลุกขึ้นสู้กับความอยุติธรรมในการสาธารณสุขของประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด 

     จากการเริ่มต้นวิ่งของตูน บอดี้สแลม ด้วยคนระดับร้อยคน เพียงระยะเวลาไม่ถึงวันที่สิบ ปรากฏว่าตามทางผ่านมีประชาชนเข้าร่วมหรือรอต้อนรับนับแสนคน ซึ่งต้องนับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน 

     เห็นปรากฏการณ์เช่นนี้แล้วก็ตั้งความหวังในใจลึก ๆ ว่าถ้าหากการลุกฮือทางจิตใจของประชาชนขยายวงขึ้นถึงขีดสุด กรณีก็อาจจะเป็นแบบเดียวกับเมื่อครั้งมหาตมะ คานธีออกเดินเท้าเปล่าไปทำนาเกลือ ในขณะที่เกลือของอินเดียขาดแคลนมาก และในที่สุดเมื่อประชาชนชาวอินเดียนับล้าน ๆ คนเข้าร่วมเดินทางไปทำนาเกลือ ก็นำไปสู่การกอบกู้เอกราชให้กับอินเดียในที่สุด 

     ครั้งนี้ถ้าหากปรากฏการณ์ตูน บอดี้สแลม สามารถทำให้เกิดการลุกฮือทางจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ ที่ส่งผลสะเทือนให้เกิดความรู้สึกละอายใจและความรับผิดชอบในหัวใจของผู้มีอำนาจ โดยเฉพาะผู้มีอำนาจหน้าที่ในกิจการสาธารณสุขของประเทศ 

     ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกท่านทำอะไรกัน? จึงปล่อยให้บ้านเมืองและราษฎรทุกข์เข็ญถึงเพียงนี้ ทั้ง ๆ ที่แต่ละปีก็มีการตั้งงบประมาณสาธารณสุขจำนวนมหาศาล ซึ่งแทนที่จะอำนวยประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฎรทั้งปวง กลับมีแต่ข่าวคราวการโกงบ้านกินเมือง การเล่นพรรค เล่นพวก ในขณะที่ปัญหาของประเทศชาติและประชาชนในเรื่องสาธารณสุขไม่เคยได้รับการแก้ไขอะไรเลย 

     วงเงินบริจาคในการวิ่งการกุศลของตูน บอดี้สแลม ในครั้งนี้อาจจะไม่มากนักถ้าหากจะเทียบกับวงเงินงบประมาณ แต่เงินนี้เป็นเงินจากจิตใจเสียสละและรักห่วงเพื่อนร่วมชาติของคนไทยทั้งประเทศ จะเปรียบประดุจดังประกายไฟที่ถูกจุดขึ้นแล้วจากปลายด้ามขวานใต้สุดของประเทศไทย 

     ขอเพียงไฟหย่อมนี้ลุกลามกระจายไปทั่วประเทศด้วยกุศลเจตนาอย่างเดียวกันในการปฏิรูปกอบกู้กิจการสาธารณสุขของประเทศ เมื่อนั้นการลงทุนลงแรงของตูน บอดี้สแลม และปรากฏการณ์ตูน บอดี้สแลม ในครั้งนี้ก็จะล้ำค่ายิ่งนัก 

     บ้านเมืองของเราในวันนี้หันไปทางไหนก็มีแต่ความมืดมิดวังเวง คนทั้งหลายหมดที่พึ่ง ร้องตะโกนอย่างไรก็ไม่มีใครได้ยิน ความทุกข์ยากของราษฎรก็ไม่มีใครมองเห็น 

     ราษฎรประสบภัยน้ำท่วมหลายจังหวัดทั่วประเทศ เป็นที่เดือดร้อนแสนเข็ญ และทุกอย่างยังถูกปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม คือรอน้ำลดตามธรรมชาติ ไม่มีใครคิดอ่านป้องกันแก้ไขในวันข้างหน้าเลย 

     แต่ประเทศไทยนี้ศักดิ์สิทธิ์ พระสยามเทวาธิราชมีจริง ดังนั้นทุกวันคนไทยจึงได้สัมผัส ได้รู้ ได้เห็น ข่าวคราวที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งให้หน่วยทหารในพระองค์หลายหน่วย รวมทั้งองคมนตรีและจิตอาสาออกไปช่วยเหลือราษฎรทุกหนแห่งทุกวัน เป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ 

     ก็ไม่รู้ว่าคนมีอำนาจหน้าที่ รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้องจะสำนึกสำเหนียกอะไรกันบ้าง?

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License