ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
จวกคนรวยหนีคุก! 'บิ๊กตู่'แขวะบางคนยังไม่รู้ผลก็เผ่นแล้ว/อุบไต๋รบ.แห่งชาติ พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ไทยโพสต์ออนไลน์   
วันอังคารที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๔:๐๑ น.

“ประยุทธ์” ลั่นยังไม่ถึงเวลาพูดเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ ย้ำคุกมีไว้ขังคนทำผิดกฎหมายไม่ว่ามีฐานะใด แต่ที่คนรวยไม่ติดคุกเพราะหนีต่างหาก แขวะบางคนยังไม่รู้ผลก็เผ่นแล้ว “มาร์ค” ชี้ข้อเสนอปู่พิชัยแม้ดีแต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะออกรูปแบบไหน แนะ “บิ๊กตู่” เดินตามโรดแมปดีที่สุด ส่วน “กำนัน” จะตั้งพรรคหนุนหรือไม่เป็นเรื่องอนาคต ชพน.แบะท่าขอแบ่งเค้กร่วม รบ.แห่งชาติ

 

"ไม่มีความเห็น ไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดในช่วงนี้" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์เพียงสั้นๆ เมื่อวันจันทร์ถึงข้อเสนอของนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่เสนอให้มีการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ

 

ก่อนหน้านี้ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานในพิธีเปิดและปาฐกถาพิเศษ ในงานเตรียมความพร้อมก่อนการประกาศวาระแห่งชาติ "สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า เราต้องสร้างสังคมไทยให้ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ และควรทำให้ทุกคนต้องรู้จักหน้าที่ของตัวเองด้วย ที่ผ่านมาส่วนใหญ่มักลืมคำว่าหน้าที่ทั้งต่อตัวเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศ ซึ่งถ้ารู้จักหน้าที่ของตัวเองความร่วมมือก็จะเกิดขึ้น ถ้าทุกคนไม่รู้จักหน้าที่ก็จะมองแต่เรื่องของสิทธิและเสรีภาพ ก็จะทำให้ทุกอย่างสับสนอลหม่านไปทั้งหมด เวทีที่จะให้ทุกคนมีส่วนร่วมก็ไม่เกิด

 

“ผมคิดแบบนี้แต่ท่านอาจคิดไม่เหมือนก็ได้ แต่ก็ต้องมาดูว่าทำอย่างไรความคิดที่แตกต่างเรานั้นจะนำมาขับเคลื่อนสังคมให้เป็นปกติต่อไปได้ ยอมรับว่าปัญหาความขัดแย้งในปัจจุบัน ซึ่งมาจากตัวบุคคล จากระเบียบกติกา กฎหมาย เป็นต้น พยายามแก้ไขปัญหาและทำงานทุกอย่าง ขอร้องว่าอย่าไปฟังคำพูดที่บิดเบือนมากนัก ทุกอย่างต้องดูให้รอบคอบว่าถูกกฎหมายหรือเปล่า ถ้าไม่ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนจะผิดหรือถูกก็ไปว่ากันตามขั้นตอน ผมไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวอะไร ขอยืนยัน" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

 

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า วันนี้เราต้องทำให้บ้านเมืองเป็นปกติ มีสันติสุขเกิดขึ้นให้คนในชาติ หลายคนบอกว่ารัฐบาลไม่ทำอะไร จะทำได้อย่างไร จะไปสั่งให้คนเลิกทะเลาะกันได้หรือไม่ หรือจะสั่งให้ศาลยุติธรรมยกเลิกให้อภัยกันทั้งหมด มันทำได้หรือไม่ ซึ่งมันทำไม่ได้ ประเทศไหนก็ทำไม่ได้ หากเราจะยกเลิกเพื่อการปรองดองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคดีความหรือเรื่องอะไรต่างๆ ก็ตาม รวมไปถึงคดีอาญา คงต้องยกเลิกให้ผู้ต้องหาออกมาทั้งหมด มันทำได้ไหม ไม่มีประเทศไหนทำได้ ไปหามาประเทศไหนทำได้ให้บอกมา สิ่งสำคัญในวันนี้ต้องใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นส่วนหนึ่งในการเข้าถึงสิทธิมนุษยชนด้วยความเป็นธรรมอย่างทั่วถึง

 

"ไม่ใช่มาบอกว่าคนจนติดคุก คนรวยไม่ติดคุก มันติดทุกคนแหละ อยู่ที่ว่าจะอยู่ให้ติดหรือจะหนีไป เรื่องจริงมันเป็นอย่างนั้น ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครคิดหรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่สิ่งสำคัญเราโดนมองแล้วว่าถ้าเราไปทำอะไรก่อนที่คดีความจะตัดสิน โดยที่เราไปเพ่งเล็งใคร ก็จะโดนกล่าวหาเรื่องสิทธิมนุษยชนอีก นี่คือความขัดแย้งการทำงานให้กับเจ้าหน้าที่ ถ้าทำอะไรขณะที่ยังไม่มีเรื่องมีราว เพียงแค่นำเข้าสู่กระบวนการยังแตะอะไรกันไม่ได้เลย อันนั้นคือความยากง่ายของเจ้าหน้าที่ในการทำงาน จึงอยากเรียนไว้ตรงนี้" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

 

อัดบางคนหนีก่อนรู้ผล

 

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า กฎหมายไม่ได้มีไว้แกล้งใคร เพียงแต่ใครก็ตามที่ทำผิดกติกาเหล่านั้น ก็ต้องถูกพิจารณาในกระบวนการยุติธรรม ถ้าไม่มีสาเหตุ ไม่มีเรื่อง ไม่มีหลักฐาน ไม่มีใครทำอะไรได้ เขาก็สู้คดีกันเยอะแยะไป บางครั้งอาจไม่ตรงกับสิ่งที่สังคมตัดสินไปแล้ว เพราะวันนี้เราตัดสินกันเองเยอะแยะ โดยตัดสินกันด้วยความรู้สึก ตัดสินกันด้วยระบบโซเชียลฯ และตัดสินกันทางสื่อ จนเกิดความวุ่นวายไปหมด

 

พล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่า วันนี้มีความแตกต่างเรื่องการดำรงชีวิต ตรงนี้จะต้องดูแลกัน ไม่เช่นนั้นจะเกิดความวุ่นวายไปหมด คนจนติดคุก คนรวยไม่ติดคุก เพราะคนจนหนีไปไหนไม่ค่อยได้ใช่ไหม ยอมรับตรงนี้สิ เราก็ต้องดูแลเขาว่าจะทำอย่างไร ถ้าเขาผิดก็ต้องติดคุก แต่เขาไม่หนีเพราะหนีไม่ได้ ไอ้บางคนผิดไม่ผิดยังไม่รู้แต่ก็หนีแล้ว อย่างนี้คิดว่ามันไม่ใช่ อย่าไปสร้างความรู้ผิดๆ แบบนี้

 

"นี่ผมไม่ได้พูดถึงใครเลยนะ เดี๋ยวจะหาว่าผมไปว่าใครอีก ผมพยายามไม่ยุ่งเกี่ยวอยู่แล้ว เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม แต่อย่ามายุ่งกับรัฐบาลและ คสช.มากเกินไป ต้องนึกถึงสิ่งดีๆ ที่จะเกิดขึ้น ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จบหน้าที่ผมแล้ว และเรื่องนี้ผมไม่ได้ทำขึ้นมาใหม่ แต่เป็นเรื่องเดิมที่นำเข้าสู่กระบวนการ เพื่อจะได้จบเสียที ปัญหาใหม่ก็ยังรออยู่อีก คนทำผิดวันหน้าก็มีอีก" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

 

นายกฯ ยังกล่าวว่า เราต้องหาวิธีการทำงานร่วมกันให้ได้เพื่อให้ไม่มีความขัดแย้งกัน ส่วนใหญ่คนเรามักเชื่อมั่นว่าตัวเองถูกเสมอ แต่ไม่คิดว่าตัวเองถูก จะฟังก่อนเสมอ บางครั้งอาจเร็วไปบ้าง จากนั้นก็จะมาทบทวน อันไหนใช่ไม่ใช่ก็มาทบทวนและปรับปรุงตัวเอง ไม่ใช่ว่าโลเล แต่เราต้องลดปัญหาให้ได้ก่อน บางคนชอบอะไรแรงๆ ขอถามว่าแรงแล้วมันได้อะไรขึ้นมา ขอให้กฎหมายเขาได้ทำงาน ตนเองมีหน้าที่บริหารและรักษาความสงบเรียบร้อย ทำให้บ้านเมืองเกิดความสันติสุขและสร้างบรรยากาศในการปรองดอง เว้นบางคนที่ไม่อยากปรองดองก็ปล่อยเขาไป ในรัฐธรรมนูญปี 2560 ระบุไว้ว่าศักดิ์ศรี สิทธิเสรี และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง หน้าที่ของทุกคนคือต้องคุ้มครองเขาด้วย เป็นการคุ้มครองทุกคน เป็นหน้าที่ของทุกคนไม่ใช่ของตนเองคนเดียว อะไรก็ประยุทธ์ๆ อย่างเดียวก็ไม่ใช่ ตนเองเป็นผู้นำในการบริหารและแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ผู้นำเรื่อยเปื่อยส่งเดช

 

ขณะที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงข้อเสนอการตั้งรัฐบาลแห่งชาติเช่นกันว่า เร็วไปหรือไม่ที่จะเสนอเรื่องในวันนี้ ตอนนี้ช่วยกันดูแลให้เดินหน้าตามโรดแมปก่อนดีหรือไม่ เรื่องนี้ต้องให้ฝ่ายการเมืองว่ากันไปว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อชาติมากที่สุด ส่วนฝ่ายนิติบัญญัติก็ขอทำตามโรดแมปก่อน

 

นายเสรี สุวรรณภานนท์ คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจมองว่า เป็นไปไม่ได้ในสภาวะขณะนี้ เนื่องจากสภาพปัญหาความขัดแย้งสะสมมาอย่างยาวนาน การตั้งรัฐบาลแห่งชาติไม่ใช่แค่ คสช.ฝ่ายเดียว แต่ตัวแปรอยู่ที่ฝ่ายการเมืองที่จะร่วมมือกัน ดูโอกาสแล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ส่วน คสช.ถ้าจะนำตั้งรัฐบาลแห่งชาติเองก็ไม่สามารถตอบโจทย์ที่ตอนแรกบอกจะเข้ามาเพื่อขจัดปัญหาก่อนนำไปสู่การเลือกตั้งได้ และขณะนี้บ้านเมืองกำลังไปสู่การเลือกตั้งที่มีโรดแมปค้ำคออยู่

 

ข้องใจรูปแบบ รบ.แห่งชาติ

 

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และหัวหน้าพรรค ปชป.ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการต้องถามถึงข้อเสนอของนายพิชัยว่า ท่านได้มองเห็นปัญหาที่มีอยู่ในใจของคนจำนวนมากว่าหาทางออกไม่เจอ เมื่อประเทศเดินต่อไปและจะไม่ให้เกิดความขัดแย้งจะทำอย่างไร ซึ่งต้องยอมรับ แม้เราจะเห็นด้วยหรือไม่ แต่ความกังวลนี้อยู่ในใจคนจำนวนมาก นอกจากนี้ไม่แน่ใจว่าข้อเสนอของนายพิชัยจะมีรูปแบบใด เนื่องจากพูดเพียงว่านำพรรคการเมืองทุกพรรคมาและให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นหลักในการจัดการเรื่องนี้ แต่ก็พูดไม่ชัดว่าจะก่อนหรือหลังเลือกตั้ง และไม่ได้พูดเจาะจงว่าจะให้ใครเป็นนายกฯ รูปแบบจัดตั้งรัฐบาลเป็นอย่างไร

 

“หากเป็นก่อนเลือกตั้งในทางปฏิบัติคงไม่ง่าย เพราะพรรคการเมืองต่างๆ มีความลังเลเป็นพื้นฐานอยู่แล้วว่าจะเข้าร่วมได้อย่างไร จะเลือกกี่พรรคเข้าไปร่วม ถามว่าความชอบธรรมอยู่ตรงไหน เพราะไม่มี ส.ส. และหากจะจัดตั้งรัฐบาลก่อนเลือกตั้งจะต้องเปลี่ยนโรดแมปหรือไม่ ซึ่งหากเปลี่ยนโรดแมป มีแต่จะทำให้ความเชื่อมั่นเชื่อถือในประเทศลดลง และไม่เป็นผลดีนัก” นายอภิสิทธิ์กล่าว

 

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า หากจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติหลังเลือกตั้ง ก็ยืนยันตลอดว่าเราควรเคารพประชาชน เพราะเมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้วจะรู้ล่วงหน้าว่าทุกพรรคจะไปเป็นรัฐบาลจะเลือกตั้งทำไม เพราะเลือกมาแล้วก็ได้แบบนี้ ซึ่งไม่ใช่หลักของประชาธิปไตย โดยขอย้ำถึง 2 ประเด็น คือ 1.รัฐบาลหลังการเลือกตั้งต้องเป็นรัฐบาลรวบรวมจากเสียง ส.ส.เกิน 250 คนเป็นหลัก และ ส.ว. 250 คน ไม่ควรไปฝืนการรวมตัวของ ส.ส.เกิน 250 คน และ 2.วันนี้ที่ทุกอย่างมองว่ามันคือทางตัน เพราะส่วนใหญ่เรากำลังมองบุคคลกับพวก แต่ไม่พูดถึงทิศทางประเทศและนโยบายในการแก้ปัญหา ถ้าเราหันกลับมามองปัญหาประเทศ ยึดประชาชนเป็นตัวตั้ง เราอาจเจอทางออกก็ได้

 

เมื่อถามว่า สิ่งที่นายพิชัยเสนอแปลได้ว่าเป็นการจัดตั้งรัฐบาลก่อนเลือกตั้ง เท่ากับคนที่มีอำนาจในปัจจุบันต้องเป็นคนดึงกลุ่มพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อาจมีบางคนที่เห็นด้วย แต่ขณะนี้คนไม่ต้องการเห็นความไม่แน่นอน เพราะไม่รู้ว่ารัฐบาลที่ตั้งขึ้นใหม่จะอยู่นานเท่าไหร่ ที่สำคัญความอันตรายอย่างหนึ่งของรัฐบาลแห่งชาติ คือขาดการตรวจสอบ ยิ่งไปกว่านั้น พล.อ.ประยุทธ์ก็อยู่ในฐานะลำบาก เพราะโจมตีนักการเมืองบ่อยมาก วันดีคืนดีคนที่เคยบอกว่าไม่ดี แล้วดีอย่างไรจึงต้องนำไปอยู่ในรัฐบาล การจะบอกว่าข้อเสนอดังกล่าวเป็นความตั้งใจดีไม่ให้เกิดความขัดแย้ง ขอบอกว่าความขัดแย้งไม่ได้เกิดจากพรรคการเมือง แต่ประชาชนต่างหากคือผู้ที่ให้คำตอบ

 

“พล.อ.ประยุทธ์ต้องยืนยันในแนวทางและโรดแมปที่วางไว้ และสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ในแง่ พล.อ.ประยุทธ์ในขณะนี้คือ ทำความเข้าใจกับพรรคการเมืองมากกว่าว่าหลังการเลือกตั้ง ถ้าบ้านเมืองจะกลับสู่ประชาธิปไตย อะไรบ้างที่พรรคการเมืองจะแสดงออกให้เห็นว่าจะไม่นำไปสู่ปัญหาเดิมๆ” นายอภิสิทธิ์กล่าว

 

หัวหน้าพรรค ปชป.ยังกล่าวถึงข่าวนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) จะจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ว่า นายสุเทพไม่ปฏิเสธทางเลือกที่จะตั้งพรรค แต่ไม่ชัดเจนถึงกับบอกว่าจะตั้ง และขณะนี้ไม่มีใครใน ปชป.ที่แสดงความจำนงไม่ทำงานกับพรรคต่อ แม้กระทั่งหลายคนในแกนนำ กปปส.ก็ยังยืนยันว่าจะทำงานกับ ปชป. ถ้านายสุเทพตั้งพรรคเราต้องดูว่าแนวทางคืออะไร ซึ่งยังไม่ทราบว่าพรรคที่จะตั้งขึ้นเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ หรือไม่ ตอนนี้ยังมีเพียงคำว่าถ้าเท่านั้น วันนี้ ปชป.จะเดินหน้าทางเลือกของประเทศว่าจะไปทางไหน คนอื่นจะทำอะไรก็เป็นสิทธิ์ของคนอื่น

 

ชพน.แบะท่าหนุน

 

“ถ้านายสุเทพตั้งพรรคเราต้องฟังว่าตั้งด้วยวัตถุประสงค์อะไร ตอนนี้ได้ยินอย่างเดียวว่าสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้นคนที่จะตอบว่าได้คือประชาชน และหาก พล.อ.ประยุทธ์ยินยอมให้เสนอชื่อ ก็เท่ากับรู้เห็นให้นายสุเทพจัดตั้งพรรค” นายอภิสิทธิ์กล่าว

 

ขณะที่ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวว่า เราได้เห็นบทเรียนจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมาแล้ว ชพน.จึงเห็นว่าพรรคการเมืองทุกพรรคควรต้องมีความร่วมมือกันอย่างจริงจังและจริงใจ ลืมอดีตแห่งความขัดแย้ง และร่วมมือกันสู่การแก้ไขปัญหาของประเทศชาติให้ลุล่วง จะเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนมีความสุขที่สุด รูปแบบของรัฐบาลหลังการเลือกตั้งจะต้องเป็นรัฐบาลที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ นักลงทุนมีความมั่นใจ รัฐบาลต้องมีเสียงข้างมากเป็นพิเศษมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดเสถียรภาพอย่างแท้จริงในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ให้ลุล่วง รัฐบาลต้องเป็นศูนย์กลางของความปรองดองที่ได้รับความร่วมมือและเข้าได้กับทุกฝ่าย

 

“อยากให้ทุกพรรคการเมืองปลดล็อกเงื่อนไขต่างๆ ซึ่งกันและกัน เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถทำงานร่วมกันได้ ไม่ว่าจะในฐานะรัฐบาลหรือในฐานะฝ่ายค้าน ส่วนจะนำไปสู่การเป็นรัฐบาลแห่งชาติหรือไม่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของบ้านเมืองในขณะนั้น พรรคชาติพัฒนายินดีให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อสร้างทางออกให้ประเทศไทยร่วมกัน” นพ.วรรณรัตน์ระบุ

 

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ย้ำว่า โรดแมปการเลือกตั้งรัฐธรรมนูญได้กำหนดวันเวลาไว้อยู่แล้วนับได้ก็ราวๆ กลางปี 2561 แต่กลุ่มอำนาจนิยมทำเป็นเรื่องมาก ทั้งที่วันนี้การแก้ปัญหาปากท้องประชาชนยังย่ำแย่พี่น้องเดือดร้อนทั่วไป ทางที่ดีควรจัดการเลือกตั้งให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน หรือหากจะดันทุรังอ้างโน่นอ้างนี่ก็สุดแท้แต่จะพากันแสดงธาตุแท้อะไรออกมา

 

“ส่วนกรณีอดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์บางคนออกมากล่าวว่าไม่ร่วมมือกับพรรคเพื่อไทยหากมีระบบทักษิณดำรงอยู่ อยากจะบอกว่าหากระบบทักษิณมีจริงก็เป็นนโยบายที่ประชาชนได้ประโยชน์ ช่วยพยุงฐานะและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้น พรรคเดินตามวิถีทางประชาธิปไตย ไม่อิงแอบกับกลุ่มอำนาจนอกระบบ พรรคจะจับมือกับประชาชนที่รักความเป็นธรรมและเคารพต่อผลการเลือกตั้ง ไม่เป็นประเภทขี้แพ้แล้วพาล เพราะเป็นการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน” นายสมคิดระบุ.

 

ที่มา ไทยโพสต์ออนไลน์ 

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License