ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ปฏิวัติใหญ่!คดีโกง คำนูณชี้การเมืองสะเทือนจ่อออกหมายจับ‘แม้ว’ใหม่ พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ไทยโพสต์ออนไลน์   
วันเสาร์ที่ ๑๕ กรกฏาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๑:๑๒ น.
“ภัทรศักดิ์" ไม่ยืนยันต้องออกหมายจับ "ทักษิณ" อีกรอบแล้วรอ 3 เดือนถึงค่อยฟื้นคดี หรือว่าปัดฝุ่นได้เลย บอกให้รอดูข้อกำหนดที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจะคลอดออกมาอีกที รองประธาน กรธ.ยันเป็นไปตามหลักสากล ฝรั่งเศสก็มีใช้ ปัดเช็กบิลใคร แต่ต้องคืนความยุติธรรมให้คนในชาติ รอง อสส.ชี้มุ่งให้คดีนักการเมืองจบเร็ว เหตุผลกระทบกับสังคมมากกว่า ระบุย้อนหลังคดีได้แต่ไม่ย้อนหลังโทษ "คำนูณ" ยกเป็นการปฏิวัติใหญ่คดีนักโกงเมืองสะเทือนการเมืองไทยแม้ "ทักษิณ" ไม่กลับ แต่จะโดนรื้อ 4 คดีมูลค่าหลายหมื่นล้าน 

เมื่อวันศุกร์ นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง ผู้พิพากษาศาลฎีกา และในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.... สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงขั้นตอนหากจะมีการนำคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ เคยจำหน่ายคดีออกจากสารบบชั่วคราวเพราะจำเลยหลบหนีคดีมาพิจารณาใหม่ ตามบทเฉพาะกาลมาตรา 67 ของร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาฯ ฉบับใหม่ ที่ผ่าน สนช.ไปเมื่อ 13 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ตามกระบวนการหลังจากมีการประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้ว คดีที่ศาลฎีกาเคยจำหน่ายออกจากสารบบดังกล่าว ทางศาลฎีการับฟ้องไปแล้ว ดังนั้นอัยการหรือ ป.ป.ช.ที่เป็นโจทก์ก็ไม่ต้องมายื่นคำร้องอะไรอีกกับศาล เพราะคดีอยู่ในสารบบไปแล้ว แต่ศาลฎีกาก็มาตรวจสอบและทำตามร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ เช่น ดูว่าคดีต่างๆ ดังกล่าวเคยมีการออกหมายจับจำเลยหรือไม่ ไม่ใช่ว่าจะมาพิจารณาไต่สวนคดีได้ทันทีเลย แต่หากยังไม่มีการออกหมายจับ ก็ต้องมาออกหมายจับกันใหม่ อย่างไรขั้นตอนตรงนี้ก็ต้องแล้วแต่ศาลจะพิจารณาอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายคดีพบว่าศาลฎีกามีการออกหมายจับจำเลยไปตั้งแต่ช่วงปี 2551 แล้วจำเลยหลบหนี จนถึงขณะนี้ก็ผ่านมาหลายปีแล้วก็เลยเวลาที่ศาลฎีกาออกหมายจับจำเลยไปแล้วเกินสามเดือนที่เป็นหลักการใหม่ตามร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาฯ ที่เขียนไว้ว่า ให้ศาลฎีกาพิจารณาคดีและพิพากษาคดีได้ แม้จำเลยไม่เคยมาปรากฏตัวต่อศาลให้ศาลสอบถามคำให้การจำเลยแม้แต่ครั้งเดียว หากร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ประกาศใช้ แนวทางปฏิบัติจะทำอย่างไร นายภัทรศักดิ์ที่เป็นผู้พิพากษาศาลฎีกา อธิบายว่า ขั้นตอนต่างๆ ต้องเริ่มจากดูว่าคดีดังกล่าวขาดอายุความไปแล้วหรือไม่ เพราะจนถึงตอนนี้ ต้องถือว่า พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาฯ ฉบับ พ.ศ.2542 ยังมีผลบังคับใช้อยู่ ที่ก็จะมีผลต่ออายุความของคดีต่างๆ ด้วย ถ้าพบว่าคดีไม่ขาดอายุความ แล้วพอร่างพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาฯ ฉบับใหม่ประกาศใช้ ก็ต้องมาทำตามขั้นตอนใหม่ คือมีการออกหมายเรียก ออกหมายจับโดยศาลฎีกา ขั้นตอน รายละเอียดทั้งหมด แต่ละส่วนต้องรอศาลฎีกาพิจารณาด้วย

“เมื่อร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ประกาศใช้ ทางประธานศาลฎีกาก็จะไปยกร่างข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.... ที่จะต้องออกมารองรับร่างพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาฉบับใหม่ จากนั้นก็นำข้อกำหนดดังกล่าวไปพิจารณาในที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ที่จะเป็นหลักปฏิบัติของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ เพื่อออกมาเป็นข้อกำหนดต่อไป ที่ตรงนั้นจะมีความชัดเจนมากขึ้นว่าศาลฎีกาจะว่าอย่างไร โดยเข้าใจว่าตอนนี้ทางศาลฎีกาได้เตรียมไว้แล้ว และคงใช้เวลาไม่นานในการออกข้อกำหนดดังกล่าว" นายภัทรศักดิ์กล่าว

นักโกงเมืองทำเสียหายมาก

นายสุพจน์ ไข่มุกด์ รองประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาฯ ฉบับใหม่ว่า เมื่อกฎหมายประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะบังคับใช้กับคดีทุจริตของนักการเมืองที่ยังอยู่ในศาล หรือคดีที่จำหน่ายคดีชั่วคราวได้ทันที โดยสามารถพิจารณาคดีลับหลังได้ และไม่นับอายุความในกรณีที่นักการเมืองคนนั้นหลบหนีไป เป้าหมายคือการคืนความยุติธรรมให้กับคนในชาติ ไม่ได้ต้องการเช็กบิลใคร รวมทั้งนายทักษิณ ชินวัตร เพราะกฎหมายนี้บังคับใช้กับนักการเมืองทุกคน ซึ่งเป็นไปตามหลักความยุติธรรม และกฎหมายลักษณะนี้ก็มีใช้ในต่างประเทศ เช่น ฝรั่งเศส ถือเป็นไปตามหลักสากล เพราะต้องยอมรับว่าความเสียหายที่เกิดจากการทุจริตของนักการเมืองนั้นมูลค่ามหาศาล

"กฎหมายนี้ป้องกันคนโกง ไม่ได้รังแกคนดี เชื่อว่าทุกฝ่ายจะเข้าใจ และบังคับใช้กับนักการเมืองทุกคน ไม่ว่าใคร ถ้าโกงต้องโดนหมด ร่างกฎหมายลักษณะนี้ หากไม่ผลักดันให้เกิดขึ้น เชื่อว่าเมื่อมีนักการเมืองจะไม่สามารถออกกฎหมายลักษณะนี้ได้ เพราะนักการเมืองคงไม่ยอม แต่หากนักการเมืองเข้ามาแล้วจะแก้ก็ไม่มีปัญหา หากเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่สุดท้ายประชาชนจะเห็นว่าทำเพื่อประโยชน์ของใคร" นายสุพจน์กล่าว

นายเข็มชัย ชุติวงศ์ รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า กฎหมายนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานของอัยการมากนัก แต่จะส่งผลต่อตัวจำเลยและศาลมากกว่า เพราะจะทำให้คดีความเดินไปได้ ไม่ติดขัด ไม่เช่นนั้นมันจะหยุดลง ส่วนกรณีที่มีความเป็นห่วงว่าวิธีการดังกล่าวไม่เป็นไปตามหลักสากลนั้น ในต่างประเทศเขาก็มีวิธีการแบบนี้ การพิจารณาลับหลังใช่ว่าจะลับหลังเลยเสียทีเดียว เขาให้โอกาสจำเลยในการต่อสู้คดีแล้วเป็นขั้นเป็นตอน

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างนักการเมืองและเอกชน ข้าราชการ ที่มีส่วนร่วมในการทุจริต นายเข็มชัยกล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะกรณีของนักการเมือง มีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งเป็นแผนกพิเศษขึ้นมาอยู่แล้ว โดยจุดประสงค์ใหญ่ที่ทำให้มีร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพราะนักการเมืองสร้างผลกระทบต่อสังคมมาก ส่วนมากจะเป็นคดีใหญ่ๆ ที่สำคัญนักการเมืองมาเร็วไปเร็ว โจทย์ใหญ่จึงต้องการให้ตัดสินให้เร็ว แตกต่างกับเอกชนและข้าราชการที่ไปทุจริตเพียงเล็กน้อย จึงให้ว่าไปตามระบบได้

"กฎหมายฉบับนี้คือวิธีพิจารณา ดังนั้นทำให้มีผลทันที และมีผลไปถึงคดีที่เกิดก่อนกฎหมายจะมีผลบังคับใช้ด้วย ส่วนที่ระบุว่าไม่ให้มีผลย้อนหลังนั้นคือ บทบัญญัติเกี่ยวกับโทษทางอาญา" รอง อสส.กล่าวกรณีที่อ้างหลักนิติธรรมการออกกฎหมายอะไรที่เป็นโทษจะไม่มีผลย้อนหลังกับจำเลย

ถามว่า หากเป็นเช่นนี้คดีของนายทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกจำหน่ายชั่วคราวเพราะจำเลยหลบหนี จะพิจารณาต่อได้เลยหรือไม่ นายเข็มชัยกล่าวว่า “ก็อาจจะเดินต่อได้ แต่ใช่ว่ากฎหมายดังกล่าวจะเจาะจงใครคนใดคนหนึ่ง เพราะกฎหมายนี้จะต้องใช้ต่อไปในอนาคต”

ปฏิวัติใหญ่คดีโกงเมือง

นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โพสต์เฟซบุ๊กอธิบายถึงร่างพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาฯ ฉบับใหม่ ว่า "การปฏิวัติใหญ่คดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเกิดขึ้นแล้ว!" โดยระบุว่า การที่ สนช.มติผ่านร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาฯ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงในระดับปฏิวัติที่จะมีผลสะเทือนต่อการเมืองไทยใหญ่หลวงกว่าอย่างแน่นอน สรุปได้ดังนี้ 1.แม้ไม่สามารถนำตัวผู้ถูกกล่าวหามาศาล ก็ให้ศาลประทับรับฟ้องได้ - มาตรา 26 2.เมื่อศาลประทับรับฟ้องตาม 1 แล้วให้ศาลออกหมายเรียก และหมายจับ ถ้าจับผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ภายในเวลา 3 เดือน ก็ให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาคดีลับหลังผู้ถูกกล่าวหาได้ - มาตรา 27 3. เมื่อศาลประทับรับฟ้องแล้วอายุความสะดุดหยุดลง หากผู้ถูกกล่าวหาหนีไประหว่างพิจารณาคดีก็ไม่ให้นับระยะเวลาที่หนีไปรวมอยู่ในอายุความ - มาตรา 24/1 วรรคแรกและวรรคสอง 4.เมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำคุกแล้วผู้ต้องหาหนีไป ไม่ว่าจะลงโทษจำคุกเท่าใด และผู้ถูกกล่าวหาจะหนีไปนานเท่าใด ก็ไม่เป็นเหตุให้ยกเว้นโทษจำคุกนั้นในอนาคต

5.คดีเดิมที่ศาลจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราวเพราะเหตุไม่ได้ตัวผู้ถูกกล่าวหามาศาล อันเป็นกฎเกณฑ์ตามกฎหมายเก่า ให้ดำเนินการกระบวนพิจารณาต่อไปตามกฎหมายใหม่ทั้งหมด ซึ่งหมายถึงดำเนินการตามข้อ 1 และ 2 ด้วย และคดีที่พิพากษาจำคุกไปแล้วก็จะเข้าเงื่อนไขข้อ 4 - บทเฉพาะกาลมาตรา 67 บทเฉพาะกาลมาตรา 67 มีความหมายยิ่งนัก จึงขอคัดมาแสดงกันดังนี้ "มาตรา 67 บทบัญญัติในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ไม่กระทบต่อการดำเนินการใดในคดีที่ยื่นฟ้องไว้ก่อนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ และได้ดำเนินการไปแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ส่วนการดำเนินการต่อไปให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้"

"อดีตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง แม้จะไม่กลับประเทศไทยก็ตาม แต่ก็จะต้องรับผลกระทบถูกดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีในคดีที่ศาลจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว เพราะเหตุไม่มาศาลต่อไปทันทีตามกฎหมายใหม่นี้อีกประมาณ 4 คดี รวมมูลค่าที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตหลายๆ หมื่นล้านบาท และคดีเก่าคดีหนึ่งที่ศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้วให้จำคุกอดีตนายกรัฐมนตรีคนนั้น 2 ปี ไม่ว่าท่านจะไม่กลับประเทศอีกนานเท่าใดก็ไม่เป็นเหตุให้ไม่ต้องรับโทษนั้น ส่วนอดีตนายกรัฐมนตรีหรืออดีตรัฐมนตรีคนอื่นที่กำลังอยู่ในกระบวนพิจารณาคดี หรือถูกฟ้องคดีใหม่ หรือถูกพิพากษาจำคุกไปแล้วหนีไป หากจะคิดหนีต่อไปก็ไร้ประโยชน์ ยกเว้นหนีตลอดชีวิต เป็นเหตุการณ์ที่จะเริ่มเกิดขึ้นภายในปี 2560 นี้" นายคำนูณกล่าว

ขณะที่นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิก สนช. กล่าวถึง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาฯ จะสามารถฟื้นคดีนายทักษิณ ชินวัตร ว่า ในบทเฉพาะกาลมาตรา 67 ที่ระบุว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่กระทบต่อการดำเนินการใดในคดีที่ยื่นฟ้องไว้ก่อนที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้ใช้บังคับ และได้ดำเนินการไปแล้วก่อนวันที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้ใช้บังคับ ส่วนการดำเนินการต่อไปให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ ซึ่งหากตีความตามมาตรานี้ ในความเห็นส่วนตัวมองว่าไม่สามารถที่จะฟื้นคดีนายทักษิณ ที่มีคำพิพากษาและมีบทลงโทษไปแล้ว เพราะกฎหมายระบุว่าไม่กระทบต่อคดีที่ได้ดำเนินการตัดสินไปแล้ว ยกเว้นคดีที่ยังไม่ตัดสินน่าจะเข้าข่ายกฎหมายฉบับนี้

"เรื่องนี้ต้องมีความชัดเจน ไม่เช่นนั้นอาจทำให้มีความสับสน โดยเฉพาะคำว่า ดำเนินการไปแล้ว มีความหมายว่าอย่างไร ซึ่งใครติดใจก็สามารถยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ ถ้าเป็นไปได้ ประธานคณะกรรมาธิการหรือโฆษกคณะกรรมาธิการก็ควรแถลงให้กระจ่าง เท่าที่ผมดูเข้าใจได้ว่าเจตนาของคณะกรรมาธิการน่าจะตีความถึงคดีที่ได้พิจารณาไปแล้ว แต่ในส่วนตัวไม่น่าเกี่ยวกับคดีที่พิจารณาไปแล้ว และในส่วนของคดีที่จำหน่ายออกจากสารบบไปแล้วก็ไม่น่าเข้าข่าย" นายวัลลภกล่าว

หนุนครอบคลุม ขรก.ด้วย

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การดำเนินการเกี่ยวกับการทุจริตของนักการเมืองโดยการพิจารณาเหมือนคดีอาญาโดยทั่วไป มักไม่ค่อยประสบความสำเร็จในการที่จะเอานักการเมืองมาลงโทษ ด้วยเหตุนี้ช่วงที่ผ่านมาจึงได้ตั้งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองขึ้นมา ทำให้การดำเนินประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง แต่ก็มีนักการเมืองบางส่วน ไม่เฉพาะนายทักษิณหลบหนีคดีความต่างๆ ทำให้ไม่สามารถเอาผิดกับคนเหล่านี้ได้ เพราะคดีนักการเมืองส่วนมากเป็นคดีที่ได้มีการเตรียมการและวางแผนที่จะกระทำความผิด ซึ่งการวางแผนต่างๆ ก็พร้อมที่ทำตัวเองให้พ้นผิดด้วยวิธีการต่างๆ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็เอาด้วยกล นักการเมืองที่มีความผิดแล้วหลบหนีไม่ยอมมาต่อสู้คดีในศาลด้วยตัวเอง ก็ใช้อิทธิพลที่มีอยู่ในอดีต ใช้อำนาจเงินหลบคดีไปจนกว่าจะหมดอายุความ

“ถ้าเราใช้กฎหมายอาญาปกติโดยทั่วไป คงไม่สามารถเอาผิดนักการเมืองที่มีอิทธิพลเหล่านี้ได้ การ ออกกฎหมายเพื่อจะพิจารณาคดีทุจริตหรือคดีความต่างๆ ของนักการเมืองที่มีอิทธิพลลับหลัง จึงไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิหรือผิดหลักสากลแต่อย่างใด เพราะจำเลยสามารถแต่งตั้งทนายความมารักษาสิทธิของตัวเองได้อย่างเต็มที่ เพราะถ้าเราไม่แก้ไขให้สามารถพิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ ก็คงเป็นการยากที่จะเอาผิดนักการเมืองที่มีอิทธิพลทั้งหลายได้ ดังนั้นการดำเนินการอย่างนี้จะทำให้นักการเมืองที่คิดทุจริตคงต้องไตร่ตรองมากขึ้น คงไม่สามารถใช้เงินใช้ทองจากการทุจริต แล้วหลบหนีไปใช้ชีวิตเสวยสุขได้อีกต่อไป เพราะถึงแม้จะหลบหนีไป คดีของตัวเองก็ยังถูกพิจารณาต่อไปได้” นายองอาจกล่าว

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวด้วยว่า อยากให้ครอบคลุมถึงข้าราชการที่มีส่วนกระทำการทุจริตแล้วหลบหนีไป ให้ถูกพิจารณาคดีความเหมือนกับนักการเมือง ที่สามารถพิจารณาคดีลับหลังได้ เพราะตอนหลังมักจะเห็นว่ามีข้าราชการจำนวนมาก ที่ทุจริตและใช้วิธีการหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ จนไม่สามารถพิจารณาคดีได้ ทั้งนี้ ส่วนตัวตนเห็นว่าไม่น่ามีอะไรที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ใช้เฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกคน ไม่ว่าจะชื่ออะไร ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าต้องชื่อนั้นชื่อนี้ และไม่เกี่ยวกับประชาชนทั่วไป เป็นเรื่องการทุจริตหรือการปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ซึ่งบุคคลธรรมดาทั่วไปยังใช้กฎหมายทั่วไปอยู่ ทั้งนี้ การเรียกร้องให้คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่มีอายุความ คือหลบหนีก็ไม่มีผล ดังนั้นนักการเมืองทุกคนจึงต้องสำเหนียกว่าต้องไม่กระทำผิด ต้องไม่ทุจริต ต้องไม่คอร์รัปชัน เพราะหากทุจริตหรือคอร์รัปชันแล้วเพื่อรักษาสิทธิของตน ก็ต้องอยู่สู้คดี อย่าหลบหนีคดี

ส่วนนายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า กฎหมายดังกล่าวนอกจากจะขัดต่อหลักการสากลของการพิจารณาคดีในเรื่องของการละเมิดสิทธิจำเลยหรือผู้ที่ถูกกล่าวหาแล้วยังเป็นกฎหมายที่ออกมาแบบมีธง เพื่อมุ่งเล่นงานและเลือกปฏิบัติเฉพาะนักการเมืองอย่างชัดเจน หลักการของการบังคับใช้กฎหมายไม่ควรมีผลย้อนหลังในการให้โทษ สนช. ไม่ใช่ทำตัวเป็นเพียงสภาตรายางเท่านั้น ยังทำตัวเป็นสภาไล่ล่าแม่มดอีกด้วย โดยใช้อำนาจที่มีตรากฎหมาย เจาะจงเล่นงานบุคคลเป็นการเฉพาะโดยใช้กระบวนการยุติธรรมมาบังหน้า ซึ่งจะเป็นการขยายปมความขัดแย้งในอนาคตด้วย ทั้งนี้ หากยึดบรรทัดฐานนี้ ก็ต้องนำไปปรับกับการพิจารณาคดีของทุกกลุ่มในสังคม ทุกอาชีพ ทุกชนชั้น ไม่ว่าข้าราชการ เอกชน หรือประชาชนทั่วไป ด้วยหลักการที่ว่าทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน

ทางด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียดของกฎหมายดังกล่าว เพราะเป็นการพิจารณาของ สนช. ดังนั้นขอให้ไปถาม สนช.เอง มาถามตนก็ไม่ทราบ เพราะ สนช.ยังไม่ได้มาบอกตน

เมื่อถามว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวจะทำให้เกิดความขัดแย้ง แล้ว คสช.จะเบรกกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเลย อย่ามาตั้งคำถามว่า ถ้าแบบนั้นแบบนี้ เพราะว่าตอนนี้ยังไม่อะไร และยังไม่ได้เริ่มอะไรเลยสักอย่าง อย่ามาถามว่าถ้า เพราะไม่เช่นนั้นจะเขียนไปต่างๆ นานา

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณี กกต.เตรียมพิจารณายื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่าศาลรัฐธรรมนูญมีขอบเขตอำนาจวินิจฉัยว่ากฎหมายใดชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นร่างกฎหมายหรือเป็นกฎหมายแล้วก็ตาม โดยสามารถมีช่องทางการเสนอเรื่องถึงศาลได้ 4 ช่องทาง อย่างไรก็ตาม ในวันจันทร์ที่ 17 ก.ค. กกต.จะมีความชัดเจนและสามารถเปิดเผยได้ถึงรายละเอียดของข้อกฎหมายที่จะใช้ดำเนินการยื่นต่อศาล

นายประวิช รัตนเพียร กกต. กล่าวว่า เราไม่ได้ใช้สิทธิกันเลยเถิด เพราะได้ข้อยุติอย่างไรก็จบ ดีกว่าไปเสี่ยงตอนที่มีการเลือกตั้งไปแล้ว เราก็ใช้กระบวนการเท่าที่รัฐธรรมนูญอนุญาต และขั้นตอนเหล่านี้จะไม่กระทบต่อโรดแมปของการเลือกตั้งทั้งสิ้น เราไม่ได้ทำเพื่อว่าเราจะได้อยู่หรือไม่อยู่ต่อไป.

ที่มา ไทยโพสต์ออนไลน์
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License