ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
บิ๊กตู่ขู่เช็คบิลย้อนหลัง 20 ปี ของบปลูกป่าแต่ไร้ผลงาน พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย แนวหน้าออนไลน์   
วันอังคารที่ ๐๘ สิงหาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๕:๔๒ น.
นายกฯประยุทธ์ นำร่องปลูกต้นยางนา เปิดโครงการประชารัฐร่วมใจปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน ที่กรุงเก่า ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่สีเขียว 5 หมื่นไร่ทั่วประเทศ สั่งทส.ตรวจสอบย้อนหลัง 20 ปี ของบโครงการปลูกป่าฯแต่ไร้ผลเป็นรูปธรรมลั่นถ้าทำจริงจังตอนนี้ไทยคงมีป่าเต็มไปหมดแล้ว เผยปฎิบัติการคสช.ทวงคืนผืนป่าจากนายทุนคืบหน้า หยุดยั้งขบวนการทำลายทรัพยากรได้อื้อ

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 7 สิงหาคม ที่อาคารศูนย์การเรียนรู้การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต.มหาพรหมณ์ อ.บางบาล จ.พระ นครศรีอยุธยา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดโครงการประชารัฐร่วมใจปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรษาครบรอบ 65 พรรษา และร่วมกันสืบสานพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โดยมีพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)เข้าร่วมงาน

สำหรับโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายปลูกต้นไม้ให้ครบ 10 ล้านต้น ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด คาดจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้ 5 หมื่นไร่ โดยกระทรวงทรัพยากรฯ เป็นหน่วยงานหลักเตรียมต้นกล้าแจกจ่าย โดยมีข้าราชการ ประชาชนเข้าร่วมกว่า 2,000 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายกฯเดินทางมาถึงได้เข้าตรวจเยี่ยมพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้า และเป็นประธานกล้าไม้ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด อาทิ ผู้ว่าฯจ.สระบุรี ลพบุรี อ่างทอง นนทบุรี ปทุมธานีและจ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากนั้น นายกฯได้ลงมือปลูกต้นยางนา พร้อมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ร่วมกันปลูกต้นไม้ 10,000 ต้นนำร่องโครงการประชารัฐร่วมใจปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน

จากนั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นการทำงานเพื่อศึกษาแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์ทรรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ประเทศไทยโชคดีที่มีรัชกาลที่ 9และรัชกาลที่ 10 ที่ได้สั่งให้นำแนวทางของรัชกาลที่ 9 มาทำในทุกๆด้าน โดยทรงรับสั่งเสมอมาว่าทุกอย่างรัชกาลที่ 9 ได้ทำไว้หมดแล้ว ขอให้พวกเราช่วยกันต่อเติมและปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม ดังนั้น รัฐบาลจึงนำสิ่งที่ได้พระราชดำริมาดำเนินการ ทั้งการบริหารราชการแผ่นดิน การรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ โดยต้องไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน ซึ่งที่ผ่านมาการบังคับใช้กฎหมายอาจมีการปล่อยปละละเลย ทำให้การพัฒนาเดินหน้าไม่ได้ เราต้องการปลูกป่าเพิ่มขึ้นจาก 36% เป็น 40 % โดยต้องนำพื้นที่บุกรุกมาดำเนินการพร้อมดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยส่วนราชการต้องหาวิธีจัดการเรื่องเหล่านี้ให้ได้ ไม่ใช่จะบอกแค่ว่ารัฐบาลหรือ คสช. สั่งเพียงอย่างเดียว

นายกฯกล่าวต่อว่า เราได้ยินคำว่าปลูกป่าในใจคนเสมอมา และไม่รู้ว่าพวกตัดไม้ทำลายป่ามีคำนี้ในใจหรือไม่ เพราะคนที่ติดคุกคือคนรับจ้างตัดไม้ หรือทุกคนที่เกี่ยว ข้อง มีแต่คำว่าตัดไม้ในใจคน ซึ่งคนเหล่านี้ต้องกำจัดด้วยกฎหมาย เพื่อฟื้นฟูป่าให้ได้ 40% และต้องจัดให้คนอยู่ร่วมกับป่าให้ได้ ทั้งนี้ คสช.มีคณะกรรมการบริหารจัดการที่ดินแห่งชาติขึ้นมา เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรป่าด้วย โดยผู้ครอบครองจะไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่จะส่งเสริมให้เป็นที่ดินทำกิน ทั้งนี้ การปลูกป่าในใจคนต้องรักหวงแหนไม่ใช่ปลูกทิ้ง

“ขอให้กระทรวงทรัพย์ฯไปตรวจสอบการปลูกป่าว่า ที่ผ่านมานั้นมีการดำเนินการอย่างไรบ้าง ได้มีการติดตามหรือ ไม่ใช่ปลูกแล้วตาย แล้วมาของบประมาณกันใหม่ ทั้งนี้ การทำงานต้องมีความรับผิดชอบ มีผลสัมฤทธิ์ เพราะถ้าอ้างแผนการปลูกป่าตลอด 20 ปีที่ผ่านมา วันนี้ประเทศไทยคงมีป่าเต็มไปหมด”นายกฯกล่าว และว่า อยากแนะนำเรื่องการปลูกป่าว่า ต้องปลูกป่าในใจ ควรปลูกป่าในบ้าน ปลูกป่าในชุมชน ปลูกป่าเพื่อให้เชื่อมโยงกับป่าไม้ใหญ่ เพื่อเป็นแหล่งอาหารแก่มนุษย์และสัตว์ เมื่อคนได้ประโยชน์จากป่าก็จะช่วยกันปกปักรักษา และอยากให้มีศูนย์เพาะพันธุ์ไม้ในชุมชน โดยอาจเก็บเมล็ดพันธุ์ในท้องถิ่น เพื่อนำเอาต้นไม้เหล่านี้ไปปลูกในชุมชนหมู่บ้านให้เป็นร่มเงาและสามารถใช้ประโยชน์ได้ และอยากแนะนำให้ปลูกต้นไม้ที่เป็นอาหารสัตว์

นายกฯยังกล่าวถึงการดำเนินการของคสช.ในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติว่า คืบหน้าไปพอสมควรเช่นการหยุดยั้งการบุกรุกการทำลายทรัพยากรธรรมชาติของนายทุนต้องยึดคืนพื้นที่ จากผู้มีอิทธิพลเพื่อนำมาให้คนจนและใช้ปลูกป่า ถ้าเรามีทรัพยากรป่าไม้ น้ำก็จะไม่ท่วมสามารถชะลอน้ำได้และสามารถใช้ประโยชน์ได้ในหน้าแล้ง ซึ่งที่ผ่านมาคนไม่ค่อยให้ความสนใจ วันนี้เมื่อมีการตัดต้นไม้เมื่อน้ำมาจึงส่งผลให้เกิดน้ำท่วมโดยเราไม่ได้เรียนรู้ว่าจะอยู่กับธรรมชาติอย่างไรทั้งนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการแก้ไข ว่าจะป้องกันปัญหาอุทกภัยอย่างไรโดยจะต้องดูภาพรวมทั้งหมดทั้งป่า ทางระบายน้ำ

ที่มา แนวหน้าออนไลน์
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License