ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ปปช.เชือดวัฒนา โกงบ้านเอื้ออาทร พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ไทยโพสต์ออนไลน์   
วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๐:๐๖ น.
แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายวัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย สมัยดำรงตำแหน่ง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับพวก ในสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ส่อว่าทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร โครงการที่บริษัท พาสทิญ่า ไทย จำกัด ดำเนินการ

โดยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ฐานผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือประหารชีวิต และมาตรา 149 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต

มีรายงานว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ส่งสำนวนการไต่สวนไปให้สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) แล้ว แต่อสส.เห็นว่ามีข้อไม่สมบูรณ์ตามข้อกฎหมาย จึงมีมติให้ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง ป.ป.ช.กับ อสส. เพื่อพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ ก่อนส่งฟ้องต่อศาลต่อไป อย่างไรก็ตาม หากคณะทำงานระหว่าง ป.ป.ช.กับ อสส.หาข้อยุติไม่ได้ ทาง ป.ป.ช.สามารถนำสำนวนมาส่งฟ้องต่อศาลด้วยตนเองได้

สำหรับคดีดังกล่าว นายวัฒนากับพวกถูกกล่าวหาว่าเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการเอกชนในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการบ้านเอื้ออาทร โดยเริ่มจากการที่บริษัท พาสทิญ่าฯ ได้โควตาเป็นคู่สัญญากับการเคหะแห่งชาติ 7 โครงการ 7,500 ยูนิต มูลค่า 2,500 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการสวนพลูพัฒนา, โครงการผดุงพันธ์, โครงการนนทบุรี (วัดกู้ 1), โครงการนนทบุรี (วัดกู้ 3), โครงการสมุทรปราการ (วัดคู่สร้าง 1), โครงการปทุมธานี ลำลูกกา คลอง 2 และโครงการกระทุ่มแบน 3 ทั้งที่ไม่มีคุณสมบัติในการเข้าเป็นคู่สัญญากับการเคหะแห่งชาติ แต่ได้มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อให้สามารถเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐได้

โดยเรื่องดังกล่าวเริ่มมีการตรวจสอบหลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบโครงการต่างๆ ในสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งโครงการทุจริตบ้านเอื้ออาทรเป็นหนึ่งในโครงการอื้อฉาวที่ คตส.เข้าไปตรวจสอบ โดยพบว่ามีหลายโครงการที่ผิดปกติ รวมถึงโครงการที่มีการกล่าวหานายวัฒนาและพวกด้วย ต่อมาเมื่อ คตส.หมดหน้าที่ได้ส่งสำนวนทั้งหมดที่ยังค้างอยู่มาให้ ป.ป.ช.พิจารณาต่อ

นายณรงค์ รัฐอมฤต กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีกล่าวหานายวัฒนา เมืองสุข เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับพวก ทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร เปิดเผยว่า คดีนี้ ป.ป.ช.ชี้มูลผู้เกี่ยวข้องไปนานแล้ว นอกจากนายวัฒนา ยังมีบุคคลอื่นๆ รวมด้วยอีกหลายราย ทั้งนี้ ตนมารับผิดชอบสำนวนคดีดังกล่าวต่อจากนายประสาท พงษ์ศิวาภัย อดีตกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้เรื่องมันจบ สามารถเดินต่อไปได้ เนื่องจากคดีนี้ใช้เวลาตรวจสอบมาอย่างยาวนาน ตนแค่มาทำต่อให้จบ ด้วยการสรุปสำนวนการไต่สวนก่อนเสนอเข้าที่ประชุม ป.ป.ช.พิจารณา

มีรายงานว่า เหตุผลที่ ป.ป.ช.ไม่แถลงผลการชี้มูลกรณีดังกล่าว เนื่องจากในระยะหลังมีผู้ถูกกล่าวหาในหลายคดี เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะถูกชี้มูลความผิด มักขอความเป็นธรรมหรือยื่นพยานหลักฐานใหม่เข้ามาให้พิจารณา ทำให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ต้องตีกลับสำนวนให้คณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงคดีนั้นๆ พิจารณาใหม่ จึงเห็นว่าหลายคดีใน ป.ป.ช.ใช้เวลาพิจารณานานกว่าจะได้ข้อสรุป ดังนั้น กรณีที่ ป.ป.ช.ชี้มูลนายวัฒนากับพวกโดยไม่มีการแถลงต่อสื่อมวลชน เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ส่วนผู้ถูกชี้มูลจะขอชี้แจงหรือยื่นหลักฐานใหม่เพิ่มเติม ให้ไปดำเนินการในชั้นอัยการสูงสุด (อสส.) หรือศาล

ขณะเดียวกัน มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจเกี่ยวกับตำแหน่งในสำนักงานอัยการสูงสุด จากการประชุมคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เมื่อที่ 14 มิ.ย. ในระเบียบวาระที่ 4 เรื่องการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งและแต่งตั้งอัยการสูงสุด ปรากฏว่าคณะกรรมการอัยการ หรือ ก.อ. มีมติเห็นชอบให้นายเข็มชัย ชุติวงศ์ รองอัยการสูงสุด ลำดับ 1 ดำรงตำแหน่งว่าที่อัยการสูงสุดคนต่อไป อย่างเป็นเอกฉันท์

ทั้งนี้ เนื่องด้วย ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด ซึ่งมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณ 2555 จะพ้นจากตำแหน่ง จึงเลื่อนตำแหน่งนายเข็มชัย และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2560 เป็นต้นไป

นายเข็มชัย ปัจจุบันอายุ 63 ปี เกิดวันที่ 27 ก.ย.2497 จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนติบัณฑิตไทย เกียรตินิยมเเละปริญาโทนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด สอบเข้าข้าราชการอัยการ ได้รับความเจริญก้าวหน้าในการดำรงตำเเหน่งหน้าที่การงานมาโดยตลอด ทั้งในสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายสัญญาเเละหารือ สำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย สำนักงานอัยการสูงสุด ก่อนที่จะขึ้นดำรงตำเเหน่งฝ่ายบริหาร ที่สำคัญ ปฏิบัติหน้าที่รองอัยการสูงสุดเมื่อวันที่ 1 ต.ค.2558

เมื่อปี 2550 นายเข็มชัยเคยร่วมสอบสวนคดีบริษัทเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งขณะนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นกรรมการบริหาร

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันเดียวกันนี้ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบบัญชีรายรับ-รายจ่ายวัดต่างๆ ว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ดำเนินการตรวจสอบตามที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ป.) พิจารณา โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้แจ้งว่าจะมีการรับการจ่ายเงินผิดปกติ 26 วัด ซึ่ง ป.ป.ป.ตรวจสอบแล้วน่าจะมี 12 วัด แต่ขณะนี้ พศ.ยังไม่ได้รับรายงาน คงต้องรอข้อมูลจาก ป.ป.ป. จากนั้น พศ.จะดำเนินไปตามขั้นตอน โดยมีระเบียบทางราชการอยู่ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง

"เรื่องของพระ เรื่องของ พศ. เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน อยากให้ดูแลกันให้ดี ให้มีความรอบคอบรัดกุม เพราะจะมีผลกระทบค่อนข้างเยอะ ทั่วประเทศเรามีพระประมาณ 3 แสนรูป มีเพียงไม่กี่รูปที่มีพฤติกรรมในลักษณะนั้น ต้องว่าเป็นรายๆ ไป วัดเรามีประมาณ 4 หมื่นวัดทั่วประเทศ มีไม่กี่วัดที่น่าจะมีปัญหา ไม่อยากจะให้ข่าวไปในลักษณะที่จะกระทบทั้งวงการ ให้ไปตรวจสอบกันให้ดี ขณะนี้ยังไม่ได้ทำอะไร ต้องรอข้อมูลจาก ป.ป.ป.ที่กำลังตรวจสอบอยู่"

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการดำเนินการกับพระธัมมชโยกรณีอาบัติปาราชิก นายออมสินตอบว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการนำตัวพระธัมมชโยเพื่อมาดำเนินการตามขั้นตอนของสงฆ์ได้ การสึกพระไม่ใช่สึกกันทางอากาศ หรือสึกกันทางหน้าหนังสือพิมพ์ มันมีขั้นตอนอยู่ ต้องทำตามระเบียบขั้นตอนนั้น ซึ่งต้องได้ตัวพระธัมมชโยมาก่อน เพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอน

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยกรณีดังกล่าวว่า พนักงานสอบสวนดีเอสไอทำตามพยานหลักฐานทุกอย่างเกี่ยวกับคดีฟอกเงิน และมีข้อมูลเชื่อมโยง ส่วนการออกมาให้สัมภาษณ์ ก็เป็นสิทธิของนายอนันต์ และไม่อยากตอบโต้ รวมทั้งดีเอสไอให้นายอนันต์มาชี้แจงรายละเอียดต่างๆ พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวอีกว่า ส่วนที่บอกว่าลูกศิษย์ธรรมกายคนอื่นๆ จะโดนเรียงคิวฟ้องด้วยนั้น พนักงานสอบสวนดีเอสไอจะไม่กล่าวหาบุคคลใดหากไม่มีหลักฐานเชื่อมโยง เพราะอาจถูกฟ้องกลับได้ในภายหลัง

ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานเครือข่ายประชาชนปฏิรูป และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พร้อมด้วยตัวแทนประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เดินทางมายื่นฟ้องคดีอาญาต่อนายสมชาย ชาญณรงค์กุล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นจำเลยที่ 1, นายบุญเสริม ไกรสินธุ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์พื้นที่ 2 เป็นจำเลยที่ 2 และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เป็นจำเลยที่ 3

ในข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และทุจริตฐานฉ้อโกงประชาชน มาตรา 341, 343 และความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน มาตรา 4, 5 เนื่องจากร่วมกันสนับสนุนช่วยเหลือสหกรณ์คลองจั่น โดยมีประชาชนผู้เสียหายเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำนวน 665 คน พร้อมเอกสารประกอบคำฟ้องจำนวน 29,449 แผ่น ซึ่งศาลได้รับคำฟ้องไว้ในสารบบความเป็นคดีหมายเลขดำที่ อท.325/2560.
 
 
ที่มา -  ไทยโพสต์ออนไลน์
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License