ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ฆ่า'ชินวัตร'ก็ไม่จบ! เพื่อแม้วยันปชช.คลั่งไคล้ บิ๊กสนช.หนุนรบ.แห่งชาติ พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ไทยโพสต์ออนไลน์   
วันอังคารที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๔:๑๐ น.

บิ๊ก สนช.ไม่มีกั๊ก หนุนตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เอา "ประยุทธ์" นั่งนายกฯ คนกลาง อยู่ยาวไป ชูสรรพคุณเสร็จสรรพ ไม่มีอะไรเสียหาย สานต่อช่วงเปลี่ยนผ่าน "มาร์ค" ไม่ปัดข้อเสนอปู่พิชัย บอกเป็นเสียงสะท้อนของความห่วงใย คงหวังปรองดอง แต่ ชทพ.ไม่เชื่อจะเกิดขึ้นจริง เด็กเจ๊หน่อยดันสุดารัตน์ถือธงผู้นำพรรค แต่ก๊วนอีสานไม่หนุนเต็มเสียง บอกผัวเจ๊แดง-พงศ์เทพ-โภคินก็เหมาะ ลั่นเพื่อไทยฆ่ายังไงก็ไม่ตาย อย่าคิดว่าฆ่าชินวัตรแล้วจะจบ

 

เมื่อวันอาทิตย์ นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติหลังการเลือกตั้ง หลังนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอแนวคิดดังกล่าว โดยนายพีระศักดิ์กล่าวว่า หลังการเลือกตั้ง หากพรรคการเมืองทุกพรรคจับมือและคุยกันได้ มันก็เป็นเรื่องดี เพราะทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้ต้องอยู่ที่นักการเมือง

 

"ในความเห็นของผม ในสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ จำเป็นต้องให้คนกลางอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ทำหน้าที่ต่อไป และเชื่อว่าจะทำให้บ้านเมืองเกิดความปรองดองได้ เพราะท่านยังไม่มีจุดเสียในการบริหารประเทศในช่วงที่ผ่านมา และที่สำคัญ หากพรรคการเมืองตกลงกันได้ ก็ไม่ต้องถึงมือของ ส.ว.สรรหาอีก 250 คนเข้ามาช่วยผลักดัน อีกทั้งในขณะนี้ยังไม่เห็นใครที่เป็นนักการเมืองเหมาะสมที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในช่วงเปลี่ยนผ่านแต่อย่างใด" รองประธาน สนช.ระบุ

 

ด้าน พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ สมาชิก สนช. กล่าวเช่นกันว่า แนวคิดการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ มันเร็วเกินไปที่จะตอบได้ และหากมีการเลือกตั้ง ก็คงปล่อยให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย และเชื่อว่าใครที่เข้ามาหากหากบริหารบ้านเมืองตามหลักสันติวิธี ก็เชื่อว่าบ้านเมืองจะปรองดองได้ แต่ที่ผ่านมาสาเหตุที่เกิดความขัดแย้งเพราะไม่ดำเนินการวิธีข้างต้น

 

ส่วนเมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์เหมาะสมจะนั่งเป็นคนกลางในรัฐบาลแห่งชาติหรือไม่นั้น คิดว่าไม่สามารถตัดสินใจแทนประชาชนได้ ต้องดูที่ผลการเลือกตั้ง หากประชาชนเลือกให้พรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลบริหารประเทศ ตนก็ยอมรับ เนื่องจากเป็นคนเคารพกติกา

 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เป็นเสียงสะท้อนของความห่วงใยว่าขณะนี้สังคมยังอยู่ในวังวนของความขัดแย้ง เพราะต้องยอมรับว่าทุกคนต้องการให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า โดยไม่มีปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน ดังนั้นหากมีอะไรที่จะสร้างความมั่นใจเพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปได้ ก็ต้องช่วยกันคิด แต่กระบวนการในขณะนี้ สิ่งสำคัญคือต้องเดินหน้าตามโรดแมปเพื่อสร้างความเชื่อมั่น โดย คสช.มีหน้าที่ดูแลว่าเมื่อเดินไปแล้วจะทำอย่างไรไม่ให้บ้านเมืองกลับไปสู่ความขัดแย้งเหมือนเดิม ดังนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจ แลกเปลี่ยนพูดคุยกับพรรคการเมือง

 

“ผมไม่แน่ใจว่าข้อเสนอที่ว่านี้ก่อนหรือหลังเลือกตั้ง ผมว่าประเด็นที่ตั้งไว้ว่าจะทำให้เกิดความปรองดอง ทำให้ทุกอย่างเดินหน้าอย่างราบรื่นไม่ผิด แต่ผมมองว่ามีหลายวิธี หลายกระบวนการ สิ่งสำคัญคือ คสช.ต้องสร้างสภาวะแวดล้อมของการเมืองเพื่อให้บ้านเมืองเดินได้” นายอภิสิทธิ์กล่าว

 

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวเช่นกันว่า เรื่องรัฐบาลแห่งชาตินี้มีคนพูดกันมานานมากแล้ว ตั้งแต่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หยิบประเด็นนี้เสนอต่อสังคม แต่ในทางปฏิบัติแล้ว พวกเราก็รู้ว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะในระบบรัฐสภาเรื่องการถ่วงดุลนั้นเป็นเรื่องใหญ่ และที่สำคัญสองฝ่ายต่างปฏิเสธ โดยเฉพาะฝ่ายประชาธิปัตย์ปฏิเสธสิ้นเชิงที่ร่วมสังฆกรรมกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งในความเข้าใจคิดว่านายพิชัยต้องการเห็นสองพรรคใหญ่มาจับมือกันจัดตั้งรัฐบาล แล้วก็ไปรวมกับของทหาร ไปรวมเป็นสามพรรค ถ้าเป็นเช่นนั้นพรรคขนาดกลางและพรรคเล็กพรรคน้อยก็ไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

 

“คำว่ารัฐบาลแห่งชาติโดยการเอาทุกพรรคการเมืองที่มีที่นั่งในสภามารวมกันเป็นรัฐบาลมันเป็นเรื่องยาก เพราะทำให้เสียระบบการถ่วงดุล และถ้าเอาอย่างที่ว่านั้น พรรคขนาดกลางขนาดเล็กก็ต้องเป็นฝ่ายค้าน และวันนี้ประชาธิปัตย์ยืนยันแข็งขันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วว่าเขาไม่สามารถทำสังฆกรรมกับพรรคเพื่อไทยได้ นั่นก็คงเป็นไปได้ยาก ส่วนพรรคเพื่อไทยถึงวันนี้ยังไม่เคยแสดงท่าทีออกมาว่าจะยอมทำงานร่วมกับประชาธิปัตย์ได้หรือไม่ แต่เพื่อไทยประกาศออกมาชัดเจนว่าไม่สามารถทำงานกับ คสช.ได้ ก็จะกลายเป็นศึกสามเส้า ประชาธิปัตย์ไม่เอาเพื่อไทย เพื่อไทยไม่เอา คสช. ดังนั้นโอกาสที่จะปรองดองผมว่ามันก็เป็นเรื่องยาก” นายสมศักดิ์ กล่าว

 

นายสมศักดิ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ไม่มีพรรคการเมืองไหนที่เป็นศัตรูกับทหาร เพราะทหารเป็นสถาบันที่ทำหน้าที่ปกป้องประเทศ อย่าเพิ่งไปมองว่าทหารคือรัฐบาล เพราะถ้ามองว่าทหารคือรัฐบาลก็ปกครองไม่ได้แล้ว เพราะคนที่เห็นต่างจากรัฐบาลก็คือศัตรูอย่างนั้นหรือ คิดว่าไม่น่าจะใช่

 

ด้านความเคลื่อนไหวในส่วนของพรรคเพื่อไทย ในเรื่องการหาคนมาเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทย ในตำแหน่งหัวหน้าพรรค ที่ยังคงมีกระแสข่าวความไม่ลงตัว โดยเฉพาะแรงต้านจากคนในพรรคเพื่อไทยบางส่วนที่ไม่สนับสนุนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของเพื่อไทยในช่วงการเลือกตั้งนั้น

 

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.ไอซีที และคนสนิทคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวถึงกระแสข่าวคุณหญิงสุดารัตน์จะมาถือธงนำพรรคเพื่อไทยว่า ข่าวก็คือข่าว ข้อเท็จจริงในวันนี้คือ คสช.ยังมีประกาศห้ามพรรคการเมือง นักการเมืองทำกิจกรรม และตามระเบียบปฏิบัติ หลังจากมีรัฐธรรมนูญ ยังต้องรอพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับพรรคการเมืองอีก 4 ฉบับ ที่มีชื่อว่าคนนั้นคนนี้จะมาเป็นผู้นำพรรค เป็นเพียงแค่ข่าว คงต้องรอให้ได้รับการผ่อนคลายให้ทำกิจกรรม พรรคได้มีการประชุมพรรค จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการเลือกหัวหน้าพรรค เลือกคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งในพรรคก็มีกระบวนการขั้นตอนของพรรคอยู่ ส่วนจะเป็นใครนั้น แต่ละท่านต่างมีความรู้ความสามารถทั้งด้านวัยวุฒิ คุณวุฒิ

 

ถามว่า คุณหญิงสุดารัตน์พร้อมที่จะเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้หรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า คงต้องรอให้ถึงเวลานั้นก่อน หาก คสช.เปิดให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ ทุกฝ่ายในพรรคจะได้มาประชุม แล้วมาดูว่าคนที่ได้รับการเสนอพร้อมทำหน้าที่หรือไม่ ตอนนี้เพียงแต่มีการพูดกันลอยๆ บอกจะเป็นคนโน้นหรือคนนี้

 

ถามว่าการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่อยู่ภายในพรรค ส่งผลกระทบต่อพรรคเพื่อไม่ น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า เรื่องทั้งหมดอยู่ที่พี่น้องประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ ใช้วิจารณญาณดูว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นแบบไหน จะสนับสนุนพรรคเพื่อไทยหรือไม่ คงมีคำตอบอยู่ในใจ

 

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หากคุณหญิงสุดารัตน์ไม่ได้ถือธงนำพรรคจริงๆ ยังพร้อมที่จะช่วยเหลือพรรคในด้านอื่นหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า คุณหญิงสุดารัตน์เป็นนักการเมืองอาวุโสของพรรค โดยวิสัยนักการเมือง จะมากจะน้อยแต่ละท่าน ไม่เฉพาะคุณหญิงสุดารัตน์ รวมถึงนักการเมืองอาวุโส แต่ละท่านต่างมีความผูกพัน ยึดมั่นแนวทางระบอบประชาธิปไตย มีอุดมการณ์ คิดว่าแต่ละท่านยังสนับสนุนให้คำปรึกษาพรรคอยู่

 

อดีต รมว.ไอซีทียังกล่าวถึงกรณีอดีต ส.ส.บางกลุ่ม บางคนก็เริ่มวิจารณ์หากกรณีที่ได้คุณหญิงสุดารัตน์ขึ้นมานำพรรคจริงๆ น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า การแสดงความเห็นของแต่ละคนถือเป็นสิทธิทางความเชื่อแต่ละคน เราก็ได้ยินเฉพาะคำพูดที่เป็นสรรพนาม ยังไม่มีใครระบุตัวตนออกมาชัดเจนว่าจะสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนอย่างไร ในเมื่อทุกอย่างยังไม่คลอดออกมาอย่างถูกต้อง ทั้งตัวกฎหมายระดับประเทศ และระเบียบของพรรคที่ต้องปรับปรุงให้สอดคล้องกัน การที่ใครคนใดคนหนึ่งออกมาบอกว่าใครเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ก็ยังไม่รู้เลยว่า เหมาะหรือไม่เหมาะเมื่อเทียบกับเรื่องอะไร

 

เมื่อถามถึงว่า คุณหญิงสุดารัตน์ยังไม่ถอดใจใช่หรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว่า จริงๆ ก็เหมือนคำบอกเล่า ไม่มีตัวตน เพียงแต่ได้ยินว่าไม่เป็นอะไร เราก็ได้ยินเรื่องแบบนี้ในสังคม ถึงแม้ใครที่จะระบุชื่อออกมา ก็เป็นเรื่องปกติของพรรคการเมือง ในการเสนอชื่อหัวหน้าพรรคแข่งขัน ถ้าถึงเวลานั้น เป็นใครที่เสนอตัวมา ผ่านกระบวนการ ระเบียบพรรคอย่างถูกต้อง จะได้รับเสียงสนับสนุน 100เปอร์เซ็นต์ทุกคน คงเป็นไปได้ยาก การเมืองระบอบประชาธิปไตยยึดเอาเสียงส่วนใหญ่และระเบียบข้อบังคับการดำเนินการสรรหาของพรรคเป็นแนวทางต่อไป

 

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ภาพทั่วไปในวันนี้ เราไม่แน่ใจใครจะมาเป็นผู้นำพรรค เพราะยังไม่มีการปลดล็อกให้ทำกิจกรรมการเมือง ยังไม่มีการประชุมพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ทำงานการเมืองมานาน เช่นเดียวกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี

 

"หลายท่านเป็นแคนดิเดตได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา, นายโภคิน พลกุล, นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายภูมิธรรม เวชยชัย ส่วนภาพที่คนจับตาคุณหญิงสุดารัตน์มาก คงเป็นเพราะทำงานให้พรรคเยอะ แต่เมื่อเจอคุณหญิงสุดารัตน์ ท่านไม่ได้บอกว่าจะเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค บอกเพียงว่าก็ให้ทุกคนช่วยๆ กันทำงาน เช่นเดียวกับนายสมชาย เมื่อเจอท่าน ตัวท่านเองไม่ได้บอกจะเข้าทำหน้าที่นี้ บอกแต่เพียงยังอีกยาว ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยยังเหนียวแน่น เท่าที่ถามเพื่อนฝูงประมาณ 20 คน ทุกคนยังเหนียวแน่น ไม่ตกใจ ไม่ได้ออกอาการอะไร ทุกคนพบชาวบ้านปกติไม่มีอะไร ยังไม่มีใครเข้า ยังไม่มีใครออก"

 

นายสมคิดกล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่อยู่ สร้างผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่อยู่ก็เหมือนนายทักษิณไม่อยู่ ไม่แตกต่าง เพราะว่าระบบต่างๆ ไม่ได้ยึดติดเพราะยิ่งลักษณ์หรือทักษิณ เป็นระบบความต้องการพี่น้องของประชาชน

 

"คุณฆ่ายังไงก็ไม่ตาย ผู้มีอำนาจลืมคิดไปคิดว่าฆ่าชินวัตรแล้วจะจบ มันไม่ใช่ เป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน เพียงแต่ว่านายกฯ ปูเป็นตัวนำในนโยบายที่ตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน ต่อให้คุณปูไม่อยู่ ถ้านโยบายอยู่ ความรู้สึกยังเหมือนเดิม แม้ว่าคุณปูออกไป ไม่มีผลกระทบต่อพรรค ตรงกันข้าม ผมอยู่ในพื้นที่ ชาวบ้านก็ถามเรื่องนี้ ก็ไม่ได้ตกอกตกใจที่จะไม่สนับสนุนกับพรรคเพื่อไทย ไม่มีผล" นายสมคิดกล่าว.

 

ที่มา ไทยโพสต์ออนไลน์ 

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License