ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
มีชัยหนุนปลดล็อก 'ป้อม'เบรกหัวทิ่ม! พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ไทยโพสต์ออนไลน์   
วันอังคารที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๙:๓๙ น.

เล่นดนตรีคนละวง "มีชัย" เผยอีก 1-2 วันมีข่าวดี คสช.จ่อออกคำสั่งปลดล็อกพรรคการเมือง หลัง พ.ร.ป.พรรคการเมืองบังคับใช้ "สุรชัย" ให้จับตาดูประชุม ครม.-คสช. แต่ "บิ๊กป้อม" เบรกตัวโก่งห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม อ้าง กม.ลูกยังไม่เสร็จ มีเวลาอีกปีกว่า

 

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า หลังจากนี้พรรคการเมืองสามารถปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวได้ แต่ห้ามดําเนินการประชุมหรือดําเนินกิจการใดๆ ในทางการเมือง และการดําเนินการเพื่อการจัดตั้งหรือจดทะเบียนพรรคการเมือง เป็นไปตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 57/2557

 

"เชื่อว่าภายใน 1-2 วันนี้ คสช.จะมีคำสั่งออกมาเปลี่ยนแปลงประกาศดังกล่าวและให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้ ส่วนเงื่อนไขจะออกมาอย่างไรยังไม่ทราบ อยากให้รอคำสั่งอย่างเป็นทางการ"

 

ส่วนข้อกังวลว่าหากคำสั่ง คสช.ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง จะส่งผลกระทบให้พรรคการเมืองเสียเปรียบนั้น นายมีชัยกล่าวว่า ถ้าจะเสียเปรียบก็เสียเปรียบด้วยกันทั้งหมด แต่เท่าที่ทราบพรรคการเมืองต่างๆ มีความพร้อมในการเลือกตั้งอยู่แล้ว

 

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 กล่าวว่า เรื่องการปลดเชื่อว่า คสช.กำลังพิจารณาอยู่ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายพรรคการเมือง ทั้งนี้เชื่อว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 ต.ค.นี้ ไม่แน่อาจมีวาระดังกล่าวเข้าพิจารณาหรือไม่ ซึ่งตนก็กำลังติดตามรับฟังอยู่ เพราะอยากรู้เหมือนกันว่ามติ ครม.จะออกมาอย่างไร

 

เมื่อถามว่า คสช.ยังไม่ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม แต่กรอบเวลาของพรรคการเมืองเดินแล้วจะมีผลอย่างไร รองประธาน สนช.ตอบว่า เป็นเรื่องนโยบายที่ไปผูกกับเรื่องความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เชื่อว่า คสช.คงกำลังพิจารณาอยู่และน่าจะมีข่าวดีออกมาเร็วๆ นี้

 

ถามว่า นายกรัฐมนตรีจะประกาศวันเลือกตั้งปลายปี 2561 มีการส่งสัญญาณให้คว่ำกฎหมายลูกเพื่อให้การเลือกตั้งช้าออกไปหรือไม่ นายสุรชัยปฏิเสธว่าไม่มีอะไรทั้งนั้น เหตุการณ์ปกติเดินไปตามขั้นตอนที่ตนพูดมา และไม่ได้รู้สึกว่าเป็นการส่งสัญญาณอะไร

 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ถูกปฏิเสธทันทีโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เขายืนยันว่าตอนนี้ยังไม่ปลดล็อกให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้ เพราะการจัดทำกฎหมายลูกยังไม่เสร็จ จึงอยากถามว่าจะปลดล็อกให้ได้อย่างไร อีกทั้งตนยังไม่รู้ว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ เพราะเรายังมีเวลาอีกปีกว่า

 

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอให้พรรคการเมืองรออีกหน่อย เดี๋ยวทำได้ พ.ร.บ.พรรคการเมืองได้กำหนดไว้ว่า พรรคการเมืองที่ตั้งไว้แล้วนั้นจะต้องทำเรื่องต่างๆ ภายในกรอบเวลากี่วัน เช่น 90 วัน 180 วัน ส่วนพรรคการเมืองใหม่สามารถหาสมาชิก 500 คนแล้วจดทะเบียนได้ แม้เวลานี้อาจติดขัดคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม ซึ่งรัฐบาลรับทราบถึงปัญหานี้จึงได้ประกาศ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองออกมา ขณะเดียวกันช่วงเดือน ต.ค.นี้จะมีพระราชพิธีสำคัญ จึงขอให้พรรคการเมืองได้อดกลั้นอีกหน่อย เชื่อว่าคงไม่ถึงขนาดก่อให้เกิดความเสียหายแต่อย่างใด และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คงไม่พร้อมในบางอย่าง จึงต้องใช้ช่วงเวลาในเดือนนี้เตรียมการ ก่อนที่ คสช.จะพิจารณาดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร

 

"ยืนยันว่าไม่กระทบต่อกรอบเวลาที่พรรคการเมืองจะดำเนินการเรื่องต่างๆ แน่นอน เพราะกรอบเวลาที่ใกล้ที่สุดคือ 90 วันนั้นไม่มีอะไรยุ่งยาก ดูแล้วทำทัน"

 

อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่าการประชุมร่วม ครม.-คสช.ในวันที่ 10 ต.ค.นี้ ไม่มีเรื่องนี้ในวาระการประชุม แต่ก็อาจเป็นไปได้เพราะมีการประชุม คสช.ด้วย หากจะปลดล็อกพรรคการเมืองจะต้องเป็นมติคสช.

 

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่สอง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า ขณะนี้ยังไม่อยากให้ฝ่ายการเมืองออกมาเรียกร้องเรื่องการขอปลดล็อก เนื่องจากยังอยู่ในช่วงพระราชพิธีสำคัญของคนไทย อยากให้ฝ่ายการเมืองใจเย็นๆ อย่าเพิ่งกังวล รอให้ผ่านพ้นพระราชพิธีสำคัญของคนไทยไปก่อน จากการลงพื้นที่พบประชาชนเท่าที่คุยกับชาวบ้าน ทุกคนก็ไม่ได้โฟกัสเรื่องเลือกตั้งในตอนนี้ ทุกคนให้ความสำคัญกับพระราชพิธีสำคัญมากกว่า

 

"ผมยืนยันว่ากระบวนการที่จะดำเนินไปสู่การเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นแน่นอน เพราะช่วงที่ผ่านมา สนช.ดำเนินการตามโรดแมปในเรื่องการพิจารณากฎหมายลูกตามขั้นตอนมาตลอด โดย พ.ร.บ. 2 ฉบับแรก ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง คือ พ.ร.บ.กกต. และ พ.ร.บ.พรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ไปแล้ว ส่วนร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว.นั้น กรธ.เตรียมส่งให้ สนช.พิจารณาช่วงปลายเดือน พ.ย.นี้ จึงถือว่าเดินไปตามโรดแมปที่วางไว้ ผมจึงขอเรียกร้องให้ฝ่ายการเมืองที่จะออกมาตอบโต้อะไรกันช่วงนี้ ขอให้คำนึงถึงความเหมาะสมด้วย" รองประธาน สนช.กล่าว

 

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุแถลงการณ์ร่วมของรัฐบาลไทยกับสหรัฐอเมริกาตรงกับที่พูดคุยกับผู้นำสหรัฐฯ ไม่มีตรงไหนที่ไม่ตรงว่า ไม่ใช่ฝ่ายการเมืองทึกทักหรือตั้งข้อสังเกตเอาเองโดยไม่ได้ดูรายละเอียด ในทางการทูตแถลงการณ์ร่วมเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้สรุปและยืนยันในสารัตถะที่ได้มีการพูดคุยกัน เป็นการยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายเห็นชอบต่อถ้อยแถลงนั้น มีการเรียบเรียง ขัดเกลา กลั่นกรองอย่างละเอียด กว่าจะออกมาเป็นแถลงการณ์ร่วมและถือเป็นข้อยุติ ประเด็นจะจัดให้มีการเลือกตั้งในปี 2018 หรือ 2561 ที่อยู่ในแถลงการณ์ร่วม ถ้ารัฐบาลจะดำเนินการเป็นอย่างอื่น ท่านจะต้องไปขอแก้ไขแถลงการณ์ร่วม ไม่ใช่ไปตกลงไว้แบบหนึ่ง กลับมาประกาศอีกแบบหนึ่ง

 

"ความน่าเชื่อถือของผู้นำประเทศอยู่ตรงไหน ซึ่งถ้าพูดอย่างไรทำอย่างนั้น ปัญหาจะไม่เกิด จะจัดให้มีการเลือกตั้งวันไหน ปีไหน ประกาศเลยเพื่อให้เกิดความชัดเจน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งระหว่างฝ่ายการเมืองกับรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของอนาคต เรื่องของความเชื่อมั่นของประเทศ หรือจะประกาศจัดการเลือกตั้งในปี 2562 เดือนใดก็ประกาศไป ซึ่งจะดีกว่าปล่อยให้คลุมเครืออึมครึม ปล่อยประชาชนต้องไปคาดเดากันเอาเอง" รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว

 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมสังคมไม่ยอมทำความเข้าใจให้ตรงกัน เช่นว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่นั้นไม่สามารถกำหนดได้ เพราะกรอบระยะเวลาในการทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งจะกำหนดกว้างๆ โดยใช้คำว่าไม่เกินกี่วัน หรือหมายความว่าใช้ไม่ถึงกรอบที่กำหนดก็ได้ อีกทั้งขั้นตอนการทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อมีพระราชวินิจฉัย ทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งไม่มีใครกำหนดได้ ดังนั้นการคาดคั้นให้คำนวณเวลาเป็นสิ่งที่น่าจะเลิกพูดได้แล้ว ส่วนจะมีการยื้อเลือกตั้งหรือไม่นั้น เราต้องดูว่าเหตุในแต่ละครั้งมีอะไรบ้าง อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีช่องว่างว่าหากสนช.คว่ำกฎหมายลูกจะต้องทำอย่างไร ถ้ามีการคว่ำจะเป็นเรื่องค่อนข้างผิดปกติ เพราะสามปีเศษที่ผ่านมา สนช.ไม่เคยคว่ำกฎหมาย

 

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ขอพูดหลายเรื่องเพราะไม่ได้พูดมาเป็นสัปดาห์แล้ว และขอให้สัญญากับท่านว่าจะไม่พูดเรื่องการเมืองอีก เพราะพูดไปหมดแล้วไม่ขอพูดอีก ฉะนั้นจะขออธิบายในเรื่องที่เป็นปัญหาและให้ระดับปฏิบัติแก้ปัญหากันไป ส่วนเรื่องการเมืองก็ว่ากันไป.

 

ที่มา ไทยโพสต์ออนไลน์ 

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License