ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
มีแผนบึ้ม‘ศิริราช’ วัฒนาสารภาพรัก‘แม้ว’หวังแก้แค้นกรณีวัดปทุมฯ พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ไทยโพสต์ออนไลน์   
วันเสาร์ที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๘:๐๓ น.
ศาลอนุมัติหมายจับ "วัฒนา" 5 หมาย ก่อเหตุบึ้ม 4 แห่ง พ่วงครอบครองวัตถุระเบิด "จักรทิพย์" บุกสอบเครียดตลอดคืน "มือระเบิดพระมงกุฎฯ" สารภาพรักศรัทธา "ทักษิณ" มาก แค้นฝังหุ่นทหารสลายเสื้อแดงวัดปทุมฯ ปี 53 "ชุดสืบสวน" ตามประกบ 20 วันพบตระเวนดูพื้นที่เตรียมก่อเหตุอีก เล็งเป้าใหม่ รพ.ศิริราช "ประวิตร" สั่งขยายผลเพิ่ม "ยิ่งลักษณ์" โดดป้อง "พี่แม้ว" ไม่เกี่ยว "จตุพร" โวยกระสุนตกใส่คนเสื้อแดง
ศาลอนุมัติหมายจับ "วัฒนา" 5 หมาย ก่อเหตุบึ้ม 4 แห่ง พ่วงครอบครองวัตถุระเบิด "จักรทิพย์" บุกสอบเครียดตลอดคืน "มือระเบิดพระมงกุฎฯ" สารภาพรักศรัทธา "ทักษิณ" มาก แค้นฝังหุ่นทหารสลายเสื้อแดงวัดปทุมฯ ปี 53 "ชุดสืบสวน" ตามประกบ 20 วันพบตระเวนดูพื้นที่เตรียมก่อเหตุอีก เล็งเป้าใหม่ รพ.ศิริราช "ประวิตร" สั่งขยายผลเพิ่ม "ยิ่งลักษณ์" โดดป้อง "พี่แม้ว" ไม่เกี่ยว "จตุพร" โวยกระสุนตกใส่คนเสื้อแดง 

ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ทหารจากกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ (ม.พัน.4 รอ.) มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) และเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการศูนย์สืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ควบคุมตัวนายวัฒนา ภุมเรศ อายุ 62 ปี อดีตวิศวกรไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ผู้ต้องสงสัยวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า มาสอบปากคำที่กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 (พัน.ร.มทบ.11) พร้อมค้นบ้านพักพบวงจรประกอบระเบิด ตะปูเกลียว เชื้อปะทุหรือดินระเบิด บัตรพนักงาน กฟผ. สายคล้องคอ รวมถึงนาฬิกาแบบแขวนที่เป็นรูปนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีระเบิดกรุงเทพฯ พร้อมด้วย พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.), พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) และพนักงานสอบสวนกว่า 30 นาย นำเอกสารจำนวน 20 แฟ้ม เสนอต่อ น.ส.จิตฤดี วีระเวสส์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ประกอบคำร้องขอหมายจับผู้ต้องหาก่อเหตุวางระเบิดบริเวณภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2560 จนทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก

ทั้งนี้ คำร้องขอหมายจับดังกล่าวระบุบุคคลที่ถูกขอออกหมายจับคือ นายวัฒนา ภุมเรศ อายุ 62 ปี อดีตวิศวกรไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวหาว่าลักลอบวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดหน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์ ปี 2550, คดีระเบิดหน้ากองสลาก, คดีระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติอีกด้วย

ต่อมา พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ศาลได้พิจารณาอนุมัติตามคำร้องจำนวน 5 หมาย 5 เหตุการณ์ คือ เหตุระเบิดหน้าห้างเมเจอร์รัชโยธิน ปี 2550 อีก 4 หมายคือเหตุการณ์ในปี 2560 ตั้งแต่เหตุระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ, สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล, โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และกรณีพบระเบิดที่บ้านพักของผู้ต้องหาที่บางเขน ส่วนใหญ่มีข้อหาที่คล้ายกันในเรื่องระเบิด ผิด พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ฯ หากมีคนบาดเจ็บในเหตุการณ์ก็จะมีข้อหาพยายามฆ่า และหากมีทรัพย์สินเสียหายก็จะมีข้อหาทำให้เสียทรัพย์ รวมแล้ว 3-5 ข้อหา หากมีหลักฐานพาดพิงบุคคลใดอีก ก็จะขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติมต่อไป

"ขณะนี้ผู้ต้องหายังอยู่ในการควบคุมของฝ่ายความมั่นคง รายละเอียดต่างๆ พนักงานสอบสวนยังต้องรอสอบปากคำก่อน แม้เบื้องต้นผู้ต้องหารับว่าก่อเหตุเพียงคนเดียว ซึ่งก็มีโอกาสเป็นไปได้ แต่ไม่เยอะ ตอนนี้เรามีหลักฐานคนเดียว ก็ขอออกหมายจับได้คนเดียว เหตุที่เชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์ในปี 2550 เพราะวิธีประกอบระเบิดเหมือนกัน อุปกรณ์ที่ใช้ส่วนใหญ่ก็เหมือนกัน ใช้อุปกรณ์ที่ไม่แพง ผู้ต้องหามีความรู้จากที่เรียนจบวิศวกรรมมา และเคยทำงานไฟฟ้าใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้" พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าว

ถามว่า สิ่งของในบ้านของผู้ต้องหามีส่วนเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองหรือไม่ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ยังไม่ตอบดีกว่า ขอไปรับตัวเขามาก่อน และยังไม่ทราบว่าเป็นของเจ้าตัวหรือไม่ อย่าเพิ่งไปพูด เดี๋ยวแตกแยก ต้องให้ชัดเจนก่อน ยืนยันว่าคดีมีความคืบหน้า นายกฯ และรองนายกฯ ก็ให้ขยายผล ประชาชนสบายใจได้ หากทหารส่งตัวผู้ต้องหามาแล้วก็ต้องทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพราะมีประจักษ์พยานเห็นที่เกิดเหตุ

อนุมัติหมายจับ 'วัฒนา'

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอนุมัติหมายจับจำนวน 1 คน คือ นายวัฒนา หรือตุ๋ม ภุมเรศ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44/408 หมู่บ้านอัมรินทร์นิเวศ 1 ถ.พหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. โดยเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้พบและเชิญตัวนายวัฒนาเพื่อไปซักถามข้อมูล อาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ลงวันที่ 1 เม.ย.2558 ซึ่งนายวัฒนาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุระเบิดทั้ง 3 จุด และยังรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุที่หน้าห้างเมเจอร์รัชโยธิน เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2550 อีกด้วย

และในวันที่ 15 มิ.ย.2560 เวลา 06.30 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายวัฒนา ผลการตรวจค้นพบท่อพีวีซีขนาด 1 นิ้ว ถูกตัดเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 3 นิ้ว และพบวงจรไฟฟ้าสำหรับตั้งเวลาจำนวนหลายชุด ซึ่งประกอบวงจรพร้อมใช้งาน นอกจากนี้ยังพบดินเทาที่ใช้สำหรับบรรจุในระเบิด รวมทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ไฟฟ้าอีกหลายรายการในบ้านพักดังกล่าว โดยนายวัฒนาให้การยอมรับว่าสิ่งของที่ค้นพบเป็นของตนเอง มีไว้สำหรับใช้ประกอบเป็นวัตถุระเบิด

โดยรายละเอียด 5 หมายจับที่ศาลออกนั้น ประกอบด้วย 1.หมายจับเลขที่ 1412/2560 ลงวันที่ 16 มิ.ย.2560 ของ สน.พหลโยธิน เป็นการก่อเหตุที่ หน้าห้างเมเจอร์รัชโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 เม.ย.2550 เวลา 23.16 น. 2.หมายจับเลขที่ 1410/2560 ลงวันที่ 16 มิ.ย.2560 ของ สน.ชนะสงคราม เหตุระเบิดที่หน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แขวงสามยอด เขตพระนคร กทม. เมื่อวันที่ 5 เม.ย.2560 เวลา 20.20 น. 3.หมายจับเลขที่ 1409/2560 ลงวันที่ 16 มิ.ย.2560 ของ สน.ชนะสงคราม เหตุระเบิดที่หน้าโรงละครแห่งชาติ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม. เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2560 เวลาประมาณ 20.20 น. 4.หมายจับเลขที่ 1408/2560 ลงวันที่ 16 มิ.ย.2560 ของ สน.พญาไท เหตุระเบิดที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2560 เวลา 10.30 น. ทั้งหมดในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ทำให้เกิดการระเบิดเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส มีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองฯ มียุทธภัณฑ์ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำให้เสียทรัพย์

5.หมายจับเลขที่ 1411/2560 ลงวันที่ 16 มิ.ย.2560 ของกองบังคับการปราบปราม ในความผิดฐานมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียุทธภัณฑ์ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุพบระเบิดที่บ้านพักนายวัฒนา เลขที่ 44/408 หมู่บ้านอัมรินทร์นิเวศ 1 ถ.พหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน

มีรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 15 มิ.ย. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เข้าสอบปากคำนายวัฒนาด้วยตัวเองตลอดทั้งคืน จนถึงเวลาตี 2 ของวันที่ 16 มิ.ย. ซึ่งช่วงแรกนายวัฒนาให้การปฏิเสธ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดหลักฐานจากกล้องวงจรปิดให้ดู ทำให้นายวัฒนาจำนนด้วยหลักฐานและรับสารภาพในที่สุด โดยบอกว่า รักและศรัทธานายทักษิณ ชินวัตร มาก และเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองกับคนเสื้อแดงมาโดยตลอด และยิ่งรู้สึกเกลียดทหาร จากเหตุการณ์กระชับพื้นที่เมื่อปี 53 ที่วัดปทุมวนารามฯ ซึ่งทำให้คนเสื้อแดงเสียชีวิต 93 ศพ จึงตั้งปณิธานไว้ว่าจะทำให้ทหารรู้สึกเจ็บปวดเช่นกัน

เตรียมบึ้ม 'รพ.ศิริราช' อีก

นายวัฒนารับด้วยว่า ได้วางระเบิดไปป์บอมบ์ทั้งสิ้น 6 ครั้ง คือ 1.เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 เม.ย.50 เวลา 23.18 น. วางระเบิดในตู้โทรศัพท์สาธารณะของบริษัททีโอที สีส้ม ด้านหน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์รัชโยธิน ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร 2.เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 พ.ค.50 เวลา 20.30 น. ระเบิดตู้โทรศัพท์สาธารณะปากซอยราชวิถี 24 3.เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 ก.ย.50 เวลา 21.00 น. วางระเบิดบริเวณด้านข้างกรมแผนที่ทหารบก ติดกับกองบัญชาการทหารบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน กทม. เนื่องจากไม่ชอบ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ขณะดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) 4.เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 เม.ย.60 วางระเบิดด้านหน้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาล ถ.ราชดำเนิน 5.เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 พ.ค.60 ได้ลอบวางระเบิดบริเวณด้านหน้าโรงละครแห่งชาติ และ 6.เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 พ.ค.60 วางระเบิดภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า 

มีรายงานว่า การควบคุมตัวนายวัฒนาครั้งนี้มาจากหลังเกิดเหตุที่ รพ.พระมงกุฎฯ คำให้การของพยานในที่เกิดเหตุ ระบุผู้ต้องสงสัยใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า สวมชุดสีครีมคล้ายชุดตำรวจโบราณ ซึ่งมีบุคคลต้องสงสัยจำนวนมาก จึงคัดออกจนเหลือผู้ต้องสงสัยเป้าหมายไม่ถึง 20 คน จากนั้นเกาะติดรายคนจนเหลือเพียง 2 คน โดยพุ่งเป้าไปที่นายวัฒนาเป็นคนแรก เพราะไม่มีรายชื่ออยู่ในผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษา และได้เดินออกจากห้องจ่ายยาวงษ์สุวรรณ โดยไม่มีถุงที่ถือเข้ามาด้วยในตอนแรก เจ้าหน้าที่จึงไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งหมดในโรงพยาบาล รวมถึงเส้นทางออกจนเข้าบ้านพักย่านรามอินทรา และจากการตรวจค้น 9 จุด รวมถึงร้านขายแจกันลักษณะเดียวกับที่พบในห้องเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ใกล้ที่ทำงานของนายวัฒนา ประกอบกับผู้ต้องสงสัยเป็นอดีตวิศวกรไฟฟ้า มีความรู้เรื่องการต่อวงจร เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่านายวัฒนามีส่วนเกี่ยวข้องแน่นอน

จากนั้นเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามพฤติกรรมรายวัน เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 20 วัน จนพบว่านายวัฒนาแม้จะเกษียณจาก กฟผ.ไปแล้ว แต่มีพฤติกรรมที่น่าสงสัยคือ ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนจะยังคงขับรถส่วนตัวมาจอดที่ กฟผ.นนทบุรี แล้วนั่งรถเมล์ไปยังจุดหมาย

"ในช่วงเวลา 20 วันที่เจ้าหน้าที่ติดตามดูพฤติกรรม นายวัฒนาจะเดินทางไปสำรวจพื้นที่ต่างๆ เพื่อเตรียมจะวางระเบิดไปป์บอมบ์อีก จึงตัดสินใจเข้าควบคุมตัวทันที เพราะเกรงว่าหากนายวัฒนารู้ตัวแล้วจะทำการทำลายหลักฐานที่เตรียมจะก่อเหตุร้ายอีก โดยหลังจากสอบสวนทำให้ทราบว่านายวัฒนาเตรียมการที่จะก่อเหตุในโรงพยาบาลศิริราช เพราะลงพื้นที่ไปดูหลายครั้งแล้ว เพียงรอคอยวันสำคัญหรือวันที่เป็นสัญลักษณ์เพื่อก่อเหตุครั้งต่อไป" แหล่งข่าวระบุ

มีรายงานว่า การเดินทางด้วยรถเมล์ของนายวัฒนา เพื่อง่ายต่อการหลบหนี และไม่เป็นเป้าสายตา รวมทั้งการที่นายวัฒนาเป็นช่างไฟฟ้า เมื่อไปซื้ออุปกรณ์ต่างๆ จึงไม่เป็นที่สงสัย โดยซื้อดินดำที่ร้านค้าย่านสะพานพระราม 7 เพื่อนำมาประกอบระเบิด ส่วนท่อพีวีซีซื้อตามร้านทั่วไป

มีรายงานด้วยว่า นอกจากการควบคุมตัวนายวัฒนาแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวภรรยาของนายวัฒนาไว้ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) สนามเป้า พร้อมกับควบคุมตัวเพื่อนสาวคนสนิทของนายวัฒนาไว้ที่กองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ (ม.พัน 4  รอ.) สนามเป้า เพื่อขยายผลในคดีว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่

ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า นายวัฒนาเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ตั้งไว้หลายๆ คน กระทั่งสืบสวนพบว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดดังกล่าว เพราะกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกได้ใน รพ.พบใส่หน้ากากอนามัย และถือถุงเข้าไป จึงสืบสวนหาตัวคนร้ายที่เกี่ยวข้อง โดยภาพวงจรปิดนั้นเราได้มาตั้งแต่แรกแล้ว

ขยายผลหามือระเบิดอีก

"ตั้งแต่แรกที่พูดว่าเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้คล้ายกับปี 50 เพราะลักษณะการประกอบระเบิดคล้ายกัน ซึ่งระเบิดเกิดขึ้นแต่ละครั้งเรามีฐานข้อมูลอยู่แล้ว จึงนำมาเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลเพื่อสืบสวนหาตัวคนร้าย โดยหลักฐานที่มีอยู่ทั้งนิติวิทยาศาสตร์สามารถยืนยันได้ว่านายวัฒนามีส่วนเกี่ยวข้องกับระเบิดครั้งนี้ จึงนำไปสู่การขอศาลออกหมายจับ ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับทั้งหมด 5 หมาย ส่วนรายละเอียดการก่อเหตุหรือความเชื่อมโยงต่างๆ ขอแถลงอีกครั้งในวันอังคารนี้" พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว

ถามว่า นายวัฒนาอ้างก่อเหตุระเบิดเพียงคนเดียว พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า เราก็รับฟังเขาอยู่แล้ว ส่วนจะเชื่อหรือไม่ เป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ โดยได้สั่งให้สืบสวนขยายผลต่อ ส่วนจะอยู่ในกลุ่มฮาร์ดคอร์หรือไม่ จากการตรวจสอบที่ผ่านมายังไม่เคยปรากฏ มั่นใจจับถูกตัวแน่นอน

ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 08.30 น. พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่ทำเนียบรัฐบาล ใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง ซึ่งคาดว่ามารายงานความคืบหน้าการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

มีรายงานว่า พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เรียกเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มากำชับในมาตรการการรักษาความปลอดภัยและการปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาลและบริเวณโดยรอบ เนื่องจากล่าสุดในเช้าวันเดียวกันนี้ เกิดเหตุชายสูงอายุ ทราบชื่อภายหลังว่า นายสงวน แสงใจหนัก ชาวจังหวัดนครสวรรค์ อายุ 65 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ มาดักรออยู่บริเวณป้ายรถเมล์ด้านหน้ามหาวิทยาลัย และตะโกนให้นายกรัฐมนตรีช่วยเหลือ พร้อมชูป้ายข้อความ

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางเข้ามาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกล่าวถึงการจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าว่า ขณะนี้กำลังสืบสวนสอบสวนกันอยู่ จะได้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร ซึ่งนายวัฒนาเป็นผู้ก่อเหตุแน่นอน

ถามเหตุจูงใจในการก่อเหตุคืออะไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ว่ามูลเหตุคืออะไรกันแน่ แต่เขาไม่ชอบทหาร และก่อเหตุมา 3-4 ครั้งแล้ว ตั้งแต่ปี 2550 ส่วนจะเป็นขบวนการหรือไม่ ต้องรอฟังการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่

ซักว่าก่อนหน้านี้มีการเชื่อมโยงนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำเสื้อแดง จ.ปทุมธานี พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่แน่ ไม่ทราบ เขากำลังสอบสวนกันอยู่ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ซึ่งนอกจากนายวัฒนาแล้ว คงมีคนใกล้ชิดกับเขาสักคนหนึ่งเกี่ยวข้อง เบื้องต้นทราบว่าเป็นคนใกล้ชิดที่เป็นภรรยาอีกคน แต่ยืนยันไม่เกี่ยวกับทหารนอกแถว ส่วนจะเข้าข่ายสนับสนุนการก่อเหตุหรือไม่นั้น ขอให้คิดกันเอาเอง

จากนั้น พล.อ.ประวิตรเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการบูรณาการแผนและระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ทั่วประเทศ ครั้งที่ 1/2560 โดยหลังการประชุม พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า รัฐบาลได้ดำเนินการสำรวจกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) โดยผลสำรวจเมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา ทั้งของภาครัฐและเอกชน เฉพาะกล้องที่ฉายไปในพื้นที่สาธารณะ พบว่ามีกว่า 3 แสนกล้อง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์มีนโยบายให้หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการซ่อมแซมกล้องที่ชำรุดโดยเร็ว และจากการสำรวจ มีการพิจารณาว่าจะต้องติดตั้งกล้องเพิ่มเติมอีกกว่า 4 หมื่นกล้องในพื้นที่เสี่ยงทั้งหมด นายกฯ มองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องความมั่นคง จึงจะนำเรื่องทั้งหมดนี้ไปหาในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติด้วย

"ในที่ประชุมได้กำหนดศูนย์ควบคุมระดับจังหวัดและประเทศ ว่าจะต้องมีการเชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ ให้ฝ่ายปกครองและตำรวจสามารถใช้งานร่วมกันได้ด้วย ซึ่งตำรวจและกระทรวงมหาดไทยทำงานร่วมกันใน 77 จังหวัด ส่วนระบบการจัดเก็บและตรวจสอบการใช้งานข้อมูลเป็นของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยจะเปิดระบบการใช้งานในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ อีกทั้งต้องจัดทำระบบเชื่อมโยงทั้งหมดภายใน 90 วัน" โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าว

'ปู' ขออย่าโยง 'ทักษิณ'

พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการประสานทางการลาวติดตามการเคลื่อนไหวของโกตี๋ว่า ทางการลาวได้แจ้งเตือนและกำกับอีกที ด้วยความสัมพันธ์ที่ดีกับไทยในทุกระดับ จึงเริ่มตอบสนองความต้องการสิ่งที่เราขอร้องไป ส่วนมีการบล็อกการจัดรายการทางยูทูบในลาวแล้วหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ แต่ผลลัพธ์สุดท้ายคือ เขาไม่ได้ออกอากาศ

"เวลานี้สิ่งที่เราขอร้องให้ไปกำกับ เราไม่ได้ระบุต้องไปกำกับอะไรบ้าง แต่อะไรที่กลุ่มนี้นำเสนอ มีผลกระทบต่อจิตใจของคนไทย เราขอให้ทางลาวไปควบคุมไม่ให้ออกอากาศไม่ว่าช่องทางใดก็ตาม แต่ที่เราเห็นคือเริ่มได้ผลลัพธ์กลับมาแล้ว" เลขาฯ สมช.กล่าว

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และพบนาฬิการูปนายทักษิณภายในบ้านพักว่า นายทักษิณเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ต้องมีคนรู้จักรักชอบเป็นธรรมดา แต่ท่านก็ไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรง

"ขอความกรุณาอย่าเพิ่งเชื่อมโยง รอให้เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนและพิสูจน์หลักฐานให้สิ้นสุดก่อน เชื่อว่าท่านเองไม่เคยสนับสนุนการใช้ความรุนแรง และทางพรรคเพื่อไทยก็ได้ประณามผู้กระทำการดังกล่าวไปแล้ว" น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า ก่อนหน้า นปช.ออกแถลงการณ์ประณามการวางระเบิดใน รพ.พระมงกุฎเกล้าเหตุระเบิด ซึ่งอย่าว่าแต่เป็นคนเสื้อสีใดเลย เป็นคนยังไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่ทุกคนไม่มีใครเห็นด้วย อย่างไรก็ตามหลักกฎหมายจนกว่าคดีถึงที่สุดยังเป็นผู้บริสุทธิ์

"พวกเราอยู่ในหมู่บ้านกระสุนตก ทั้งนาฬิกา ผ้าพันคอใหม่เอี่ยม เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เป็นเรื่องความชินชา ใครอยากให้ใครเชื่ออย่างไรก็ทำตามสบาย แต่คนที่ทำผิดจริงๆ ควรได้รับการประณาม สาปแช่ง ถือเป็นความอำมหิต เพราะ นปช.เรามีแนวทางสันติวิธี ไม่มีวิธีอื่น ไม่สนับสนุนวิธีอื่น ส่วนรูปแบบการเชื่อมโยง การตั้งข้อกล่าวหา ตั้งข้อสงสัยก็ทำเหมือนทุกครั้งที่เคยทำมา ไม่รู้จักเบื่อกันหรือ มันง่ายเหลือเกิน นาฬิกาใหม่ ผ้าแดงใหม่เอี่ยม อุปกรณ์ก็ใหม่ ทหารควรเอาตัวไปให้ตำรวจสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา เพราะเรื่องนี้กระทบกระเทือนต่อจิตใจคนไทย”ประธาน นปช.กล่าว

เวลา 13.30 น. เกิดเหตุระเบิดที่หน้าสำนักงานเลขาธิการรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(SEAMCO) ถนนสุขุมวิท ใกล้ปากซอยสุขุมวิท 40 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม. บริเวณพุ่มไม้ริมรั้วพบเศษใบไม้กระจายใกล้ถุงขยะ เบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บเป็นพนักงานกวาดขยะหญิงของกรุงเทพมหานคร จำนวน 2 ราย คือ นางศิริวรรณ ศรีเพ็ง อายุ 51 ปี ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดที่บริเวณหน้าขาทั้งสองข้าง อีกรายคือนางน้ำหวาน สุขกลิ่น อายุ 43 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ขาเช่นกัน เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่ง รพ.จุฬาฯ

พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ กล่าวว่า สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้บาดเจ็บกำลังเก็บกวาดขยะที่บริเวณใกล้กับโรงเรียนปทุมคงคา ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากตึกดังกล่าว และไปพบถุงกระสอบซุกซ่อนไว้ในพุ่มไม้ จึงเก็บมาเปิดดู พบวัตถุลักษณะคล้ายระเบิดปิงปองพันด้วยเทปดำ จึงได้ถือถุงดังกล่าวไปด้วย ซึ่งระหว่างจะมาถึงจุดที่เกิดระเบิดนั้นได้ทำถุงดังกล่าวตกถึง 3 ครั้ง แต่กลับไม่เกิดระเบิด จึงได้ตัดสินใจแกะวัตถุดังกล่าวจนเกิดระเบิดขึ้น ทำให้ได้รับบาดเจ็บ

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวว่า ระเบิดดังกล่าวเป็นลักษณะคล้ายประทัด และบริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้โรงเรียนแห่งหนึ่ง เป็นไปได้ว่าอาจจะมีการวางไว้ แต่ไม่ได้เกี่ยวกับระเบิดแสวงเครื่องแต่อย่างใด ประกอบกับเผอิญคนที่เก็บได้ทำตกแล้วจึงระเบิดขึ้นมา ไม่ได้มีอานุภาพร้ายแรง ทำให้ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย เชื่อว่าไม่เกี่ยวข้องกับความตื่นตระหนกจนเกินไป

"ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างสถานการณ์แต่อย่างใด เนื่องจากไม่ใช่ระเบิด แต่เป็นแค่ประทัดเท่านั้น และไม่มีอะไรที่เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน" ผบช.น.กล่าว.
 
ที่มา ไทยโพสต์ออนไลน์ 
แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๘:๐๙ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License