ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
แจงยิบขึ้นภาษี บุหรี่1.2บ./มวน ไม่โหดอย่ามโน พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ไทยโพสต์ออนไลน์   
วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๐ เวลา ๐๙:๑๒ น.

คลังยันโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่ใหม่ไม่โหด แจงยิบบุหรี่ราคาต่ำกว่า 60 บาท รีดภาษีตามมูลค่าแค่ 20% ใน 2 ปีแรก ก่อนขยับอัตราจัดเก็บเท่ากันทุกราคาที่ 40% ส่วนตามปริมาณเคาะที่ 1.20 บาทต่อมวน “บิ๊กสรรพสามิต” วอนเลิกมโนภาษีใหม่ดันราคาขายพุ่งซองละ 30 บาท

 

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า อัตราภาษีสรรพสามิตบุหรี่และสุราที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 ก.ย.นี้ พร้อมกับสินค้าประเภทอื่นๆ ทั้งหมด จำนวน 13 สินค้า 4 บริการ ที่ได้รับการเห็นชอบจาก ครม.ไปก่อนหน้านี้

 

สำหรับหลักการจัดเก็บภาษีบุหรี่ใหม่ จะเก็บทั้งตามมูลค่าและปริมาณรวมกันทั้ง 2 ขา โดยในขาปริมาณเดิมคิด 1.10 บาทต่อกรัม เปลี่ยนเป็น 1.20 บาทต่อมวน ในส่วนของขามูลค่าเดิมเก็บ 90% ในส่วนนี้อัตราใหม่จะลดลง โดยแบ่งเป็น บุหรี่ราคาไม่เกิน 60 บาท จะเก็บภาษีอัตรา 20% ของราคาขายปลีก และบุหรี่ที่ราคามากกว่า 60 บาท จะเก็บภาษีอัตรา 40% ของราคาขายปลีก เป็นเวลา 2 ปีแรก หลังจากนั้นจะเก็บภาษีเป็นอัตราเดียวกันทั้งหมดที่ 40%

 

"อัตราภาษีบุหรี่ใหม่ต้องการลดผู้บริโภคทั้งรายเดิมและหน้าใหม่ และทำให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการ ดังนั้นด้านปริมาณก็ให้เก็บภาษี 1.20 บาทต่อมวน ไม่คิดต่อกรัมแล้ว จะทำให้ไม่ว่าบุหรี่ถูกหรือแพงเสียภาษีในขาของปริมาณเท่ากันหมด ในส่วนของภาษีด้านมูลค่าที่จะคิดจากราคาขายปลีกก็จะปรับลดลงมา เพื่อไม่ให้ภาษีใหม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญกับภาษีที่เสียอยู่เดิม" นายวิสุทธิ์กล่าว

 

นายวิสุทธิ์กล่าวอีกว่า ในส่วนของภาษีสุรา เบียร์ ก็จะเก็บทั้งด้านราคาและปริมาณรวมกัน โดยที่ผ่านมาการเก็บภาษีดังกล่าว ให้สัดส่วนการเก็บภาษีขามูลค่ามากกว่าปริมาณแอลกอฮอล์ โดยภาษีด้านมูลค่ามีสัดสัดส่วน 80% ส่วนด้านปริมาณ 20% สำหรับอัตราภาษีใหม่นั้น จะมีสัดส่วนด้านมูลค่าลดลงมาอยู่ที่ 60% และด้านปริมาณเป็น 40% เพื่อให้เป็นหลักสากลมากขึ้นว่าปริมาณแอลกอฮอล์มากต้องเสียภาษีมาก ซึ่งจะทำให้ราคาสินค้าลดลงหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ไม่ได้แตกต่างจากภาษีเดิมอย่างมีนัยสำคัญ

 

ด้านภาษีไวน์ใหม่นั้น มีการกำหนดว่าหากไวน์ราคาไม่เกิน 1,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษีด้านราคา แต่หากเกินให้เสียภาษีด้านราคาที่ 10% และนำไปคิดรวมกับภาษีด้านปริมาณที่เก็บอยู่ที่ 1,500 บาทต่อลิตรแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ขณะที่การเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีความหวานจะให้เวลาปรับตัวรวมทั้งสิ้น 6 ปี โดยใน 2 ปีแรกไม่มีการปรับอัตราเพิ่ม และ 2 ปีถัดไป จนครบ 6 ปี หากผู้ประกอบการไม่ลดปริมาณความหวานให้ได้ตามที่กำหนด ก็ต้องเสียภาษีเพิ่ม เป็นต้น

 

“การคิดอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ได้มีการเปลี่ยนฐานการจัดเก็บภาษี จากเดิมเก็บจากราคาหน้าโรงงาน หรือราคาสำแดงนำเข้า (CIF) มาเป็นราคาขายปลีกแนะนำ ซึ่งการเก็บภาษีไม่ได้ทำให้ภาระภาษีของประชาชนและผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม จะทำให้การเก็บภาษีเพิ่มขึ้น 2-3% เท่านั้น เพราะมีการเก็บภาษีความหวานเพิ่มเข้ามา ซึ่งเป็นภาษีใหม่ไม่เคยเก็บมาก่อน” นายวิสุทธิ์กล่าว

 

สำหรับการจัดเก็บภาษีรถยนต์ ที่เดิมเก็บจากราคาหน้าโรงงาน และราคาสำแดงนำเข้ามาเป็นราคาปลีกก็ทำให้การเก็บภาษีส่วนนี้เพิ่มขึ้นเช่นกัน

 

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ยืนยันว่าอัตราภาษีสรรพสามิตบุหรี่ใหม่ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น จะไม่ทำให้ราคาขายปลีกบุหรี่ในประเทศปรับเพิ่มขึ้นถึงซองละ 30 บาทอย่างที่เป็นข่าวแน่นอน ดังนั้นจึงขออย่าให้มโนไปไกล โดยราคาขายปลีกที่แท้จริงหลังจากใช้อัตราภาษีใหม่จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเยอะขนาดนั้น เพราะหลักการของการปรับขึ้นภาษีในครั้งนี้ จะไม่สร้างภาระให้ผู้ประกอบการและประชาชน แต่จะเน้นสร้างความโปร่งใส เป็นธรรม และเหมาะสมมากขึ้น

 

ทั้งนี้ ขอเตือนผู้ประกอบการไม่ให้มีการกักตุนสินค้า หลังจากมีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตสุรา บุหรี่ เพราะราคาขายปลีกในท้องตลาดจะไม่มีการปรับเพิ่มขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ลงติดตามดูสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับประชาชน

 

อธิบดีกรมสรรพสามิตย้ำว่า กรณีที่มีความเป็นห่วงว่า เมื่อมีการปรับภาษียาสูบจะทำให้ราคาขายปลีกบุหรี่มวนแพงขึ้น จนทำให้คนหันไปสูบบุหรี่ไฟฟ้าแทนนั้น ตอนนี้ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สรรพสามิตตรวจจับผู้นำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มข้นแล้ว เพราะประเทศไทยยังไม่อนุญาตให้นำเข้าหรือจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูกกฎหมาย อีกทั้งในกฎหมายใหม่ ยังกำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาอยู่ในพิกัดสรรพสามิต ทำให้กรมมีอำนาจตรวจจับดำเนินคดีได้อย่างเต็มที่

 

รายงานข่าวจากผู้ค้าบุหรี่ระบุว่า การปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ จะส่งผลต่อภาระภาษีของผู้ประกอบการ แม้ว่าจะมีการปรับวิธีคิดภาษีตามมูลค่าลดลงจากเดิม และหากผู้ประกอบการมีการขยับราคาบุหรี่ขึ้นภาษีก็ต้องปรับขึ้นตามไปด้วย เมื่อรวมกับการเก็บภาษีตามปริมาณต่อมวนแล้ว ก็จะส่งผลให้ราคาขายปลีกต่อซองจะมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย ส่วนจะเป็นเท่าใด จะต้องรอโครงสร้างภาษีใหม่ที่ชัดเจนในวันที่ 16 ก.ย.นี้ เนื่องจากไม่สามารถคาดการณ์ราคาขายล่วงหน้าได้ เพื่อป้องกันการคาดการณ์ราคาของตลาดทำให้เกิดปัญหากักตุนสินค้า.

 

ที่มา ไทยโพสต์ออนไลน์ 

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License