ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
บทความใน นสพ.แนวหน้า เรื่อง "การกำจัดคนดีก็คือการส่งเสริมคนชั่ว!" วันที่ 9 ก.ย.60 พิมพ์ อีเมล
บทความ - บทความพิเศษ
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันศุกร์ที่ ๐๘ กันยายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๐:๐๒ น.

     หลังจากนายกรัฐมนตรีได้แถลงรับรองต่อประชาชนว่าอดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นคนดี มีความสามารถ มีความตั้งใจในการทำงาน จะไม่มีการโยกย้ายผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็ก่อให้เกิดความยินดีปรีดาแก่ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ 

     ด้วยความหวังว่าการปราบปรามการโกงวัด โกงชาติ โกงศาสนา ทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้คนในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและในมหาเถรสมาคม รวมถึงเจ้าคณะและเจ้าอาวาสหลายเรื่องหลายกรณีจะได้รับการชำระสะสาง เพื่อความจำเริญของพระพุทธศาสนาสืบไป 

     ประชาชนแซ่ซ้องสาธุการเพราะเชื่อว่าเมื่อมีการตรวจพบการทุจริตจำนวนมาก ซึ่งจำแนกได้เป็นสองรายการสำคัญแล้ว หากมีการสอบสวนจัดการกับพวกคนโกงทั้งหลายอย่างจริงจังดังที่ปรากฏเป็นข่าว ก็จะสามารถชำระสะสางความโสโครกทั้งหลายที่เกิดขึ้นในวงการพระพุทธศาสนาและในสังฆมณฑล ซึ่งจะเป็นผลทำให้พระพุทธศาสนาและสังฆมณฑลมีความมั่นคงเป็นที่ศรัทธาของประชาชนสืบไป 

     เพราะผลการตรวจสอบขององค์กรอิสระและหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบในเรื่องการทุจริตได้ตรวจสอบพบว่า เรื่องโสโครกทั้งหลายที่เกิดขึ้นและเกี่ยวข้องกับวงการพระพุทธศาสนาที่ต่อเนื่องมายาวนานนั้นมีสาเหตุใหญ่จากการทุจริตทั้งสิ้น 

     การทุจริตที่เกิดขึ้นและตรวจสอบพบสองรายการ ประกอบด้วย 

     รายการแรก การทุจริตเงินงบประมาณแผ่นดินที่มีการจัดตั้งขึ้น เพื่อใช้เงินงบประมาณแผ่นดินนี้ในการบำรุงบูรณะวัดวาอารามและศาสนสถานต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นวงเงินรวมกันหลายพันล้านบาท 

     ลักษณะการทุจริตคือมีการสมคบกันให้ตั้งเรื่องขอเบิกงบประมาณบูรณะและบำรุงวัดและศาสนสถาน และมีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณนั้นจากทางราชการแก่ทางวัด ซึ่งจะมีการจ่ายเงินผ่านผู้มีอำนาจของวัด 

     หลังจากมีการจ่ายเงินแก่ทางวัดแล้วก็จะมีการคืนเงินให้แก่เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจเกี่ยวข้องในอัตราถึง 80% ของเงินงบประมาณที่จ่ายไป และมีการตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจได้ทุจริตรับเอาเงินนั้นและอาจมีการแบ่งปันกันเป็นลำดับชั้นสำหรับผู้คนที่เกี่ยวข้อง 

     มีการตรวจสอบพบการทุจริตแบบนี้กว่าร้อยเรื่อง เกี่ยวข้องกับผู้คนหลายร้อยคน ทั้งคนหัวโล้นและคนหัวดำ หัวขาว ในขณะที่ประเทศได้สูญเสียงบประมาณไปแล้ว แต่กลับมิได้นำไปใช้เพื่อการบำรุงบูรณะวัดวาและศาสนสถานต่างๆ ตามที่ได้เบิกเงินไป 

     นี่คือการโกงวัด โกงชาติ โกงศาสนา ที่ผู้เกี่ยวข้องหรือผู้ต้องหามีทั้งคนห่มเหลือง และคนไม่ห่มเหลือง แต่จะต่อท่อส่งกันไปถึงไหนย่อมเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบกันต่อไป 

     รายการที่สอง เป็นการทุจริตเกี่ยวกับโครงการสนับสนุนโรงเรียนปริยัติธรรม ซึ่งได้มีการตั้งงบประมาณอุดหนุนแก่วัดหรือสำนักสงฆ์ที่มีการจัดตั้งโรงเรียนปริยัติธรรม เพื่อวัตถุประสงค์ในการอบรมสั่งสอนพระปริยัติธรรมแก่เด็ก เยาวชน และคนทั้งหลายให้มีความรู้ในเชิงปริยัติในพระพุทธศาสนา โดยตั้งงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนตามจำนวนนักเรียนปริยัติธรรมเป็นรายหัว 

     จากการตรวจสอบของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่พบว่า มีการสมคบกันทุจริตเงินงบประมาณส่วนนี้ในสองลักษณะ คือ 

     ลักษณะแรก มิได้มีการตั้งโรงเรียนปริยัติธรรมจริง หรือมีแต่ชื่อโรงเรียนปริยัติธรรมเพราะเลิกร้างกันไปนานแล้ว และมิได้มีการสอนปริยัติธรรมกันจริง ๆ แต่สมคบกันเบิกจ่ายงบประมาณโดยยกเมฆเสกตัวเลขว่ามีนักเรียนจำนวนเท่านั้นเท่านี้ แล้วเอางบประมาณไปแบ่งปันกันดื้อ ๆ 

     ลักษณะที่สอง มีการตั้งโรงเรียนปริยัติธรรมจริง แต่มีการยกเมฆเสกตัวเลขนักเรียนปริยัติธรรมเกินจำนวนที่เรียนจริง เช่นมีนักเรียนปริยัติธรรม 30 คน แต่ตั้งตัวเลขเพื่อโกงงบประมาณว่ามีนักเรียนปริยัติธรรมถึง 300 คน เป็นต้น 

     ผลการตรวจสอบพบว่ามีการทุจริตโกงเงินงบประมาณในลักษณะนี้ไปแบ่งปันกันหลายร้อยคดี และมีผู้คนเกี่ยวข้องหลายร้อยคน 

     เมื่อผลตรวจสอบปรากฏและปรากฏความว่าเกี่ยวข้องกับผู้คนทั้งในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และบรรดาเจ้าอาวาสหรือเจ้าคณะที่เกี่ยวข้องหลายคน หลายรูป ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจึงได้แถลงข่าวอันเป็นปกติที่ต้องบอกกล่าวให้ประชาชนรู้ 

     แค่นั้นแหละก็เกิดเสียงก่นด่า ต่อต้าน ขับไล่ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกันยกใหญ่ ตั้งข้อกล่าวหาว่าทำให้เกิดความเสียหายแก่พุทธศาสนาและคณะสงฆ์ แล้วกดดันกันเป็นการใหญ่เพื่อขับไล่ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่และเรียกร้องให้หยุดดำเนินการในทันที 

     จึงเป็นเหตุให้ประชาชนทั่วประเทศออกโรงปกป้องผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและเรียกร้องให้ชำระสะสางเรื่องนี้ให้กระจ่าง กระแสเรียกร้องก้องกระหึ่มไปทั่วประเทศ จึงทำให้นายกรัฐมนตรีต้องแถลงรับรองว่าไม่โยกย้าย 

     แต่แล้วก็มีการโยกย้ายผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจนได้! แม้ว่าข่าวคราวจะปรากฏว่าย้ายไปเพื่อความเจริญในหน้าที่ราชการก็ตามที แต่ประชาชนย่อมวิตกกังวลว่าการกลบเกลื่อนหรือปกปิดการทุจริตงบประมาณแผ่นดินรายใหญ่รายนี้กำลังจะถูกกลบฝัง ซึ่งเป็นการทำลายความยุติธรรมของประเทศ เป็นการทำลายพระพุทธศาสนาให้ย่อยยับต่อไปในอนาคต 

     เพราะคนทั้งหลายย่อมเข้าใจว่าการกำจัดคนดีออกจากอำนาจก็คือการส่งเสริมคนชั่วให้ทำชั่วต่อไปนั่นเอง แล้วจะทำอย่างไรกันดี!

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๕:๔๐ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License