ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
คสช.เมินปลดตรวนพรรคการเมือง พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ไทยโพสต์ออนไลน์   
วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๖:๒๗ น.
“มีชัย” ย้อน "สมชัย" หากยังมีการซื้อเสียงกกต.ต้องรับผิดชอบเอง ชี้ที่ผ่านมามีทุจริตมาก ยันสูตรแยกเบอร์ทำเพื่อประชาชน ด้านสมชัยเหน็บเกิดทันยุคเลือกตั้งบัตรเดียว แต่ไม่หัวโบราณย้อนกลับไปใช้แบบนั้น อวย 34 สนช.ยื่นศาล รธน.ตีความ กม.ผู้ตรวจฯ ซัดฟังไม่ขึ้น อ้างผู้ตรวจมาตาม รธน.50 จึงให้อยู่ต่อ แต่กลับโละ กกต. "บิ๊กป้อม" ย้ำยังไม่ปลดล็อก "เพื่อแม้ว" ประชด เอาที่ท่านสบายใจก็แล้วกัน

ที่รัฐสภา วันที่ 9 สิงหาคม นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกระแสวิจารณ์ในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งมีคำถามว่า กรธ.ยกร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อใคร ว่าคนที่ได้ประโยชน์คือประชาชน ให้ระบบการเลือกตั้งไม่ง่ายต่อการซื้อเสียง แต่ก็ไม่ใช่จะมาบอกว่าวิธีนี้การซื้อเสียงจะหมดไป และถ้าใครมีวิธีที่ดีกว่านี้ ก็ขอให้บอกมาที่ กรธ.

“คนที่ต้องรับผิดชอบคือ กกต. เพราะ กรธ.ไม่ได้จัดการเลือกตั้ง และที่ผ่านมาก็มีการทุจริตกันเยอะ” นายมีชัยกล่าวเมื่อถามว่าล่าสุดมีคนออกมาท้าว่าถ้าแก้ปัญหาทุจริตไม่ได้ กรธ.ต้องรับผิดชอบ

ทั้งนี้ เมื่อวันอังคาร นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ว่า คนที่บอกว่าทำแบบนี้แล้วการซื้อเสียงจะหมดไป กล้าไหมที่จะบอกว่าถ้าการซื้อเสียงยังเกิดขึ้นมากกว่าเดิมจะรับผิดชอบอย่างไร

นายมีชัยกล่าวถึงกรณีกลุ่ม 34 สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ลงชื่อยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ..... ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จากกรณีที่ประชุมใหญ่ สนช.มีมติให้ประธานและผู้ตรวจการแผ่นดินอยู่ในวาระต่อจนครบวาระ ซึ่งอาจจะขัดกับคุณสมบัติในรัฐธรรมนูญปี 60 ว่า สนช.สามารถยื่นได้เลย เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีดังกล่าว ไม่ต้องรอดูท่าทีของ กรธ. เพราะเราเพียงแต่สงสัยตรงนี้เท่านั้น ซึ่งตรงนี้ก็เป็นทางเลือกของเขา ก็เหมือนกับที่เราเซตซีโรคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) ก็เป็นคนละเหตุผลกับกรณีของ กกต. ตรงนี้ก็ขึ้นกับ สนช.

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการแยกเบอร์ผู้สมัคร ส.ส.รายเขต ในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า วันนี้ต้องทำใจ เพราะสถานการณ์ไม่เป็นประชาธิปไตย จะหวังให้การร่างรัฐธรรมนูญ กฎหมายลูกให้เลิศเป็นประชาธิปไตยคงไม่ได้ จึงอยู่ที่พรรคการเมืองกับนักการเมืองรับได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าไม่เต็มใจรับกติกา ก็ไม่ต้องเล่น เป็นสิทธิโดยชอบธรรม การออกแบบให้แยกเบอร์ผู้สมัครเป็นรายเขตนั้น จะทำให้ กกต.ทำงานยาก โดยเฉพาะการนับคะแนน พรรคการเมืองจะรณรงค์หาเสียงลำบากขึ้น ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์บัตรเลือกตั้งจะสูงขึ้น และจะทำให้ประชาชนเกิดความสับสน

"อย่างใน กทม.มีเขตเลือกตั้ง 34 เขต พรรคการเมืองหนึ่งอาจจะได้เบอร์ผู้สมัครแต่ละเขตอาจไม่เหมือนกันเลยก็ได้ ถือเป็นความยุ่งยาก จึงคิดว่าสิ่งใดที่เคยทำกันมาจนเป็นวัฒนธรรมจะง่ายกว่า ไม่ซับซ้อน ส่วนเหตุผลของ กรธ.ในการป้องกันการทุจริตนั้น คิดว่าคนตั้งใจจะทำความผิด ต่อให้ออกกฎหมายซับซ้อนแค่ไหนก็ทำผิดอยู่ดี วันนี้นักการเมืองรู้แล้วว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร ดังนั้นจึงขอให้ไว้ใจกัน การอยู่ด้วยเคลือบแคลง อย่าออกกติกากำจัดพรรคการเมืองหรือนักการเมืองด้วยการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม เพราะประเทศไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง" นายสมศักดิ์กล่าว

นายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ตนพร้อมยอมรับต่อกติกาเลือกตั้งที่เป็นธรรมกับทุกพรรคการเมืองที่ กรธ.จัดทำ ส่วนประเด็นของการเลือกตั้งที่เคยใช้หมายเลขผู้สมัคร ส.ส.ต่างเขตต่างเบอร์นั้น ที่ผ่านมาเคยมีเกิดขึ้นมาก่อน แต่การนำมาใช้อีกครั้งควรพิจารณาทั้งจุดดี จุดไม่ดีให้รอบคอบ ส่วนนักการเมือง ฐานะผู้ปฏิบัติต้องยึดตามกติกา

ไม่หัวโบราณใช้แบบเดิม

ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวถึงนายมีชัย ฤชุพันธ์ ต่อกรณีการพิจารณาร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส.ว่า อาจารย์มีชัยเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ เป็นมือร่างกฎหมายระดับต้นๆ ของประเทศ เป็นผู้รอบรู้รอบด้าน ไม่ควรเอาความคิดเห็นของตนเองเป็นหลักในการร่างกฎหมาย การพิจารณากฎหมายต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายว่าเห็นอย่างไร เพื่อทำให้กฎหมายนั้นสมบูรณ์ ไม่ใช่ร่างกฎหมายเพื่อประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง ตนก็เกิดทันในยุคที่การเลือกตั้งใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว แต่ไม่ได้หัวโบราณที่จะย้อนกลับไปใช้แบบนั้น

ส่วนกรณีสมาชิก สนช. 34 คนเข้าชื่อยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้วินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญผู้ตรวจการแผ่นดิน ประเด็นให้ผู้ตรวจการแผ่นดินอยู่ครบวาระ เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นช่องทางที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้วว่า สนช.จำนวน 1 ใน 10 หรือนายกรัฐมนตรี หากเห็นว่าร่างกฎหมายมีเนื้อหาสาระขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ก็สามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ เชื่อว่าศาลจะรับไว้พิจารณา เพราะถ้าไม่รับ ศาลน่าจะมีปัญหา ซึ่งก็ต้องชี้แจงเหตุผลที่มีน้ำหนักให้สังคมรับทราบ ส่วนเนื้อหาจะขัดเจตนารมณ์หรือไม่ เป็นดุลยพินิจของศาล ตนไม่ขอก้าวล่วง

นายสมชัยกล่าวว่า ประเด็นนี้ สนช.อธิบายต่อสังคมให้ได้ว่าเหตุผลคืออะไร เพราะจะเป็นบรรทัดฐานให้กับ สนช.ในการพิจารณาร่างกฎหมายว่าทำไมต้องแตกต่างกัน ทั้งที่เป็นกฎหมายองค์กรอิสระเหมือนกัน แต่ส่วนตัวก็เห็นด้วยที่ สนช. ยื่นให้ศาลพิจารณา แม้จะมองว่าประเด็นที่ยื่นไม่ได้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำรงตำแหน่งต่อไปได้

"การออกกฎหมายก็ต้องมีเหตุมีผลเท่าเทียมกันทุกองค์กร การมาอ้างว่าผู้ตรวจการแผ่นดินมาจากรัฐธรรมนูญ 50 จึงให้อยู่ต่อ ประโยคนี้ใช้ไม่ได้ ฟังไม่ขึ้น เพราะ กกต.เองก็มาจากรัฐธรรมนูญ 50 เหมือนกัน การออกกฎหมายอย่างนี้จึงใช้ไม่ได้" นายสมชัยกล่าว

เมื่อถามว่า จะมีการเรียกร้องให้ สนช.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง พ.ร.ป.กกต.ประเด็นเซตซีโรหรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า เข้าใจว่าเลยกรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนดว่าต้องยื่นภายใน 10 วันหลังจากร่างกฎหมายผ่านการพิจารณาวาระ 3 ของที่ประชุม สนช. ส่วนในอนาคตเมื่อร่างกฎหมายดังกล่าวประกาศใช้ กกต.จะใช้สิทธิยื่นอีกครั้งยังตอบแทนไม่ได้ เพราะต้องเข้าที่ประชุมหารือกันก่อนแล้วจึงออกเป็นมติ กกต.

"ในส่วนประเด็นอำนาจ กกต. ระงับยับยั้งการเลือกตั้งกรณีพบทุจริต และประเด็น กกต.มีอำนาจจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นได้เองหรือไม่ เมื่อร่าง พ.ร.ป.กกต.ประกาศใช้แล้ว ที่ประชุม กกต.ก็ควรจะได้พิจารณาอีกครั้งว่าจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกหรือไม่ ซึ่งส่วนตัวก็เห็นว่า ถ้า กกต.รักองค์กร รักประเทศชาติ บทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวจะทำให้ กกต.ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งให้สุจริตยุติธรรมได้ เราก็ต้องยื่น อย่ามองว่ายื่นแล้วเป็นการตีรวน แต่ยื่นให้ตีความกฎหมายเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน" นายสมชัย กล่าว

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี สนช.ส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาให้รัฐบาลแล้วว่า ขณะนี้รัฐบาลได้รับร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวแล้ว อยู่ในขั้นตอนของสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ซึ่งยังไม่ทราบว่า จะมีการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเมื่อใด ส่วนการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปที่ต้องให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนั้น รายชื่ออยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.แล้ว แต่ยังไม่ครบทั้งหมด จะทยอยตั้งบางส่วนก่อน

เอาที่ท่านสบายใจ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงแนวโน้มการปลดล็อกให้พรรคการเมืองแสดงความคิดเห็นได้หลัง สนช.ส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองให้รัฐบาลพิจารณาว่า ยังไม่มีการปลดล็อกพรรคการเมืองขณะนี้ ขอให้รอก่อน เพราะเรายังไม่รู้อะไรเลย ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่สงบและไม่นิ่งพอ และเรื่องคดีความต่างๆ ก็ยังไม่จบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองประกาศใช้แล้ว จำเป็นต้องให้พรรคการเมืองทำงานได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรถามกลับว่า "แล้วเขาประกาศใช้หรือยัง ก็ยัง วันนี้ยังไม่มีคำว่า ถ้า เพราะเขายังไม่ประกาศ ตอนนี้เรื่องปลดล็อกยังไม่รู้ ไว้ผมสบายใจแล้วผมจะปลดล็อกแล้วกัน"

ต่อข้อถามว่า ที่ระบุว่าสบายใจแล้วค่อยปลดล็อก แสดงว่าขณะนี้สถานการณ์ยังไม่น่าสบายใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตอนนี้มีทั้งเรื่องคดีความที่เราต้องดูกันอีก

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตรระบุว่า ยังไม่ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม สบายใจเมื่อไหร่จะปลดล็อกให้เองว่า น่าเสียดายที่ในช่วงนี้พรรคการเมืองต่างๆ ไม่สามารถทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้ อย่างเช่นการเกิดเหตุอุทกภัยในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พรรคการเมืองต่างๆ ไม่สามารถระดมสรรพกำลังเข้าไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถได้ เพราะเกรงว่าจะขัดคำสั่ง คสช. ซึ่งหากผู้ถืออำนาจมองบทบาทพรรคการเมือง นักการเมือง อย่างสร้างสรรค์ จะมีสมาชิกพรรคการเมืองจากพรรคต่างๆ หลายแสนคนทั่วประเทศออกมาเป็นแนวร่วมพลังเสริมในการทำกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมได้

"ทั้งที่ความมั่นคงทางการเมืองของรัฐบาลปัจจุบันถือว่ามีอยู่สูง ไม่มีใครสามารถทำให้รัฐบาลไร้เสถียรภาพได้ แต่เมื่อผู้ถืออำนาจรัฐยังไม่สบายใจ เราคงจะไม่ไปเรียกร้องหรือร้องขออะไรจากท่าน รอให้ท่านสบายใจก่อนค่อยทำกิจกรรมก็ได้ ทั้งที่โดยความเห็นส่วนตัวเมื่อกฎหมายพรรคการเมืองผ่านสภาแล้ว ควรต้องมีเวลาพอสมควรให้พรรคการเมืองเตรียมตัวเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง แต่เราคงไม่เรียกร้องอะไร ให้เป็นวิจารณญาณของท่าน จะปลดล็อกหรือไม่ปลดล็อก เอาที่ท่านสบายใจก็แล้วกัน" นายอนุสรณ์กล่าว.

ที่มา ไทยโพสต์ออนไลน์
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License