ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
‘สุเทพ’ยืดอกเชียร์บิ๊กตู่หนุนอยู่ยาว ปฏิรูปเสร็จค่อยเลือกตั้ง พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย แนวหน้าออนไลน์   
วันจันทร์ที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๙:๒๓ น.

‘สุเทพ’ยืดอกเชียร์บิ๊กตู่หนุนอยู่ยาว ปฏิรูปเสร็จค่อยเลือกตั้ง นำกปปส.แจง‘ปยป.’ชื่นมื่น สตง.ปัดรังแก60นักการเมือง จี้สรรพากรรีบเก็บภาษีให้ครบ ‘ปู’โวยแทนแม้วไล่ล่าไม่หยุด

 

 “สุเทพ” พาแกนนำ กปปส.เข้าให้ความเห็น“ปลัดกห.”ยืดอกเชียร์ “บิ๊กตู่” ต้องปฏิรูปให้สำเร็จก่อนการเลือกตั้ง จะนานแค่ไหนก็รอได้ ขณะที่ “วิษณุ” แย้มรีดภาษีขายหุ้นทักษิณ ครอบครัวมีหลายช่วง ชี้ช่องให้สรรพากรจัดการ ด้าน“ยิ่งลักษณ์” โวยแทนพี่ชาย ถูกไล่ล่าอย่างไม่เป็นธรรม ผู้ว่าฯสตง.ปัดกลั่นแกล้งนักการเมืองหลังตรวจสอบพบ 60 นักการเมืองเลี่ยงภาษี

 

ที่กระทรวงกลาโหม (กห.) เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ได้เชิญคณะกรรมการประชาชนเพื่อการ เปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เข้าให้ข้อคิดเห็นตามกรอบ 10 ประเด็น ที่คณะอนุกรรมการฯ กำหนดไว้ สำหรับแกนนำ กปปส. ที่เข้าร่วมเสนอความคิดเห็น นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิ กปปส. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายถาวร เสนเนียม นายชุมพล จุลใส นายสกลธี ภัททิยกุล นายณัฏพล ทีปสุวรรณ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร และน.ส.จุฑาทัตต เหล่าธรรมทัศน์

 

เปิด5ข้อเสนอของ’กปปส.’

 

สำหรับข้อเสนอของ กปปส. ที่จะเสริมสร้างความปรองดอง ประกอบไปด้วย 5 ด้าน คือ 1.การปฏิรูปการเมือง พรรคการเมือง การเลือกตั้ง และกกต. ซึ่งต้องทำการเมืองให้เป็นของประชาชนคนไทย ทำพรรคการเมืองเป็นพรรคการเมืองอย่างแท้จริง และต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธ์ ยุติธรรม รวมถึงการปรับ อำนาจหน้าที่ของ กกต. ที่ยังไม่เหมาะสม ไม่มีประสิทธิภาพ 2. คือกระบวนการแก้ปัญหา และป้องกัน ปราบปรามการทุจริต ทั้งการปฏิรูปตำรวจ และกระบวนการยุติธรรม ซึ่งตำรวจไม่ใช่กองทัพ จะจัดระบบกำลังอย่างทหารไม่ได้ โดยต้องกระจายอำนาจ พร้อมเสนอตั้งกองบัญชาการตำรวจ จังหวัด แก้ปัญหาการวิ่งเต้น

 

3. การแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ระบบราชการ ที่ต้องกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ให้จังหวัดเป็นนิติบุคล โดยจะเสนอให้ นายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัด ด้วยวิธีการสรรหา ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากประชาชน และสภาจังหวัด 4.การปฏิรูปแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ที่จะทำให้เกิดความสามัคคีปรองดองในวันข้างหน้า โดยต้องเริ่มแก้จากระบบการศึกษา ต้องรื้อระบบกระทรวง โดยเสนอให้ รัฐ ส่งเสริม การศึกษาในระดับอาชีวะ ปวช. และ ปวส. เรียนฟรี และมีคุณภาพ พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้หน้าที่พลเมือง และคุณธรรม และ5.การส่งเสริมอาชีพ ยกระดับรายได้ประชาชน รัฐต้องกำหนด เส้นมาตรฐานความพอเพียง ใคร ต่ำ กว่าระดับ รัฐต้องเข้าไปช่วยเหลือ และเอาจริงเอาจัง พร้อมจัดตั้งชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง

 

ต้องปฏิรูปเสร็จก่อนเลือกตั้ง

 

จากนั้น พล.อ.ต.รังสรรค์ เยาวรัตน์ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงข่าวว่า กลุ่ม กปปส.ได้เสนอเจตนารมณ์หลัก คือ ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งโดยระบุว่าไม่รีบเลือกตั้ง ควรที่จะปฏิรูปประเทศให้แล้วเสร็จและให้เห็นเป็นรูปธรรมก่อน ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง โดยทาง กปปส.ได้เสนอให้การปฏิรูปการเมือง จะต้องทำการเมืองให้เป็นของประชาชน โดยประชาชนเพื่อประชาชน รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อทำให้การเลือกตั้งมีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม รวมไปถึงการปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น เพื่อให้มีประสิทธิภาพรวดเร็ว และเรื่องคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตจะต้องไม่มีอายุความ

 

กปปส.มีความหวังใน”บิ๊กตู่”

 

ในขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณกล่าวหลังเสนอความคิดเห็นแนวทางปรองดอง ว่า พวกเราได้ชี้แจงในที่ประชุมว่า มวลมหาประชาชนมีความคาดหวังให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้ปฏิรูปประเทศให้เสร็จ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยข้อเรียกร้องของประชาชนที่ให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งนั้น ประชาชนได้ติดตามการทำงานรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งตรงกับที่ประชาชนคิด แต่ยังมีอีกหลายเรื่องต้องทำต่อ ดังนั้นประชาชนขอเป็นกำลังใจ พร้อมสนับสนุนทุกมิติ

 

โดยหัวข้อที่ให้ปฏิรูปใหม่สุด คือ การเมือง จะต้องทำการเมืองของประชาชน มาจากประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน เพราะที่ผ่านมาเป็นการเมืองของนักการเมือง และของนักลงทุน กลุ่มผลประโยชน์ ซึ่งไม่ใช่การเมืองของประชาชนจริงๆ โดยสิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องทำพรรคการเมืองให้เป็นของประชาชนที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเท่านั้น จะเป็นแบบสาธารณรัฐไม่ได้

 

ชี้ประกาศคสช.ไม่มีปัญหา

 

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ส่วนคำสั่ง ประกาศ คสช. และมาตรา 44 จะเป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปหรือไม่นั้น ตนคิดว่าไม่เป็นเลย ในทางตรงกันข้ามเป็นโอกาสดีที่คสช.มีอำนาจอย่างเต็มที่ ในฐานะรัฏฐาธิปัตย์ ตราบใดที่มีอำนาจเต็มที่ มีเจตนารมณ์ที่ดีก็สามารถใช้อำนาจให้เต็มที่ได้ในการปฏิรูปประเทศ เพราะประชาชนสนับสนุน ทำนองเดียวกันหากปฎิรูปไม่เสร็จแล้วไปกระทบโรดแมปคสช.ตนคิดว่า เท่าที่รับฟังประชาชนไม่เรียกร้องว่าจะเลือกตั้งเมื่อใด แต่ประชาชนเรียกร้องให้ทำการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เสร็จก่อน แล้วประเทศจะได้เดินหน้าต่อไปได้

 

เมื่อถามว่า หากปฏิรูปไม่เสร็จ รัฐบาล และ คสช. อยู่ต่อ กปปส.จะขัดข้องหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เราไม่ขัดข้อง แต่ต้องทำงาน ไม่ใช่อยู่แล้วไม่ปฏิรูป ในอนาคตเมื่อปฎิรูปแล้วเสร็จ หากทุกอย่างดีพอ แข็งแรงพอ มั่นใจได้ผลการเลือกตั้งออกมาเป็นอย่างไรทุกคนต้องเคารพ

 

ประกาศชัดขอเชียร์”บิ๊กตู่”

 

เมื่อถามอีกว่า กปปส.เสนอให้นิรโทษกรรมและอภัยโทษ หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ตน เป็นหน้าที่รัฐบาลรับผิดชอบ ส่วนที่ประชาชนบางส่วนวิพากษ์วิจารณ์ว่า กปปส.เข้าข้าง และเชียร์ทหารนั้น ตนเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่แล้ว เราเชียร์แบบเปิดเผย ไม่ได้ลับๆล่อ เราเชียร์เลย และรู้ว่าสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิรูปประเทศตรงใจพวกเรา ไม่ต้องมา กล่าวหากัน เรารับเลย ชัดเจน

 

ทั้งนี้ตนชื่นชม รัฐบาล และคสช.ที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายเข้ามาแสดงความคิดเห็น คนทำงานจะได้เข้าใจปัญหาลึกซึ้งถึงแก่นจริงๆ แต่ขอให้ดำเนินการที่เหมาะสมกับสภาพการณ์ของประเทศไทย ตามขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อถือของสังคมไทย

 

สตง.ยันรีดภาษีไม่ได้รังแกใคร

 

อีกประเด็นหนึ่ง นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าไม่ได้กลั่นแกล้งฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หลังจากที่ สตงแจ้งให้กรมสรรพากร ไล่เก็บภาษีนักการเมืองในช่วงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

 

“เป็นนโยบายของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน( คตง.) ในการดำเนินการเรียกเก็บภาษีให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขณะนี้อยู่ในช่วงการปฏิรูปการเมือง เมื่อสตง.ไปตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนักการเมืองที่แสดงต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พบว่านักการเมืองหลายคนมีเงินเพิ่มจำนวนมาก แต่การเสียภาษีส่วนใหญ่เป็นการเสียภาษีเงินได้ปกติ จึงทวงถามไปยังกรมสรรพากร ว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นมามีการเสียภาษีหรือไม่ ซึ่งได้รับการชี้แจงว่า ป.ป.ช.ไม่ได้แจ้งว่านักการเมืองเหล่านั้นร่ำรวยผิดปกติ

 

กระนั้นก็ตามเรื่องนี้ แต่ สตง.เห็นว่า แม้ว่าจะไม่ได้ร่ำรวยผิดปกติ แต่เงินได้ที่เพิ่มก็จำเป็นต้องเสียภาษี จึงส่งหนังสือแจ้งให้ดำเนินการ ที่สำคัญต้องเร่งดำเนินการ เพราะการเรียกเก็บภาษีต้องดำเนินการภายใน 5 ปี ถ้าพ้นเวลาจะไม่สามารถเรียกเก็บภาษีตรงนี้ได้

 

บิ๊กป้อมย้ำต้องเป็นไปตามกฎหมาย

 

ในประเด็นดังกล่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวว่าให้เขาว่าไปตามกฎหมาย ยืนยันว่าการดำเนินการไม่ได้ไปเน้นย้ำอะไรกับใครเป็นพิเศษ ถ้าจะไม่เรียกเก็บภาษีก็คือไม่เก็บทั้งหมด แต่ถ้าจะเก็บก็ต้องทำให้เกิดความเสมอภาค เป็นเรื่องตามกระบวนการกฎหมายให้เขาว่ากันไป ขออย่านำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นทางการเมือง และเชื่อว่าจะไม่กระทบกับภาพรวมที่รัฐบาลกำลังสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น

 

ในขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ถ้ามีใครมีรายได้ต้องเสียภาษีก็ต้องเสีย สตง.ถ้าตรวจสอบอยู่กับกรมสรรพากรก็ขอให้ใช้อำนาจหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่มีความกังวลในเรื่องนี้ เพราะขณะนี้ก็ไม่ทราบข้อเท็จจริงเห็นแต่ตัวเลขว่ามี 60 คน ไม่รู้ว่าหมายถึงใคร อย่างไรบ้าง

 

‘ปู’บีบน้ำตาวอนเลิกล่าหุ้นชิน

 

ส่วนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่าตนยังไม่ทราบว่า สตง.จะตรวจอะไรอีก ทั้งยังให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลเดินหน้าเก็บภาษีเงินได้จาก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯจากการขายหุ้นชินคอร์ปฯ คดีดังกล่าวศาลฎีกาได้มีคำพิพากษายึดทรัพย์ไปแล้วกว่า 4.5หมื่นล้านบาท ไม่ทราบว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น หวังว่าเรื่องนี้คงไม่ได้เป็นการใช้อำนาจหรือกฎหมายที่ตัวเองมีอยู่มาเพื่อประโยชน์ทางการเมือง หรือเพื่อหาอภินิหารทางกฎหมายในการไล่ล่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

 

“ขอให้เห็นใจกันบ้างเพราะที่ดูจากมุมข้างนอกทั้งแง่กฎหมายและรายละเอียดต่างๆ เกิดขึ้นไม่สิ้นสุด เหมือนเป็นการไล่ล่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง “นส.ยิ่งลักษณ์ ระบุพร้อม เผยตั้งคำถามอีกว่าหากรัฐบาลยังเดินหน้าที่จะเก็บภาษี รวมถึงดำเนินคดีต่างๆในลักษณะนี้ ความปรองดองจะเกิดขึ้นหรือไม่

 

‘ประยุทธ์’ยันไม่ได้กลั่นแกล้ง

 

วันเดียวกันพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวกรณี ผู้ว่าสตง. ระบุว่ายังมีนักการเมืองอีกหลายคนที่เข้าข่ายต้องเรียกเก็บภาษี ว่า เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เขาก็สอบกัน นายกฯคงไม่ลงไปสอบเอง แต่หากใครส่งเรื่องมาตนจะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ อยากบอกว่าพอเกิดเรื่องนี้ขึ้นก็จะเกิดอีกหลายเรื่องตามมา ทุกคนก็จะมาเร่ง เหมือนทุกคนตัดสินหมดแล้วมันไม่ได้ หากมีข้อทูลขอให้ส่งเข้ามา จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ เช่น คดีนี้เขาสอบแล้วโยงไปอีกอันหนึ่ง เขาก็จะสอบต่อ

 

“ไม่ได้เป็นการแกล้ง เพราะมีตรวจสอบหลายหน่วยงาน เพียงแต่ว่ารัฐบาลคอยอำนวยความสะดวกให้เขาปฏิบัติการ หากเราปล่อยให้ทุกอย่างเดินไปตาขั้นตอน บางอย่างเราก็ต้องติดตามว่าเรื่องนี้ไปถึงไหนแล้ว นั่นคือหน้าที่ของรัฐบาล ไม่ใช่จะตีความว่าตัดสินกันแล้วก็ฮั้วกันอีก ไม่ผิดอีก มันไม่ใช่ มันอยู่ที่หลักฐานและหลักการในการพิจารณา บางเรื่องผิดก็คือผิด บางเรื่องดูแล้วผิดแต่ไม่ผิด เขาถึงมีอาชีพทนายความ” พล.อ.ประยุทธ์

 

ไล่”โอ๊ค”ไปชี้แจงต่อศาลเอง

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายพานทองแท้ ชินวัตร ออกมาโอดครวญว่าคดีจบไป 8 ปีแล้วรัฐบาลจะเอาอะไรอีก นายกฯ กล่าวว่า “ช่างเขา นายพานทองแท้จะมาพูดอะไรกับผม ไปเตรียมพูดกับศาลโน้น”

 

ผู้สื่อข่าวถามว่าจากการตรวจสอบเหตุใดข้าราชการที่เกี่ยวข้องไม่เรียกเก็บภาษี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขากำลังสอบอยู่ ยังไม่ได้รายงานมา แต่เบื้องต้นรู้มาว่าเป็นการมอบกฎหมายคนละฉบับ ตนก็เลยบอกไปว่าไปทำมาให้ชัดเจน ไม่ได้รังแกใคร ถ้าไม่มีก็คือไม่ผิด

 

“วิษณุ”แย้มเก็บภาษีได้หลายขยัก

 

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องเสียภาษีเป็นคนละเรื่องกับยึดทรัพย์4.6หมื่นล้าน จึงต้องดำเนินการ ไม่อย่างนั้นจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับภาษีที่จะดำเนินการเรียกเก็บมาจากส่วนที่ได้จากการยึดทรัพย์ไปแล้ว 4.6 หมื่นล้านบาท หรือจากธุรกรรมที่มีการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์คือ ภาษีที่ควรจะเสียถ้าต้องเสีย ถ้าคำตอบคือ ไม่ต้องเสียก็ไม่ต้องไปพูดอะไรอย่างอื่นแล้ว แต่ถามว่าควรหรือไม่ควรจะเสียก็แล้วแต่ว่าศาลจะว่าอย่างไรในเมื่อสตง.บอกว่าควร ตามข้อ 2 (23) ของกฎกระทรวงฉบับที่ 26 ออกตามความในประมวลรัษฎากร เขาบอกไว้ว่าการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไม่ต้องเสียภาษี แต่ตรงนี้เองที่พบว่ามีช่องทางที่จะเรียกได้

 

“เรื่องดังกล่าวให้สรรพากรไปพิจารณา เผื่อจะสามารถเรียกเก็บภาษีได้ทั้ง 2 ช่วงคือ ตอนที่แอมเพิล ริชขายหุ้นให้กับนายพานทองแท้และน.ส.พินทองทาหุ้นละ 1 บาท กับช่วงที่ 2 คือ ตอนที่นายพานทองแท้และน.ส.พินทองทาขายหุ้นให้กับเทมาเส็ก”นายวิษณุ กล่าว

 

 

ที่มา : แนวหน้าออนไลน์ 

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License