ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
บทความใน นสพ.แนวหน้า เรื่อง "จะเปิดโลกหรือจะอยู่ในกะลา?" วันที่ 9 ก.ค. 60 พิมพ์ อีเมล
บทความ - บทความพิเศษ
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันศุกร์ที่ ๐๗ กรกฏาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๗:๕๓ น.

     ทิศทางอันหนักแน่นมั่นคงของรัฐบาล คสช. ในระบบคมนาคมทางบกชัดเจนแน่วแน่ว่ามุ่งที่จะเชื่อมประเทศไทยเข้ากับโลก โดยสังเขปก็คือการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟของประเทศไทยเข้ากับเส้นทางรถไฟของประเทศลาวที่เวียงจันทน์ ซึ่งเชื่อมต่อไปยังประเทศจีนและไปยังยุโรปได้ 

     เป็นปฏิบัติการที่ไม่โดดเดี่ยวเดียวดายเพียงลำพัง และไม่อาจทำตามอำเภอใจได้เพราะมีผลประโยชน์แห่งชาติเป็นเดิมพันอยู่ข้างหน้า นั่นคือการสร้างสมรรถนะในการแข่งขันให้กับประเทศชาติ ทั้งในทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว 

     เพราะการเชื่อมต่อเช่นนี้ประเทศบนแผ่นดินใหญ่ทั่วโลกกำลังทำกันอย่างขะมักเขม้น แม้ประเทศเพื่อนบ้านของเราคือพม่า ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ได้ลงมือก่อสร้างเส้นทางรถไฟเพื่อเชื่อมต่อกับโลกโดยเส้นทางดังกล่าวแล้ว 

     เพื่อนบ้านทางตอนใต้คือมาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ก็เข้าร่วมเส้นทางสายไหมทางทะเล โดยอินโดนีเซียได้ตกลงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางหรือเป็นฮับของเส้นทางสายไหมทางทะเลระหว่างจีนกับอาเซียนตอนใต้ไปแล้ว 

     ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่ได้ดำเนินการอะไรเลยสักอย่างเดียว ทั้ง ๆ ที่ตกลงกันไว้และประกาศเป็นนโยบายอันมั่นคงของรัฐบาลไปแล้ว 

     สถานการณ์ล่าสุดก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลได้แถลงยืนยันกับประชาชนทั้งประเทศว่าโครงการรถไฟไทย-จีน คือโครงการเชื่อมต่อประเทศไทยไปยังประเทศจีนและยุโรป ซึ่งได้ทำสัญญาระหว่างประเทศกันไว้ตามมติคณะรัฐมนตรี และตามที่รัฐสภาได้อนุมัติไว้ รวมทั้งได้มีแผนปฏิบัติการชัดเจนไปหมดแล้ว 

     แต่ทว่าข่าวคราวที่ยังเกิดขึ้นในขณะนี้ยังสับสนและยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนอยู่สามประการคือ 

     ประการแรก รถไฟที่จะสร้างกันนี้จะเป็นรถไฟที่ขนได้เฉพาะคนโดยสาร หรือที่เรียกว่ารถไฟความเร็วสูง หรือรถไฟที่ขนได้ทั้งสินค้าและผู้โดยสาร หรือที่เรียกว่ารถไฟทางคู่ เพราะถ้ามีความชัดเจนในเรื่องนี้ก็จะมีความชัดเจนในระบบ ทั้งระบบราง การก่อสร้างเส้นทาง ระบบสถานีและการเดินรถ ซึ่งต้องถือว่าเป็นนัยยะสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องมีความชัดเจนก่อน 

     ประการที่สอง ทางรถไฟที่จะสร้างกันนี้สามารถเชื่อมต่อกับระบบรถไฟของลาวที่เชื่อมต่อระหว่างนครเวียงจันทน์ไปยังนครคุนหมิงของจีนได้หรือไม่ เพราะลาวได้ลงมือก่อสร้างแล้ว หากไม่สามารถเชื่อมกับรถไฟของลาวได้ ก็เป็นอันชัดเจนว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลได้ประกาศและแถลงต่อประชาชน แต่ถ้ามีความชัดเจนว่าสามารถเชื่อมต่อกันได้ก็จะเป็นอันชัดเจนว่าไม่เสียของแน่ จะสามารถเชื่อมต่อประเทศไทยเข้ากับประเทศจีนและยุโรปได้แน่ 

     ประการที่สาม ได้มีการเจรจากับรัฐบาลลาวเพื่อขอเชื่อมเส้นทางจากหนองคายไปยังนครเวียงจันทน์แล้วหรือไม่ ถ้าหากยังไม่เจรจาก็จะทำให้ประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะเชื่อมกันไม่ได้ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ประเทศไทยจะกำหนดได้แต่ฝ่ายเดียว แต่ต้องตกลงร่วมกันกับรัฐบาลลาว และที่สำคัญคือถ้ายังไม่มีการเจรจากับลาวก็อาจส่อว่ามีผู้จงใจทำให้โครงการรถไฟนี้เป็นรถไฟสายด้วน เหมือนกับที่วางหมากวางยาไว้ในระบบคมนาคมของประเทศในแทบทุกเรื่องราวมาแล้ว 

     ประการที่สี่ จะเริ่มการก่อสร้างที่สถานีใดจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศไทย โดยเฉพาะเจาะจงก็คือจะเริ่มต้นก่อสร้างสถานีแรกที่จังหวัดหนองคายเพื่อเชื่อมต่อประเทศไทยเข้ากับลาว จีน และยุโรปได้ทันที หรือว่าจะเริ่มต้นสร้างที่บ้านกลางดง ซึ่งจะเชื่อมต่อกับใครไม่ได้และจะเป็นที่เย้ยหยันของประชาชาติทั้งปวงทั่วโลก อย่างไหนเป็นประโยชน์มากกว่ากันแน่! 

     ดังนั้นในขณะที่มีการรายงานข่าวของสื่อมวลชชนว่าสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้อนุมัติโครงการรถไฟไทย-จีนแล้ว และจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติในเร็ววันนี้ จึงควรที่คณะรัฐมนตรี รัฐบาล คสช. และประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ จะได้ร่วมจิตร่วมใจกันทำความกระจ่างในเรื่องราวทั้งสี่เรื่องนี้เสียก่อน จึงจะรักษาประโยชน์แห่งชาติเอาไว้ได้ 

     จึงจะทำให้ประเทศไทยรอดพ้นจากความเสียหายในการลงทุนนับล้าน ๆ บาท แล้วจะได้แค่รถไฟเน่า เหมือนกับสนามบินเน่า และอะไรที่เน่า ๆ สารพัดที่ปรากฎเป็นหลักฐานให้เห็นตำตากันอยู่ในทุกวันนี้ 

     จะยากเย็นอะไรกันนักหนากับการทำความกระจ่างแจ้งในสี่เรื่องดังกล่าวข้างต้นเสียก่อน ซึ่งดีกว่าการตกลงใจใด ๆ แล้วเกิดความผิดพลาดใหญ่หลวง 

     กรณีรถกระบะช่วงสงกรานต์และอีกหลายกรณีที่ตามมา แล้วเกิดความเสียหายใหญ่หลวงขึ้นกับประเทศชาตินั้น ต่อให้รวมกันเข้าแล้วก็ยังเทียบกันไม่ได้กับความเสี่ยงและความเสียหายของโครงการรถไฟที่กำลังจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีนี้ 

     ดังนั้นประชาชนชาวไทยที่จะต้องรับผลจากการตกลงใจว่าจะทำรถไฟเชื่อมประเทศไทยเข้ากับลาว จีน และยุโรป หรือเชื่อมกับโลก หรือว่าจะทำรถไฟกรุงเทพฯ-โคราช ด้วยวงเงิน 176,000 ล้านบาท และเริ่มต้นที่บ้านกลางดง ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร จึงต้องติดตามจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด 

     จะต้องสนับสนุนช่วยเหลือให้รัฐบาลตัดสินใจในทางที่ถูกต้อง และเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน ตลอดจนภาคเศรษฐกิจทุกภาคส่วน รวมถึงภาคเกษตรและประชาชนในชนบทไทยเป็นส่วนรวมด้วย 

     จะต้องไม่ยินยอมให้ใครหน้าไหนทำอันตรายหรือเอากะลามาครอบประเทศไทยไว้เพื่อให้เป็นดินแดนแคว้นหนึ่งของต่างชาติโดยเด็ดขาด 

     การเชื่อมต่อประเทศไทยเข้ากับโลก โดยเชื่อมต่อรถไฟกับกรุงเวียงจันทน์ของประเทศลาว สู่ประเทศจีน และยุโรป คืออนาคตความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติและประชาชนร่วมกัน.

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License