ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
'บุญสร้าง' สั่ง 5 อนุ กก. รวมผลศึกษาวิชาการ โมเดลทั้ง 'ไทย-ตปท.' พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย แนวหน้าออนไลน์   
วันเสาร์ที่ ๑๕ กรกฏาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๑:๑๖ น.
36 อรหันต์ปฏิรูปตำรวจถกนัด 2 เน้นโครงสร้าง สตช.-หลักเกณฑ์แต่งตั้งโยกย้าย “บุญสร้าง” นั่งหัวโต๊ะสั่งการบ้าน5 อนุกรรมการ ทำตารางเชิงวิชาการ เก็บรายละเอียดเชิงลึก ไม่ทิ้งความเห็นประชาชนรวมถึงผลวิจัยทุกหน่วยงานรวมถึงโมเดลต่างประเทศมาพิจารณา ย้ำวางกรอบแต่งตั้งโยกย้ายให้เสร็จธ.ค.60 ยันต้องไม่กระทบปีนี้ 

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการปฎิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) เป็นประธานประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 2

โดยนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ โฆษกคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจแถลงหลังประชุมว่า ที่ประชุมหารือกัน 2 เรื่องใหญ่ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) นำเสนอข้อมูลเรื่องโครงสร้างและการบริหารงานบุคคลของตำรวจ ขณะนี้มีอัตราตำแหน่ง 3 แสนคน แต่บรรจุได้จริง 210,000-220,000 ตำแหน่ง ยังขาดตำแหน่งอีกหลายที่ นอกจากนี้ สตช.ให้ข้อมูลแต่งตั้งโยกย้ายปัจจุบัน จากนั้น ได้สนทนาธรรมเรื่องการจัดโครงสร้างและบริหารงานบุคคล รวมถึงเรื่องอำนาจหน้าที่ ซึ่งยังไม่มีข้อยุติใดๆ

โฆษกคณะกรรมการปฎิรูปฯกล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังหารือถึงอำนาจหน้าที่ตำรวจว่ามีมากเกินไปหรือไม่ เพราะงบประมาณที่ได้ในปัจจุบันค่อนข้างน้อย ตำรวจชั้นประทวนเงินเดือนน้อย สถานีตำรวจจำนวนมากยังมีปัญหางบประมาณไม่พอ จึงเป็นปัญหา และอยากให้ตำรวจมีหน้าที่เฉพาะด้านของตนเอง ซึ่งมีข้อเสนอว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะให้เอาอำนาจตำรวจบางอย่างออกไป เช่น ตำรวจจราจร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจรถไฟ

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องตั้งคณะอนุกรรมการฯ โดยกรรมการแต่ละคนจะลงไปอยู่ชุดใดรับผิดชอบงานด้านใดบ้าง เช่น อนุกรรมการด้านวิชาการขอให้ไปศึกษาเรื่องการปรับโครงสร้าง อำนาจหน้าที่ การโยกย้าย ในอดีตจนถึงปัจจุบันมีข้อเสนอแนะและการศึกษาจากชุดใดบ้าง ให้นำมาดูทั้งหมด และศึกษาเปรียบเทียบกับระบบตำรวจของต่างประเทศ เช่น อังกฤษ สหรัฐฯ ฝรั่งเศส อีกทั้ง พล.อ.บุญสร้างยังย้ำในที่ประชุมว่า การแต่งตั้งโยกย้ายต้องเสร็จภายในเดือนธันวาคม

นายสมคิดกล่าวอีกว่า สำหรับการประชุมครั้งหน้าจะมีในวันที่ 19 กรกฎาคม เวลา 14.00 น.ที่สตช. ส่วนการรับฟังความเห็นประชาชน มีอนุกรรมการอยู่ ก็จะไปรับฟังทุกที่ที่เชิญมา ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังแต่งตั้งนายประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า)เป็นโฆษกฯอีก 1 คน

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายสมคิดกล่าวถึงแนวทางปฎิรูปโครงสร้างและหลักเกณฑ์แต่งตั้งโยกย้ายเบื้องต้นว่า มีอยู่ 2 กรอบใหญ่คือ เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนด เช่น ต้องยึดอาวุโส และตามที่นายกฯให้แนวทางไว้ ซึ่งในฐานะฝ่ายปฏิบัติต้องไปดูให้สอดคล้องทั้ง 2 แนวทาง และจะทำให้เร็วที่สุด พร้อมย้ำว่าจะรับฟังความเห็นของภาคประชาชนทุกส่วน ไม่ทิ้ง

รวมถึงข้อเสนอการปฎิรูปตำรวจที่ยังไม่นำมาปฎิบัติจริง เช่น ข้อเสนอของนายคณิต ณ นคร อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย และพล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ซึ่งข้อเสนอเหล่านั้นอาจไม่ตรงใจทุกคน แต่เชื่อว่าเป็นข้อเสนอที่ดี วันนี้คนอาจยังไม่มั่นใจคณะกรรมการฯจะเอาจริงเอาจัง แต่ยืนยันว่าองค์ประกอบของคนที่มาเป็นกรรมการตั้งใจทำงาน และอยากให้งานสำเร็จและสุดท้ายขึ้นอยู่กับฝ่ายปฏิบัติและฝ่ายนโยบายว่าจะเอาแนวคิดเรื่องตำรวจไปทำอย่างไรบ้าง เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จไม่มากก็น้อย ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าโครงสร้างปฏิรูปตำรวจเป็นโครงสร้างของทหารนั้น ตนเห็นว่าไม่เหมือน

ด้านพล.อ.บุญสร้าง ประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจกล่าวว่า ในที่ประชุมทุกอย่างเรียบร้อยดี ตนกำชับคณะอนุกรรมการทั้ง 5 ชุด โดยให้ไปจัดทำผังที่ดูได้อย่างละเอียดว่า แต่ละองค์กร แต่ละประเทศหรือแต่ละความเห็นที่มีต่อเรื่องนั้นๆอย่างไร ให้จัดทำเป็นตารางตามแบบวิชาการที่เรียกว่า แมทริค ด้านบนเป็นหัวเรื่อง และประกอบไปด้วยตัวงาน ส่วนหัวข้ออาจมีมากกว่า 20 หัวข้อก็ได้ และอีกส่วนประกอบด้วยแหล่งที่มาของข้อมูล ส่วนระยะเวลาทำงานยังคงเดิมตามสูตร 2-3-4

ทั้งนี้ ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านบริหารงานบุคคล ดูแลระบบการแต่งตั้งโยกย้ายพล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ได้ให้การบ้านไปว่า หลายอย่างยังไม่ต้องเร่งรัดหรือรีบสรุป แต่เอาข้อมูลให้มากขึ้น ให้ตกผลึกก่อน และวางตุ๊กตาเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายเอาไว้ว่า อย่างน้อยจะไม่กระทบการโยกย้ายปีนี้ ไม่เกี่ยว ไม่ทัน แต่กำหนดทำกรอบให้เสร็จในเดือนธันวาคม เรื่องนี้ต้องคิดให้ละเอียด

ส่วนความคืบหน้าการสอบข้อเท็จจริงการซื้อขายตำแหน่งในการโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรถึงรองผู้บังคับการ วาระประจำปี 2559นั้น พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการซื้อขายตำแหน่งฯเปิดเผยว่า คืบหน้าพอสมควร จะพยายามให้เสร็จตามกรอบเวลาที่กำหนดคือ วันที่ 27 กรกฎาคม เบื้องต้นคงยังไม่สรุปว่า ผลสอบมีมูลว่ามีการซื้อขายตำแหน่งจริงหรือไม่ เพราะยังมีบางส่วนที่ต้องรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม ขณะนี้สอบพยานบุคคลไปแล้ว 60-70 ปาก เพราะมีประเด็นแตกแยกย่อยออกไปเยอะ เช่น บางคนกล่าวอ้างอย่างนั้นอย่างนี้ เราต้องตรวจสอบ จึงต้องใช้เวลา ทั้งนี้ เมื่อสรุปพยานหลักฐานต่างๆได้ จะสรุปความเห็นเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)ว่าจะมีคำสั่งออกมาอย่างไร ยืนยันงานนี้ไม่มีมวยล้มต้มคนดูแน่นอน

ที่มา แนวหน้าออนไลน์
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License