ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
‘ซื่อกินไม่หมดคดกินไม่นาน’ พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ไทยโพสต์ออนไลน์   
วันเสาร์ที่ ๑๕ กรกฏาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๑:๑๐ น.
สมเด็จพระสังฆราชฯ ประทานพรแก่ "บิ๊กตู่" ให้ทำต่อไป ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน เปิดศูนย์ฮอตไลน์ในค่ายทหารวันแรก มีคนร้องแล้วกว่า 80 ราย มีทั้งตั้งด่านรีดไถ การเรียกรับประโยชน์จากแรงงานต่างด้าว เจ้าหน้าที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อคืนวันศุกร์ ตอนหนึ่งว่า ข่าวสารสำคัญในช่วงนี้ก็คือ ภารกิจการสร้างความปรองดองที่ทุกคนอยากทราบความคืบหน้า และเชิญชวนให้มีส่วนร่วม ก็คือคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ของ ป.ย.ป. จะจัดเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศอีกครั้ง ช่วงสัปดาห์หน้า วันที่ 17-20 กรกฎาคมนี้

"พี่น้องประชาชนที่สนใจก็ติดตามความคืบหน้าต่างๆ สามารถหาข้อมูลได้โดยตรงจาก Facebook ชื่อ ปรองดองเป็นของประชาชน โดยเวทีสาธารณะในครั้งนี้ นอกจากต้องการสร้างความตระหนักรู้แล้ว ก็ยังจะเปิดรับฟังความเห็นเพิ่มเติมอีกด้วย"

พล.อ.ประยุทธ์เปรียบว่าเป็นเสมือนการกระตุ้นจิตสำนึกความเป็นไทย ความรักชาติ และสัญญาทางใจ ว่าเราจะอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างไร เราจะร่วมกันสร้างสังคมที่เข้มแข็ง สังคมที่มีสันติสุขของเราได้อย่างไร ในอนาคต ประชาชนเป็นผู้กำหนดตรงนี้ไม่ใช่นักการเมือง

เช้าวันเดียวกันนี้ ที่ตำหนักอรุณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พล.อ.ประยุทธ์พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยาและคณะ เฝ้าถวายเครื่องสักการะ เทียนพรรษา ผ้าไตร เครื่องไทยธรรม แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2560

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงประพรมน้ำมนต์ให้นายกฯ และคณะ พร้อมประทานพรว่า “สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่นายกฯ มุ่งหวังและปรารถนาอันเป็นไปโดยชอบธรรมเพื่อชาติบ้านเมือง ขอให้สิ่งนั้นจงประสบความสำเร็จด้วยเทอญ”

พร้อมตรัสกับนายกฯ ว่า มีคำบาลีที่ติดใจมาตั้งแต่บวชเป็นเณรตอนเด็ก และมีคำสอนว่า เวลาหุงข้าวให้ใช้นิ้วชี้ลงไปวัด ซึ่งถ้าเมื่อนำนิ้วชี้ขึ้นมานิ้วเดียว ก็จะไม่มีข้าวติดมือ แต่ถ้าใช้มือลงไปแล้วควักขึ้นมาก็จะมีข้าวติดขึ้นมาด้วย ฉันใดก็ฉันนั้น ถ้าคนเราทำอะไรแล้วก็ให้ทำต่อไป ทำวันนี้ก็ทำไปไม่เป็นไรท่านนายกฯ ทำไปเถอะ เรื่องนี้อาตมาจำได้แม่น จำมาตั้งแต่เป็นเณรที่เรียนหนังสือมา ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน

นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะทำงานกลั่นกรองสรุปผลการตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นต่อคำถามของนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2/2560 โดยมี ว่าที่ ร.ต.ภานุพงษ์ สุทธิสาร ผู้อำนวยการสำนักงานปกครองและทะเบียน ผู้แทนกลุ่มเขตปฏิบัติงาน 6 กลุ่มเขตกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสำนักงานปกครองและทะเบียน ชั้น 5 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวผ่านรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมอบคำถาม 4 ข้อ ให้ประชาชนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นที่สำนักงานเขต 50 เขต ในระหว่างวันที่ 24 มิ.ย.-7 ก.ค.60 แบ่งเป็นเพศชาย จำนวน 2,062 คน, เพศหญิง จำนวน 2,828 คน, อายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 227 คน, อายุ 21-30 ปี จำนวน 902 คน, อายุ 31-40 ปี จำนวน 1,168 คน, อายุ 41-50 ปี จำนวน 1,062 คน, อายุ 51-60 ปี จำนวน 836 คน, อายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 695 คน

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก ที่ห้อง 60 ปี สำนักงานเลขานุการกองทัพบก ได้เปิด "ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนผู้ประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ" เวลาทำการ 24 ชม. ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยเปิดทำการพร้อมกับค่ายทหารทั่วประเทศ ทั้งกองทัพเรือ กองทัพบก กองทัพอากาศ โดยประชาชนผู้ต้องการแจ้งเหตุยังสามารถวอล์กอินเข้ามาแจ้งเหตุได้ตลอดเวลา

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ท่านนายกฯ ได้ชี้แจงรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว ทั้งการจัดตั้งศูนย์นี้ และศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส เพื่อแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งเราหวังผลการดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยทั้ง 2 ศูนย์จะให้ทหารมาเป็นผู้ช่วย

เมื่อถามว่า หากประชาชนจะร้องเรียนทหาร จะกล้าไปร้องเรียนในค่ายทหารได้หรือไม่ รองนายกฯตอบว่า ใครจะไปร้องเรียนก็ได้ ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย เพราะทุกคนสามารถไปยื่นร้องเรียนได้หมด ร้องเรียนได้ทุกเรื่อง แต่ถ้าใครไม่กล้าไปร้องเรียนและยื่นหนังสือด้วยตนเอง ก็สามารถส่งมาทางไปรษณีย์ก็ได้ อยากจะร้องมาทางช่องทางใดก็ได้

"ผมขอยืนยันว่าข้อมูลที่ประชาชนร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสมาทั้งหมดจะปกปิดเป็นความลับ แต่ขอให้เรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องจริง และยืนยันว่างานนี้ไม่ใช่งานหิน เพราะทหารทำได้หมด" พล.อ.ประวิตรกล่าว

ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก และเลขาธิการ คสช. ได้เน้นย้ำให้คัดเลือกเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ที่มีทักษะการสื่อสารที่ดี มีมนุษยสัมพันธ์ พร้อมทั้งสามารถรับฟังปัญหาด้วยความอดทน สนทนาใช้ถ้อยคำที่สุภาพ และสามารถให้คำปรึกษาผู้ที่เดือดร้อนได้เพื่อบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้น

ทั้งนี้ ตั้งแต่เปิดศูนย์เช้าถึงเย็น มีผู้ร้องเรียนผ่านฮอตไลน์ 1299 แล้วมากกว่า 80 ราย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการตั้งด่านรีดไถ การเรียกรับประโยชน์กรณีแรงงานต่างด้าว เจ้าหน้าที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โครงการของรัฐล่าช้ากว่ากำหนด ฯลฯ โดยเรื่องต่างๆจะนำไปสู่ขั้นตอนกระบวนการแก้ไขโดยใช้กลไกของกองกำลังรักษาความสงบ (กกล.รส.) ซึ่งเป็นทหาร ในประสานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน แต่ที่สำคัญคือการเปิดศูนย์เหล่านี้ก็เพื่อป้องปรามไม่ให้เจ้าหน้าที่กล้าที่จะใช้อำนาจในทางที่ไม่ชอบ ส่วนเรื่องการติดตามผลการร้องเรียนนั้น ผู้ร้องเรียนสามารถโทร.มาตรวจสอบผลการร้องเรียนได้ ซึ่งศูนย์รับร้องเรียนจะตรวจสอบให้ว่าเรื่องที่ร้องเรียนนั้นอยู่ในขั้นตอนไหน

"เรื่องที่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐ คสช.จะรับหน้าที่ดูแล ส่วนเรื่องอื่นๆ จะรับข้อมูลมาแล้วส่งไปยังศูนย์ดำรงธรรม และส่วนที่เกี่ยวข้อง ในส่วนภูมิภาคจะใช้กลไกของศูนย์ดำรงธรรมในการทำงาน และนอกจากสายด่วน 1299 แล้ว การส่งไปยังตู้ไปรษณีย์ 444 จะมีประโยชน์มากกว่า เพราะจะมีการเก็บเอกสาร หลักฐานได้ และเป็นการยืนยันตัวตน ทำให้เรื่องที่ร้องเรียนมีน้ำหนักมากขึ้น" พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าว

นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นทางการเมืองว่า “ไปได้หรือยัง” ความว่า นับแต่ยึดอำนาจการปกครอง กองทัพได้ใช้เงินจัดซื้ออาวุธไปแล้วกว่า 70,000 ล้านบาท ล่าสุด ครม.อนุมัติให้ซื้อเครื่องบินขับไล่อีก 8 ลำ มูลค่ากว่า 8,800 ล้านบาท เป็นการอนุมัติในขณะที่พี่น้องชาวสวนยางเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือเนื่องจากราคายางตกต่ำ แต่หัวหน้ารัฐบาลอ้างไม่มีงบประมาณ

เขาระบุว่า “ตลอดสามปีที่ผ่านมาประเทศได้รับความเสียหายทุกด้าน ยังไม่นับรวมค่าเสียโอกาสซึ่งประเมินค่ามิได้ เพราะผู้บริหารขาดสติปัญญาจนเป็นตัวตลกของโลก เมื่อไม่นานมานี้ก็ทำคนไทยขายหน้าจากการที่สหรัฐอเมริกาขอเลื่อนการเยือนของผู้นำไทยออกไปแบบไม่มีกำหนด ซึ่งก็คือการปฏิเสธ หรือล่าสุดคือการพูดแบบไม่คิดของรอง นรม. ที่บอกว่าถ้าประชาชนเรียกร้องก็พร้อมจะปฏิวัติอีก โดยไม่ได้สำนึกว่าได้ทำให้บ้านเมืองเสียหายขนาดไหน และการเรียกร้องให้ปฏิวัติยังเป็นความผิดฐานกบฏในราชอาณาจักร คิดแต่จะปฏิรูปคนอื่นถึงขนาดเอาเพื่อนที่เป็นทหารมาปฏิรูปตำรวจ โดยไม่เคยดูเลยว่าหน่วยงานที่ทำความเสียหายให้บ้านเมืองมาตลอดไม่ใช่ตำรวจ อยากรู้ว่าหน่วยงานไหนที่ควรถูกปฏิรูป หน่วยงานไหนทำบ้านเมืองเสียหายจนคนไทยเอือมระอาอยากขับไล่มากที่สุด ลองถามประชาชนจะได้คำตอบ”.

ที่มา ไทยโพสต์ออนไลน์
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License