ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
รธน.60ปิดประตู รัฐบาลแห่งชาติ! บิ๊กตู่ยืนโรดแมป พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ไทยโพสต์ออนไลน์   
วันพุธที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๐ เวลา ๐๙:๒๓ น.

"ประยุทธ์" ปัดดึง กม.ลูกหวังเลื่อนโรดแมป บอกยังร่างไม่เสร็จอย่ากังวล ทุกอย่างเดินตามกรอบ "มีชัย" ชี้ รธน.60 ไม่เปิดช่องตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เว้นพรรคการเมืองจับมือกันเอง "ปธ.สนช." ระบุเร็วไปที่จะพูดถึง เชื่อแค่ข้อเสนอโยนหินถามทาง "อภิสิทธิ์" ย้ำต้องฟังเสียง ปชช. "นปช." นัด 14 ก.ย.ทวงถามความยุติธรรมสลายชุมนุมปี 53 "เลขาฯ สมช." เผย "บิ๊กป้อม" ยังไม่เคาะวันแถลงเส้นทาง "ยิ่งลักษณ์" หนี

 

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการนำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายว่า มี 2 ฉบับที่ทูลเกล้าฯ ถวายเรียบร้อยแล้ว คือร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง และร่างพ.ร.บ.พรรคการเมืองอีก 2 ฉบับที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และที่มา ส.ว.-ส.ส.ยังร่างกันอยู่ไม่เสร็จ

 

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หลายคนไปกล่าวว่าตนจะดึง จะดึงได้อย่างไร ถ้าไม่เสร็จก็แสดงว่ามีปัญหาอยู่ แล้วทำไมจะต้องเร่งเรื่องที่มีปัญหาให้เสร็จเร็วๆ จะไปทำในสิ่งที่จะต้องยั่งยืนสถาพร กรอบเวลายังมีชัดเจน ซึ่งยังอยู่ในกรอบเวลาทั้งหมด ดังนั้นดึงไม่ได้อยู่แล้ว ก็เห็นอยู่ว่ามีพิจารณาในคณะกรรมาธิการ 3 คณะ มีข้อโต้แย้งข้อสังเกตมากมายต้องปรับแก้กันไปมา

 

"ผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่แล้ว อย่ามากังวลกับผมมากนักเลย หลายคนกังวล จบเรื่องโน้นไปเรื่องนี้ ท้ายสุดมีปัญหาเรื่องของใครก็กลับมาหาผมก็เป็นอย่างนี้ เพราะมันต้องหาจำเลยสักคน ผมไม่ใช่จำเลยใครทั้งสิ้น เพราะยังไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ถูกต้องตามขั้นตอนโรดแมปของผมเลย ใครจะมองอย่างไรก็แล้วแต่เพราะผมรู้แก่ใจตัวของตนเอง" นายกฯ กล่าว

 

ขณะที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงข้อเสนอการตั้งรัฐบาลแห่งชาติว่า ส่วนตัวไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเสนอการตั้งรัฐบาลแห่งชาติของนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่สำหรับข้อสงสัยบางประการว่าบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เปิดทางให้เกิดการตั้งรัฐบาลแห่งชาติได้หรือไม่ ส่วนตัวคิดว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ก็ไม่ได้บัญญัติข้อห้ามแต่อย่างใด

 

นายมีชัยกล่าวว่า การจัดตั้งรัฐบาลโดยหลักขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากของพรรคการเมืองภายหลังการเลือกตั้งว่าจะตกลงกับพรรคการเมืองที่มี ส.ส.อย่างไรก็ได้ ว่าอยากได้เสียงในสภาผู้แทนราษฎรมากหรือน้อย เช่นเดียวกับหากทุกพรรคการเมืองเห็นตรงกันว่าถ้าจะให้สภาผู้แทนราษฎรไม่ต้องมีบุคคลมาทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภา ก็สามารถทำได้เช่นกัน

 

"ทั้งหมดอยู่ที่การตกลงกันของพรรคการเมือง เพียงแต่การเลือกบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด คือต้องมาจากบุคคลที่อยู่ในบัญชีที่พรรคการเมืองเป็นผู้เสนอ ตอนนี้ก็มีแต่การพูดกันมาโดยยังไม่ถึงเวลา คิดว่าอย่าเพิ่งไปกังวลมาก ต้องรอดูกันไปก่อน” ประธาน กรธ.กล่าว

 

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า การตั้งรัฐบาลแห่งชาติเป็นเรื่องของการเมือง ทาง สนช.ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ เรามีหน้าที่จัดทำกฎหมายเพื่อเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตย ส่วนตัวมองคำว่ารัฐบาลแห่งชาติต้องตีความให้ชัดเจนว่ามีความหมายอย่างไร ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึง

 

"รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่ได้ร่างมาเพื่อจะนำไปสู่รัฐบาลแห่งชาติอยู่แล้ว การจะไปถึงจุดนั้นเป็นเรื่องของการเมืองที่ไม่ได้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญที่จะต้องใช้เสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตาม แม้รัฐธรรมนูญไม่ได้พูดถึงรัฐบาลแห่งชาติ แต่ก็มีข้อยกเว้นให้บุคคลภายนอกเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้พิจารณา ไม่เกี่ยวข้องกับ สนช.อยู่แล้ว" นายพรเพชรกล่าว

รบ.แห่งชาติแค่โยนหิน

 

ประธาน สนช.เชื่อว่า การเสนอรัฐบาลแห่งชาติน่าจะเป็นการโยนหินถามทางบรรดาพรรคการเมืองมากกว่า ส่วนว่าเรื่องดังกล่าวจะนำไปสู่การวางแผนเพื่อให้เกิดการต่อรองทางการเมืองในอนาคตหรือไม่นั้น ไม่ขอแสดงความเห็น

 

ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวระหว่างปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "จากนักวิชาการสู่นายกรัฐมนตรี : ภาพการเมืองที่เปลี่ยนไป" ในงานรัฐศาสตร์วิชาการ ถึงการแสดงจุดยืนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศ (กปปส.) อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แสดงจุดยืนให้หนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อหลังจากการเลือกตั้งว่า แต่ละคนมีจุดยืนได้ สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ก็มีจุดยืนในเรื่องของทิศทางประเทศเป็นสำคัญ และจะทำชุดนโยบายตอบโจทย์ปัญหาของประชาชน ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งการจะทำก็ต้องมีการเลือกตั้งก่อน

 

นายอภิสิทธิ์ยอมรับว่า หลายคนกังวลใจกรณีที่นายสุเทพออกมาเปิดเผยว่าไม่ได้ปิดทางที่จะจัดตั้งพรรคการเมือง ซึ่งที่ตนพูดก็ได้ฟังจากคำสัมภาษณ์ของนายสุเทพ แต่ก็ถือเป็นสิทธิของแต่ละคนที่จะคิดแบบนั้น ถือเป็นเรื่องธรรมดาของวิถีทางทางการเมือง ตอนนี้สมาชิก กปปส.ทุกคนที่กลับเข้ามาพรรค ปชป. เขาก็แสดงความจำนงว่าต้องการจะอยู่กับพรรค และยังทำงานได้อย่างเรียบร้อย ไม่ได้มีปัญหาอะไร

 

"พล.อ.ประยุทธ์จะมีบทบาท มีส่วนร่วมในกระบวนการการเลือกตั้งอย่างไร เพราะว่า พล.อ.ประยุทธ์สมัครลงเลือกตั้ง ส.ส.ไม่ได้ ผมก็ไม่ทราบว่าท่านจะยินยอมให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ที่ผ่านมาผมเรียกร้องมาโดยตลอดว่าจะให้ ส.ส.รวบรวมเสียงข้างมากเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีก่อน เพราะว่าเราต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชนที่เลือก ส.ส.เข้ามา" นายอภิสิทธิ์กล่าว

 

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ขอย้ำเมื่อประเทศเข้าสู่การเลือกตั้ง การไปฝืนความต้องการของคนส่วนใหญ่นั้นเป็นสิ่งที่อันตรายมาก เรามองเฉพาะในแง่ของตัวบทกฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องมองเจตนารมณ์ของคนส่วนใหญ่ของประเทศด้วย คนส่วนใหญ่มองอย่างไร เขาจะให้คำตอบตอนการเลือกตั้ง เราจะไปสันนิษฐานเอาเองไม่ได้ ถึงบอกการออกมาพูดจะจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งเป็นแบบนั้นแบบนี้ ให้คนนั้นเป็นนั้นคนนี้เป็นนี้ มันเหมือนกับไม่ให้เกียรติประชาชน

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายอภิสิทธิ์กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ "จากนักวิชาการสู่นายกรัฐมนตรี : ภาพการเมืองที่เปลี่ยนไป" ในงานรัฐศาสตร์วิชาการ ตอนหนึ่งได้มีกลุ่มนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 ประมาณ 4 คน นำโดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ที่นั่งอยู่แถวหน้าสุด ได้ชูป้ายข้อความว่า "...unfortunately, some people died อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2555"

 

จากนั้นหลังการบรรยายนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ได้เข้าไปถามนายอภิสิทธิ์ว่า "ท่านคิดอย่างไรกับการที่เด็กอายุ 17 ถูกยิงตายที่รางน้ำ" ซึ่งนายอภิสิทธิ์ตอบว่า "ผมเสียใจกับตัวเขา และครอบครัว และยืนยันว่าไม่มีใครอยากให้มีความสูญเสียแบบนี้เกิดขึ้น และก็ไม่เคยอยากให้เกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่สามารถทำได้และผมสนับสนุนในเรื่องของการค้าหาความจริงที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมในทุกกรณี เพื่อที่จะทำให้ความเป็นธรรม อย่างน้อยที่สุดกับครอบครัวของเขา และดวงวิญญาณของเขา"

 

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ในวันที่ 14 ก.ย. เวลา 13.30 น. นปช.จะแถลงข้อสรุปแนวทางการทวงถามความยุติธรรมให้ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม นปช.เมื่อปี 2553 ซึ่งครอบคลุมทั้งมาตรการทางกฎหมาย สิทธิมนุษยชน และด้านอื่นๆ ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5

 

"ผมเคารพคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งชี้ช่องทางดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด แต่ไม่ยอมรับการใช้ดุลยพินิจของ ป.ป.ช. เพราะเท่าที่ศึกษาโดยละเอียดเกิดคำถามในหลายประเด็น จึงขอเรียกร้องให้ ป.ป.ช.เปิดเผยคำฟ้องที่ใช้งบประมาณจ้างทนายความฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ และคณะเอง กรณีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อปี 2551 กับมติยกคำร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ กรณีกลุ่มนปช.ปี 2553 แล้วอธิบายเปรียบเทียบกันให้ประชาชนเข้าใจทั้ง 2 กรณี" นายณัฐวุฒิกล่าว

 

ยังไม่แถลงเส้นทาง'ปู'หนี

 

ส่วนความคืบหน้าการติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคดีจำนำข้าวนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวว่า การติดตามตัวกำลังดำเนินการอยู่ ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ให้ข้อมูลไปแล้ว ซึ่งขณะนี้มีข้อมูลจากกล้องซีซีทีวีต่างๆ ก็เห็นเส้นทาง แต่กรณีข้ามแดนยังไม่พบว่าใช้ช่องทางไหน อย่างไร

 

"แน่นอนว่าต้องมีคนสนับสนุนไป แต่ยืนยันว่าไม่ใช่รัฐบาล ไม่ใช่ คสช. ไม่ใช่หน่วยงานความมั่นคงแน่นอน ต้องไปหาดูว่าเป็นใคร กำลังสืบต่ออยู่ ซึ่งไม่อยากให้มีผลกระทบกับใครทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม หมายจับก็มีอยู่แล้ว ในเรื่องของการหนีประกันในการที่ไม่มารับฟังการตัดสินคดีจำนำข้าว ซึ่งตามกฎหมายใหม่ก็สามารถที่จะอุทธรณ์ได้ เพียงแต่ตัวจะต้องอยู่ รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แต่ไม่อยากให้เป็นประเด็นในช่วงนี้อะไรมากมาย" นายกฯ กล่าว

 

พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการแถลงข่าวการตรวจสอบช่องทางการหลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า ยังไม่กำหนดห้วงเวลา เพราะรายละเอียดยังอยู่ระหว่างการพูดคุยเพื่อสรุปความชัดเจนว่ามีหลักฐานยืนยันแน่ชัดมากกว่าที่ พล.อ.ประวิตรให้ข่าวไปแล้วมากน้อยกว่านั้นหรือไม่ ก่อนที่จะสรุปกันอีกที ส่วนจะพร้อมแถลงเมื่อไรนั้น ทาง พล.อ.ประวิตรจะพิจารณาอีกครั้งนี้

 

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ขณะนี้ยืนยันมีรถในการช่วยเหลือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยมีรถออกจากบ้านประมาณกว่า 20 คัน แต่อยู่ในข่ายต้องสงสัย 2 คัน ซึ่งมีอยู่ 1 คัน มีการบรรทุกคนเป็นผู้หญิง และมีการเปลี่ยนถ่ายรถอีก 1 คันในพื้นที่มีนบุรี จากนั้นมุ่งหน้าไป จ.สระแก้ว โดยไปถึงหลังด่านปิดแล้วเวลา 22.00 น. แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าในรถเป็นใคร เนื่องจากภาพที่จับได้ไกลมาก

 

"ได้ให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการทางเทคนิคเพื่อขยายภาพว่าใช่หรือไม่ กรณีนี้ยังต้องมีบุคคลอื่นเข้าไปเกี่ยวข้อง เนื่องจากมีรถต้องสงสัย 2 คัน ดังนั้นต้องมีคนขับ 2 คน ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ ถ้าพบว่ามีใครเกี่ยวข้องเราต้องตามหมด ไม่ว่าจะเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุน" พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าว

 

พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรและผู้แทนเหล่าทัพจะเดินทางไปเยือนสหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 12-15 ก.ย.60 เพื่อเข้าพบหารือกับเซอร์ไมเคิล ฟอลลอน รมว.กลาโหมสหราชอาณาจักร และนายมาร์ค ฟีลด์ รมช.ต่างประเทศด้านเอเชียและแปซิฟิก กระชับความสัมพันธ์ รวมทั้งขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหารระหว่างกัน และร่วมงาน Defence and Security Equipment International : DSEL 2017 ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่อง น.ส.ยิ่งลักษณ์

 

ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(วิป สนช.) แถลงว่า ในการประชุม สนช. วันที่ 14 ก.ย.นี้ จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)พ.ศ..... ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย)ได้พิจารณาข้อโต้แย้งของ กสม.ทั้ง 6 ประเด็น โดย กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายมีมติเห็นด้วยให้แก้ไขเพียงประเด็นเดียวเกี่ยวกับคณะกรรมการสรรหา ส่วนอีก 5 ประเด็นที่เหลือ กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายไม่มีการแก้ไข รวมทั้งยังให้เซตซีโร กสม.ตามร่างเดิมที่ผ่าน สนช.ไปแล้ว.

 

ที่มา ไทยโพสต์ออนไลน์ 

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License