ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
นายกฯ-มท.1เลี้ยวลงขรก. ขู่ฟันยกป่าชุมชนให้เอกชน พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ไทยโพสต์ออนไลน์   
วันพุธที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๐ เวลา ๐๙:๓๐ น.

นายกฯ โบ้ย ขรก.ท้องถิ่นชงเรื่องให้ มท.อนุมัติ บ.เครื่องดื่มกระทิงแดงเช่าป่าห้วยเม็ก "บิ๊กป๊อก" ขึงขังถ้า ปชช.ไม่เห็นด้วยแค่คนเดียวก็ไม่ได้ เพราะเป็นที่สาธารณะ ขู่ฟันวินัยอาญา ขรก.ที่ใช้อำนาจมิชอบและทุจริต สั่งสอบภายใน 15 วัน หากไม่ถูกต้องพร้อมเพิกถอน รอง ผวจ.ขอนแก่นโชว์ภาพป่าแห้งแล้งก่อนให้เช่า อ้างปัจจุบันสมบูรณ์เนื่องจากฝนตกต่อเนื่อง ยันทำประชาคมเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบ ครม.เห็นชอบตั้งผู้ว่าฯ 26 จว.

 

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 12 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีกระทรวงมหาดไทยอนุมัติให้บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ใช้ที่สาธารณะห้วยเม็ก บ้านหนองแต้ หมู่ 6 ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น จำนวน 31 ไร่ 2 งาน เป็นที่กักเก็บน้ำสำหรับโรงงานน้ำดื่มและเครื่องดื่มว่า ตนก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าเป็นบริษัทเครื่องดื่มกระทิงแดง ตนถาม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ก็ไม่รู้เรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องการทำงานปกติ เริ่มมาจากท้องถิ่น อำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัด เขาเสนอขึ้นมา เพื่อขอใช้พื้นที่ต่าง ขณะนี้กำลังสอบสวนข้อเท็จจริงว่าไม่มีข้อมูลแนบท้ายมาให้พิจารณาว่ากรณีดังกล่าวมีปัญหาหรือไม่ และไม่รู้ว่าเป็นลูกหลานใคร ฉะนั้นอย่าเอามาเป็นประเด็นเกี่ยวข้องกัน กระทรวงมหาดไทยกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีชาวบ้านแจ้งว่ามีการสวมชื่อในกระบวนการจัดทำประชาพิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีกี่คนที่ร้องเรียนมา และทำประชาพิจารณ์เท่าไร กว่า 16 ล้านเสียง จะร้องเรียนกี่คนเดี๋ยวกระทรวงมหาดไทยเขาตรวจสอบอยู่ แต่ไม่ใช่ว่ามีข่าวอย่างนี้มาแล้วทั้งหมดจะล้มเหลว ประชาพิจารณ์ไม่ถูกต้องทำงานอย่างนี้ก็ตายเหมือนกัน ก็ต้องไปดูใครผิดใครถูก ถ้ามันผิดจริงก็ตัดคนเหล่านี้ออกไป ไม่ใช่ว่าถูกสวมสิทธิ์ทั้งหมดเสียเมื่อไร คิดแบบนี้ ไม่เช่นนั้นทำงานไม่ได้

 

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงข้อกังขากรณีอนุมัติป่าชุมชนในพื้นที่โคกห้วยเม็กให้กับเอกชนว่า ตามหลักเกณฑ์การขอใช้พื้นที่สาธารณะสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นประชาชน เอกชน หรือหน่วยราชการ แต่หากทำผิดเงื่อนไขสามารถเพิกถอนได้ทันที กรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นยืนยันว่าการดำเนินการถูกต้องทั้งหมด ถ้าไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย เจ้าหน้าที่ส่วนใดที่ดำเนินการต้องรับโทษทั้งนั้น

 

“จากการตรวจสอบน่าจะเป็นจริงตามที่ประชาชนแสดงความไม่เห็นด้วยจริง แต่เอกสารกรมที่ดินยืนยันว่าไม่มีเอกสารที่เกี่ยวกับความไม่เห็นด้วยของประชาชน เช้าวันนี้ (12 ก.ย.) รองอธิบดีกรมที่ดินได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลว่าทำไมถึงไม่มีเอกสารที่ประชาชนไม่เห็นด้วย ผมยืนยันว่าคนเดียวก็ไม่ให้แล้ว ถ้าไม่เห็นด้วยแค่คนเดียว เพราะมันเป็นที่สาธารณะร่วมกัน ทำไมถึงไม่มีเอกสารขึ้นมา ต้องตรวจสอบทั้งหมดตั้งแต่ระดับจังหวัด คณะกรรมการทั้งหมดได้รู้เรื่องนี้หรือไม่ เมื่อตรวจสอบยืนยันได้ว่ามีประชาชนไม่เห็นด้วยจะดำเนินการเพิกถอนคำสั่งทันที ในเมื่อประชาชนที่ใช้ประโยชน์ในที่สาธารณะได้รับความเดือดร้อน ก็มีเหตุให้ยกเลิกคำสั่ง และต้องหาคนทำผิดให้ได้” พล.อ.อนุพงษ์กล่าว

ขู่ฟัน ขรก.ทุจริต

 

รมว.มหาดไทยกล่าวต่อว่า แปลกว่าจังหวัดไม่ได้ใหญ่โต แต่ทำไมคนที่ไม่เห็นด้วยนั้นมี แต่เอกสารที่ส่งขึ้นบอกว่าประชาชนเห็นด้วยเอกฉันท์ ขั้นตอนการส่งเอกสารขึ้นมาเป็นเรื่องหนึ่งที่ตนสงสัย เอกสารร้องเรียนไม่มีขึ้นมา ส่วนการทำประชาพิจารณ์จะมีปัญหาหรือไม่ ตนยังไม่ทราบ จึงให้ผู้เกี่ยวข้องลงไปหาข้อเท็จจริง ทั้งนี้ การอนุมัติไปเป็นกฎหมาย เป็นคำสั่งทางปกครอง การยกเลิกต้องอยู่บนกฎหมาย เช่น ตรวจสอบแล้วมีคนได้รับผลกระทบ มีเอกสารยืนยัน แต่ตนไม่ทำถึง 90 วัน ตนสั่งไปภายใน 15 วันต้องเสร็จ ถ้าทราบว่ามีการใช้เอกสารที่ไม่ครบส่งขึ้นมาก็จะเพิกถอนเลย

 

“การดำเนินการกับข้าราชการที่เกี่ยวข้องซึ่งใช้อำนาจโดยมิชอบ โทษทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นวินัย อาญาที่สามารถดำเนินการได้จะดำเนินการอยู่แล้ว โดยเฉพาะโทษทางวินัยโดนอยู่แล้ว ส่วนโทษทางอาญา ถ้ามีหลักฐานว่าไปทำอะไรเกี่ยวกับเอกสารโดยมิชอบก็โดน เรื่องของการทุจริตต้องตรวจสอบด้วย”พล.อ.อนุพงษ์กล่าว

 

ที่ห้องปฏิบัติราชการ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ รอง ผวจ.ขอนแก่น ได้นำภาพถ่ายของสภาพป่าห้วยเม็ก ที่แนบไปกับการเสนอเรื่องให้ทางกระทรวงมหาดไทยอนุมัติให้บริษัทลูกกระทิงเช่าให้กับสื่อมวลชน หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การอนุมัติให้เช่าพื้นที่สาธารณะดังกล่าว โดยระบุว่า การพิจารณาอนุมัติการเช่าพื้นที่สาธารณะ ซึ่งในขณะนั้นพื้นที่ป่าห้วยเม็กมีความแห้งแล้งและเสื่อมโทรมจริงตามภาพที่ปรากฏ แต่ปัจจุบันสภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากปีนี้ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การอนุมัติให้โรงงานทำการเช่านั้น จังหวัดได้เชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนรวม 14 หน่วยงานมาประชุมร่วมกัน มีการทำประชาคมรับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้านทั้ง 15 หมู่บ้าน ในเขต ต.บ้านดง เมื่อวันที่ 10 ต.ค.2555

 

"การทำประชาคมครั้งนั้นเสียงส่วนใหญ่ให้ความเห็นชอบว่าให้บริษัทลูกของกระทิงแดงเช่าพื้นที่ได้ รวมทั้งสิ้นจำนวน 378 เสียง ซึ่งเกินครึ่งหนึ่งของประชาชนที่อาศัยอยู่ในตำบล และต่อมาจังหวัดได้สั่งให้ทำประชาคมซ้ำอีกครั้งเป็นรอบที่ 2 ในวันที่ 13 มี.ค.2558 แต่เป็นการทำประชาคมเฉพาะในพื้นที่บ้านหนองแต้ ม. 5 และ ม.6 ซึ่งอยู่ในพื้นที่ติดกับโรงงาน โดย ที่ชาวบ้าน ม.5 ผู้ลงชื่อจำนวน 149 ครัวเรือน 659 คน และ ม.6 มีผู้ลงชื่อจำนวน 200 ครัวเรือน 711 คน จึงถือว่าการทำประชาคมผ่าน จังหวัดจึงได้เสนอเรื่องไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาอนุญาต โดยการดำเนินงานทุกอย่างอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายมีความถูกต้องทุกอย่าง และทุกฝ่ายสามารถตรวจสอบเอกสารได้ทั้งหมด"

 

รอง ผวจ.ขอนแก่นกล่าวอีกว่า กรณีที่มีชาวบ้านบางส่วนอ้างว่าไม่ได้ร่วมทำประชาคมด้วยนั้น และไม่ทราบว่ามีการทำประชาคมในหมู่บ้าน แต่กลับมีชื่อและลายเซ็นปรากฏอยู่ในเอกสารการทำประชาคมด้วยนั้น ขอให้ชาวบ้านคนดังกล่าวทำเรื่องมาเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อทำการตรวจสอบว่าเป็นลายเซ็นจริงหรือลายเซ็นปลอม จากนี้จะทำการประสานเจ้าของโรงงาน ในการลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับประชาชน เพื่อทำความเข้าใจที่ตรงกัน และในระยะเวลา 15 วันต่อจากนี้ จะทำการติดตามการแก้ไขปัญหา ตามที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด ซึ่งหากไม่สามารถปรับความเข้าใจหรือตกลงกันได้ โดยเฉพาะกรณีที่โรงงานทำผิดสัญญาเช่าข้อใดข้อหนึ่งในจำนวนเงื่อนไข 18 ข้อ จังหวัดพร้อมที่จะทำการเสนอเรื่องให้กระทรวงมหาดไทยยกเลิกสัญญาเช่าทันที

 

ส่วนนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ท่าทีของ พล.อ.อนุพงษ์ถือว่าถูกต้องเหมาะสม เมื่อข้อเท็จจริงที่มีการรายงานขึ้นมาถึงระดับรัฐมนตรีเป็นคนละเรื่องกับที่ปรากฏ ที่ดินสาธารณะดังกล่าวเป็นผืนป่าอุดมสมบูรณ์ที่ชาวบ้านใช้หาประโยชน์ได้ แต่กลับมีการอ้างว่าชาวบ้านเห็นชอบในการอนุมัติให้บริษัทเอกชนใช้ที่ดิน ทั้งๆ ที่ชาวบ้านเคยคัดค้านผ่านตั้งแต่ระดับผู้ว่าฯ จนไปถึงสำนักนายกรัฐมนตรี จึงเชื่อว่ามีการปกปิดข้อมูลในพื้นที่ไม่ให้ รมว.มหาดไทยรับรู้ เมื่อท่านให้ตรวจสอบแล้วปรากฏข้อเท็จจริงไม่ตรงกัน ก็สมควรใช้อำนาจลงโทษข้าราชการที่ปกปิดข้อมูลทั้งหมดไม่ให้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี เป็นโอกาสสร้างผลงานในฐานะรัฐมนตรีเพื่อปกป้องดูแลผืนป่าทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน ตามนโยบายของ คสช.

 

เชื่อมท.1ถูกขรก.หลอก

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า การสั่งให้ลงโทษข้าราชการผู้เกี่ยวข้องจะเป็นการโยนบาปหรือไม่ นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ไม่ใช่การโยนบาป พล.อ.อนุพงษ์อาจจะถูกข้าราชการหลอกให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่สะท้อนข้อเท็จจริง ทำให้ไม่รู้ข้อมูลในพื้นที่ ซึ่งหากไม่รายงานขึ้นมาท่านก็ไม่ทราบเรื่อง เมื่อสังคมได้สะท้อนข้อเท็จจริงให้ทราบแล้ว พล.อ.อนุพงษ์ควรรีบดำเนินการโดยด่วนในการเพิกถอนคำสั่งนี้ และเอาผิดลงโทษคนที่เกี่ยวข้อง

 

เมื่อถามว่า จะต้องไปถอนเรื่องดังกล่าวที่ร้องเรียนไว้กับ ป.ป.ช.ด้วยหรือไม่ นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับทาง ป.ป.ช.จะวินิจฉัยต่อไป ขณะนี้ก็ขอให้ พล.อ.อนุพงษ์ดำเนินการเพิกถอนคำสั่ง ถ้ายังไม่เพิกถอน และมีความล่าช้าเกินสมควร ประชาชนก็อาจจะไปฟ้องต่อศาลปกครองขอให้มีการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองดังกล่าวต่อไป ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น จะไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของ รมว.มหาดไทยเอง

 

วันเดียวกัน พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม. ว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทยรวม 26 ตำแหน่ง ดังนี้ 1.นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ ไปเป็นผู้ตรวจราชกระทรวง 2.นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าฯปราจีนบุรี เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง 3.นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าฯ ปทุมธานี เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง 4.นายสมคิด จันทมฤก ผู้ช่วยปลัด เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง 5.นายธัชชัย ศรีสุวรรณ ผู้ว่าฯพิษณุโลก เป็นผู้ว่าฯ กำแพงเพชร 6.นายประจญ ปรัชญ์สกุล รองผู้ว่าฯ พะเยา เป็นผู้ว่าฯ พะเยา 7.นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ รองผู้ว่าฯ เพชรบุรี เป็นผู้ว่าฯ แพร่ 8.นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นผู้ว่าฯ ลำพูน

 

9.นายเสฐียรพงศ์ มากศิริ รองผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี เป็นผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์ 10.นายไกรสร กองฉลาด รองผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ เป็นผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ 11.นายณรงค์ วุ่นซิ้ว รองผู้ว่าฯ นครราชสีมา เป็นผู้ว่าฯ ชัยภูมิ 12.นายไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ รองผู้ว่าฯ นครพนม เป็นผู้ว่าฯมุกดาหาร 13.นายนิกร สุกใส รองผู้ว่าฯ อุบลราชธานี เป็นผู้ว่าฯ ยโสธร 14.นายรณชัย จิตรวิเศษ รองผู้ว่าฯกาญจนบุรี เป็นผู้ว่าฯ หนองคาย 15.พ.ต.ท.หม่อมหลวงกิติบดี ประวิตร รองผู้ว่าฯ สิงห์บุรี เป็นผู้ว่าฯกระบี่ 16.นายสุรพร พร้อมมูล รองผู้ว่าฯ นราธิวาส เป็นผู้ว่าฯ นราธิวาส 17.นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ รองผู้ว่าฯ ยะลา เป็นผู้ว่าฯ พัทลุง

 

18.นายอนุชิต ตระกูลมุทุตา รองผู้ว่าฯ สงขลา เป็นผู้ว่าฯ ยะลา 19.นายวิชวุทย์ จินโต รองผู้ว่าฯสุราษฎร์ธานี เป็นผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี 20.นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ รองผู้ว่าฯ กำแพงเพชร เป็นผู้ว่าฯกาญจนบุรี 21.นายรณภพ เหลือไพโรจน์ รองอธิบดีกรมการปกครอง เป็นผู้ว่าฯ ชัยนาท 22.นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ รองผู้ว่าฯ เลย เป็นผู้ว่าฯ ตราด 23.นายพัลลภ สิงหเสนี รองผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์ เป็นผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์ 24.นายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นผู้ว่าฯลพบุรี 25.นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นผู้ว่าฯ สระแก้ว 26.นายสุทธา สายวาณิชย์ รองผู้ว่าฯ ตาก เป็นผู้ว่าฯสิงห์บุรี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป.

 

ที่มา ไทยโพสต์ออนไลน์ 

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License