ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
บทความใน นสพ.แนวหน้า เรื่อง "ถึงเวลาหยุดปลูกป่า!" วันที่ 6 ก.ย.60 พิมพ์ อีเมล
บทความ - บทความพิเศษ
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันจันทร์ที่ ๐๔ กันยายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๐:๕๓ น.

     วันนี้เป็นวันแรม  1 ค่ำ เดือน 10 เหลือเวลาอีกประมาณ 45 วัน ก็จะถึงวันออกพรรษาแล้ว หมายความว่าฤดูฝนกำลังจะสิ้นสุดลง แต่ทว่ายังปรากฏข่าวอยู่ไม่ได้ขาดว่าหน่วยราชการบางหน่วยยังรณรงค์หรือเตรียมการปลูกป่ากันอยู่ 

     ก็ต้องเตือนกันดัง ๆ ว่าหยุดปลูกป่าได้แล้ว เทศกาลหน้าฝนกำลังจะหมดแล้ว หน้าแล้งกำลังจะมาแล้ว ขืนปลูกป่าตั้งแต่นี้ไปต้นไม้ที่ปลูกก็จะตายหมด จะสูญเสียทั้งงบประมาณและแรงกำลังที่ทุ่มเทลงไป 

     ถ้าหากทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็ขอให้อ่านบทความนี้ให้จบ แต่ถ้ารู้แล้วยังทำไปก็ต้องกล่าวหากันว่าเป็นการผลาญงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งทำกันมาช้านานแล้ว ดังที่เขาว่ากันว่าหน้าแล้งปลูกป่า หน้าฝนดับไฟป่า ซึ่งหมุนเวียนเปลี่ยนกันมาแบบนี้จนสูญสิ้นงบประมาณหลายหมื่นล้าน ป่าก็ยังไม่เกิดสมบูรณ์ และไฟก็ยังไหม้ป่าอยู่ทุกปี 

     ไมถึงต้องเตือนกันให้หยุดปลูกป่าในตอนนี้? 

     เพราะว่าพันธุ์ไม้ที่จะใช้ปลูกป่านั้นเป็นพันธุ์ไม้ยืนต้น ซึ่งต้องใช้เวลากว่ารากจะหยั่งลึกลงดิน ซึ่งปกติจะต้องปลูกกันก่อนย่างเข้าฤดูฝน ถ้าจะให้ดีก็ต้องปลูกในวันถัดจากวันการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณหมายให้ปลูกข้าว ปลูกพืชไร่ และพืชสวนทั้งหลาย เพราะเมื่อปลูกแล้วฤดูฝนมาถึงก็ไม่ต้องรดน้ำให้ได้ยากลำบากหรือสิ้นเปลืองทุนรอน 

     ตลอดช่วงระยะเวลาฤดูฝน 3-4 เดือน ต้นไม้ที่ปลูกป่าก็จะค่อย ๆ คลายรากจากที่เพาะชำไว้ ครั้นได้น้ำฝนเต็มที่ รากก็จะแผ่กระจายและหยั่งลึกลงไป 

     สำคัญนั้น ในช่วงฤดูฝนเป็นช่วงฤดูกาลที่เซลล์ของต้นไม้ต่าง ๆ ขยายตัว แตกตัว ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ ราวกับว่าพืชพันธุ์เหล่านั้นได้รู้ฤดูกาลและเทศกาลที่จะขยายตัวเติบโตเป็นอย่างดี 

     ดังนั้นเมื่อสิ้นฤดูฝนรากก็จะแผ่กว้างและหยั่งลึกลงไปนับเป็นฟุตหรือกว่าฟุต ในขณะที่ลำต้น กิ่ง ใบ ก็จะพุ่งสูงใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว นั่นเป็นอาการธรรมดาธรรมชาติของพืชพันธุ์ทั้งหลายที่จะเจริญเติบโตงอกงามในเทศกาลฤดูฝน 

     ครั้นพระออกพรรษาไปแล้ว ฝนก็จะสร่างซาลงไป และเข้าสู่เทศกาลหน้าแล้ง สำหรับประเทศไทยก็ให้สังเกตจากการเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกตจากเครื่องทรงฤดูฝนเป็นเครื่องทรงฤดูหนาว เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จไปทรงเปลี่ยนเครื่องทรงวันเวลาใด นับแต่วันเวลานั้นนั่นแหละให้ถือได้ว่าประเทศไทยได้เปลี่ยนฤดูกาลจากฤดูฝนเป็นฤดูแล้งแล้ว 

     และเมื่อเทศกาลหน้าแล้งมาถึง พื้นผิวดินที่ชุ่มอยู่ก็จะค่อย ๆ แห้งเหือดไป เริ่มตั้งแต่ผิวดินจะค่อย ๆ แห้งผากลง แผ่นดินก็จะยึดตัว ซึ่งจะเป็นสัญญาณเตือนต้นไม้ที่ปลูกว่าฤดูแล้งกำลังมาถึงแล้ว 

     ต้นไม้ทั้งหลายก็จะมีธรรมดาธรรมชาติว่าเมื่อได้รับสัญญาณเช่นนั้นแล้วก็จะต้องปรับตัวเพื่อให้มีชีวิตรอดอยู่ได้โดยอาการสองอย่างคือ 

     อย่างแรก จะหยุดการเจริญเติบโต กิ่ง ก้าน ใบ จะหยุดการเติบโตลง และสำหรับพืชบางชนิดก็เตรียมรับฤดูแล้งด้วยการเตรียมการผลัดใบ จนกระทั่งสลัดใบเหลือแต่ลำต้นและกิ่ง ซึ่งจะพบเห็นได้โดยทั่วไป โดยเฉพาะแถบภูเขา หรือโคนสูง 

     การดังนั้นก็เพราะว่าเมื่อผลัดใบแล้ว ใบไม้ก็จะไม่สันดาบ ความต้องการน้ำก็จะลดน้อยถอยลงไปโดยลำดับ จึงสามารถถนอมน้ำไว้ในลำต้นและรากเพื่อมีชีวิตยืนยาวไปตลอดชั่วฤดูแล้ง 

     พืชบางชนิดก็เตรียมการผลิดอกออกผลเพื่อจะได้รักษาเผ่าพันธุ์ไว้ในวันข้างหน้า นี่เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งซึ่งสังเกตได้ 

     อย่างที่สอง ความต้องการน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงลำต้นก็มีความจำเป็นอยู่ต่อไป ดังนั้นเมื่อได้รับสัญญาณจากความแห้งผากของพื้นผิวดิน ปลายรากที่หยั่งลึกลงไปในดินในช่วงฤดูฝนก็จะรีบขยายหยั่งลึกลงไปอีก เพื่อให้มีความยาว ความลึกลงไปถึงน้ำใต้ดินในช่วงฤดูแล้ง 

     ดังนั้นรากของไม้ยืนต้นที่ปลูกลงในต้นฤดูฝนจึงเติบโตหยั่งลึกลงไปใต้ผิวดินในลักษณะที่สมดุลกับความแห้งผากจากพื้นผิวดินลงไป 

     เมื่อฤดูแล้งมาถึงผิวดินก็จะค่อย ๆ แห้ง ๆ ลงไปทีละนิ้ว สองนิ้ว ปลายรากที่อยู่ใต้ดินสุดก็จะหยั่งลึกลงไปอย่างรวดเร็วทีละนิ้ว สองนิ้ว เช่นเดียวกัน จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งที่ต้นไม้นั่นแหละจะรู้ดีว่าสามารถดูดซับน้ำมาหล่อเลี้ยงลำต้นได้แม้ว่าฤดูแล้งจะมาถึงเต็มที่แล้ว 

     กล่าวได้ว่าต้นไม้มันรู้ดีว่าจะต้องหยั่งรากลึกลงไปเพียงไหนจึงจะสามารถดูดน้ำมาหล่อเลี้ยงลำต้นได้จนกว่าฤดูฝนใหม่จะมาถึง 

     เหตุนี้ต้นไม้ที่ปลูกป่าในช่วงต้นฤดูฝนจึงมีชีวิตรอดไปถึงฤดูฝนใหม่ และจะมีชีวิตรอดต่อไปเติบโตขึ้นเป็นต้นไม้ใหญ่ในวันข้างหน้า 

     ดังนั้นหากปลูกป่าช้ากว่าต้นฤดูฝนมากเท่าใด ก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากเท่านั้นว่าต้นไม้นั้นจะตายเสียเปล่า เพราะถ้าหากปลายรากหยั่งลึกลงไปไม่ทันการแห้งเหือดของผิวดิน พอถึงกลางหรือปลายฤดูแล้ง แผ่นดินแห้งลึกลงไปจนเลยปลายราก รากก็ไม่สามารถดูดน้ำขึ้นมาหล่อเลี้ยงลำต้นได้ ไม่ช้านานต้นไม้นั้นก็จะตาย ก็จะเป็นผลให้การปลูกป่าที่ล่าช้าเสียหายไม่ได้ผล 

     บัดนี้เหลือเวลาอีกเพียง 45 วัน ถ้าหากไปปลูกป่ากันตอนนี้ กว่ารากต้นไม้ที่เพาะชำไว้จะคลายตัวก็ถึงเทศกาลออกพรรษาเสียแล้ว หรืออย่างมากก็แค่ขยับตัวเพื่อจะขยายรากให้แผ่กว้างหรือลึกลงไป 

     แต่คงไม่ทันการณ์เสียแล้ว เพราะเมื่อฤดูแล้งมาถึง พื้นผิวดินก็จะแห้งลึกลงไป สัปดาห์ละไม่น้อยกว่า 3-4 นิ้ว มีความเร็วยิ่งกว่าการขยายตัวหยั่งลึกลงไปของปลายราก ไม่ทันถึงกลางฤดูแล้ง พื้นดินที่แห้งก็จะแห้งลึกเลยกว่าปลายรากลงไป ต้นไม้นั้นก็จะไม่สามารถดูดน้ำมาหล่อเลี้ยงลำต้นได้ ก็จะตายเปล่าและเสียหายทั้งหมด 

     นี่คือต้นเหตุของความล้มเหลวในการปลูกป่าในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา 

     เหตุที่ล้มเหลวก็เพราะว่า จะมีการใช้งบประมาณปลูกป่ากันจริง ๆ จัง ๆ ก็ปลายปีงบประมาณ คือช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน เพราะถือว่าการปลูกป่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน หรือมิฉะนั้นก็เบิกงบปลูกป่าเมื่อเริ่มมีงบประมาณใหม่ เพราะงบประมาณปีก่อนได้นำไปใช้อย่างอื่นหรือใช้กันหมดแล้ว 

     ย้อนดูกันไปเถิดก็จะเห็นว่างบประมาณในการปลูกป่านั้นมักจะคลอดออกมาให้ได้ใช้สอยกันในช่วงเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน ซึ่งแม้แค่เดือนสิงหาคมหรือกันยายนก็เป็นปลายฤดูฝนแล้ว ปลูกเท่าไหร่ก็ตายเท่านั้น 

     ไม่ต้องพูดถึงการเบิกงบประมาณไปปลูกป่าตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ซึ่งเข้าเทศกาลหน้าแล้งแล้ว ในพลันที่ปลูกก็ต้องรดน้ำ และรดได้แค่วันสองวันก็ต้องเลิก หลังจากนั้นไม่ถึงเดือนกล้าไม้ที่ปลูกไว้ก็แห้งตายจนหมดสิ้น 

     ที่หน้าด้านทนมีชีวิตอยู่ก็จะตายด้วยไฟป่าไหม้ในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ของปี 

     นี่คือต้นเหตุและเหตุผลของความล้มเหลวในการใช้งบปลูกป่าและในการปลูกป่าที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้ก็ยังทำกันอยู่ 

     ดังนั้นเพื่อประหยัดไม่ต้องเสียเวลา ไม่ต้องลงแรง และไม่ต้องเสียงบประมาณ ทั้งเป็นการป้องกันความเสียหายไม่ให้เกิดขึ้นเหมือนอดีต ทั้งรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องกำชับกำชากันให้หยุดปลูกป่าไว้โดยพลัน และค่อยเริ่มต้นกันใหม่ในช่วงการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในราวเดือนพฤษภาคม ปีหน้า 

     ก็เตรียมแผนใช้งบประมาณ เตรียมแผนเพาะกล้าไม้กันไว้ให้พรั่งพร้อม รวมทั้งเตรียมแผนพื้นที่ที่จะปลูกป่าให้แน่นอน ชัดเจน เพื่อจะได้ทำการปลูกป่าให้ได้ผลอย่างพร้อมเพรียงกันต่อไป.

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License