ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ปูหนาวกรรมคดีจำนำข้าว เมื่ออัยการมั่นใจพยานหลักฐานแน่น พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย แนวหน้าออนไลน์   
วันพุธที่ ๐๙ สิงหาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๙:๒๕ น.
นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน คณะทำงานในคดีที่สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหุ่นเชิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่คดีโครงการรับจำนำข้าวโดยปล่อยให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์เบื้องต้นกว่า 5 แสนล้านบาท เปิดเผยว่าขณะนี้ได้ร่างคำแถลงปิดคดีเพื่อยื่นต่อองค์คณะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ภายในกำหนดวันที่ 15 ส.ค.นี้แน่นอน โดยคำแถลงปิดคดีจะมีรายละเอียดจำนวนมากและครบถ้วนสมบูรณ์ในทุกประเด็น

สำหรับคดีประวัติศาสตร์นี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 25 ส.ค.นี้

อธิบดีอัยการกล่าวแสดงความมั่นใจในพยานหลักฐานที่ฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังไต่สวนพยานโจทก์และจำเลยครบทุกปากแล้ว

การที่จะประเมินเค้าลางแนวโน้มผลคำพิพากษาของศาลในวันที่ 25 ส.ค.นี้ นั้นต้องทำความเข้าใจในเบื้องต้นก่อนว่า ฝ่ายอัยการในฐานะโจทก์ไม่ได้ฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ฐานทุจริต แต่ฟ้องฐานที่เป็นนายกฯและเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ แต่กลับส่อเจตนาหรืออาจจะรู้เห็นเป็นใจปล่อยปละละเลยให้โครงการรับจำนำข้าวมีการทุจริตอย่างมโหฬารและสร้างความเสียหายแก่ประเทศอย่างร้ายแรง ทั้งๆที่หลายฝ่ายได้ทักท้วงและเตือน

หากยังจำกันได้ช่วงการดำเนินนโยบายโครงการรับจำนำข้าวยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ภายใต้สโลแกน“ทักษิณคิด ยิ่งลักษณ์ทำ” ด้วยการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดในราคาตันละ 15,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดถึงเท่าตัวทำให้รัฐบาลไทยกลายเป็นผู้ผูกขาดรับซื้อข้าวจากชาวนาทั้งประเทศมาเก็บไว้ปริมาณมหาศาลหลายสิบล้านตัน ซึ่งการรับจำนำข้าวที่ผิดหลักการรับจำนำอย่างสิ้นเชิงด้วยการกำหนดราคาสูงกว่าตลาดมากแน่นอนว่าชาวนาที่นำข้าวมาจำนำย่อมไม่ไถ่ถอนข้าวคืนแน่ ผลก็คือรัฐบาลต้องแบกรับภาระทางการคลังรับซื้อข้าวทุกเมล็ดมาเก็บไว้ในโกดังจนข้าวล้นประเทศขายไม่ออกรอเสื่อมสภาพ จนในที่สุดรัฐบาลถังแตกเกิดภาระหนี้เงินกู้มหาศาล ซึ่งองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ ธนาคารโลก หรือกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) ตลอดจนนักเศรษฐกิจระดับโลกหลายคนได้เตือนว่าโครงการรับจำนำข้าวจะนำไทยไปสู่หายนะ

นอกจากนี้หลายฝ่ายในไทยไม่ว่าจะเป็นสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงการคลังสมาคมผู้ค้าข้าว หรือพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นฝ่ายค้านขณะนั้นก็อภิปรายในสภาชี้ให้เห็นการทุจริตรวมทั้งผลกระทบอย่างร้ายแรงที่จะเกิดกับโครงการรับจำนำข้าว

แม้แต่ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร อดีตประธานที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ทักท้วงตักเตือน น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลายครั้งให้ทบทวนโครงการรับจำนำข้าวก่อนการคลังและวงจรข้าวของประเทศทั้งระบบจะพังพินาศ เพราะโครงการรับจำนำข้าวเปิดช่องให้มีการทุจริตอย่างมโหฬารและจะสร้างความเสียหายแก่ประเทศอย่างร้ายแรง โดย ดร.วีรพงษ์ ถึงกับเคยยื่นเอกสารคัดค้านโครงการรับจำนำข้าวกับมือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมกับให้สัมภาษณ์สื่อทำนายว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์จะพังเพราะโครงการรับจำนำข้าว

แม้กระทั่งเกิดกรณีชาวนาทั่วประเทศฆ่าตัวตายไปกว่า 10 ราย เพราะรัฐบาลยิ่งลักษณ์ถังแตกค้างค่าจำนำข้าวชาวนานานข้ามปี และมีชาวนาทั่วประเทศลุกฮือประท้วงทวงค่าจำนำข้าว แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กลับเมินเฉยต่อคำเตือนทั้งหลายยืนกรานเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าวต่อไปภายใต้การบงการของพี่ชาย

สำหรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ช่วงนี้ดูโหงวเฮ้งแล้วหม่นหมองเหมือนรู้ชะตากรรมตัวเองเพราะคนเรานั้นอาจสร้างภาพหลอกตัวเองไม่ได้ ที่ผ่านมาจึงเห็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ มักจะเดินสายบนบานศาลกล่าวไหว้พระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดต่างๆ หวังให้ตัวเองรอดพ้นชะตากรรม โดยล่าสุดไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ บ้านเกิด

แต่ตามหลักพุทธศาสนานั้นบาปบุญคุณโทษแยกบัญชีกันอย่างชัดเจนอย่างรู้เท่าทันพวกคนทำชั่วแต่หัวหมอ อย่างโจรบางคนปล้นฆ่าแล้วนำเงินที่ปล้นส่วนหนึ่งไปทำบุญหวังล้างบาปซึ่งเป็นคนละเรื่องและไม่มีผลต่อการล้างบาปแต่อย่างใด เพราะบาปส่วนบาป บุญก็ส่วนบุญแยกต่างหากจากกัน กล่าวคือ หากทำชั่วก็ต้องรับผลกรรมชั่วที่ก่อไว้ ส่วนหากทำบุญก็รับผลบุญที่ทำไว้ไม่สามารถนำมาหักกลบลบล้างกันแบบพวกหัวหมอได้

คดีโครงการรับจำนำข้าวถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ ที่ต้องจับตาเพราะอาจจะพิสูจน์หลักกฎแห่งกรรมตลอดจนสร้างบรรทัดฐานว่า ใครก็ตามไม่ว่ายิ่งใหญ่มีอำนาจอิทธิพลแค่ไหนหากสร้างความเสียหายแก่ชาติบ้านเมืองอย่างร้ายแรงต้องรับโทษตามความผิดไม่ลอยนวลเหมือนที่ผ่านๆ มา

ที่มา แนวหน้าออนไลน์
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License