ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ฝัง'ปึ้ง'คืนพาสปอร์ตนักโทษ พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ไทยโพสต์   
วันศุกร์ที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๙:๑๓ น.

ยกแรกถอดถอน "ปึ้ง" "สุภา" ตอกฝาโลง ร่ายความผิดรวบรัดคืนพาสปอร์ตให้นายใหญ่ ทั้งที่มีหมายจับบาน แถมคำสั่งห้ามทักษิณเดินทางออกนอกประเทศยังมีผลบังคับใช้อยู่ และยังเป็นบุคคลที่ต้องตรวจสอบก่อนออกหนังสือเดินทาง ขณะที่ "สุรพงษ์" ถามม้าตอบช้าง คนอื่นผิดหมดตัวเองถูกคนเดียว

 

 การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 16 มีนาคม มีการดำเนินกระบวนการถอดถอนนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออกจากตำแหน่ง กรณีออกหนังสือเดินทางธรรมดาให้นายทักษิณ ชินวัตร โดยมิชอบ ตามมาตรา 6 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ประกอบมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542

 

การประชุมเริ่มโดย น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการป.ป.ช. กล่าวเปิดสำนวนว่า ข้อกฎหมายที่จะเป็นพระเอกในเรื่องดังกล่าวคือ ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ในส่วนข้อต่อสู้ของนายสุรพงษ์ที่ระบุว่า นายภักดี โพธิศิริ ไม่ใช่กรรมการ ป.ป.ช.นั้น ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนในการเป็นกรรมการ รวมทั้งที่ประชุมแห่งนี้ก็ยังเคยมีมตินี้เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2555 ส่วนกรณีของนายปรีชา เลิศกมลมาศ และ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง ที่คัดสรรมามิชอบนั้น ทาง ป.ป.ช.เห็นว่าทั้ง 2 บุคคลมาโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญปี 50 ดังนั้นข้อต่อสู้ที่นายสุรพงษ์ต่อสู้มา ป.ป.ช.พิจารณาและตกทุกประเด็น

 

น.ส.สุภากล่าวว่า นายทักษิณถูกฟ้องคดีรัชดาฯ ซึ่งศาลฎีกามีคำสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ต่อมานายทักษิณก็ได้ขออนุญาตเดินทางชั่วคราว ซึ่งศาลอนุญาต แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงกำหนดเดินทางกลับประเทศ นายทักษิณไม่ได้เดินทางกลับมา ศาลจึงแจ้งกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ให้ออกหมายจับ ซึ่งจากการพิจารณา กต.ได้เพิกถอนหนังสือเดินทาง 2 ฉบับ โดยเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2551 ได้ยกเลิกหนังสือเดินทางทางการทูต และเมื่อวันที่ 12 เม.ย.2552 ได้ยกเลิกหนังสือเดินทางแบบธรรมดา

 

เธอบอกว่า นายทักษิณมีหมายจับคดีรัชดาฯ ยังมีคดีอื่นๆ อีก เช่น คดีก่อการร้าย เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2553 หรือการล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยา เหตุทำร้ายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น กรณีดังกล่าวตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ หากนายทักษิณยื่นคำร้องขอหนังสือเดินทาง สถานทูตไทยในต่างประเทศต้องไม่รับดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อนายสุรพงษ์ได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ นายทักษิณได้ยื่นคำร้องขอหนังสือเดินทางแบบธรรมดา ซึ่งในวันเดียวกันคำขอดังกล่าวมาถึงปลัดกระทรวง อธิบดีกรมการกงสุล และนายสุรพงษ์ในฐานะรัฐมนตรี ซึ่งในวันนั้นนายสุรพงษ์มีคำสั่งถึงปลัดกระทรวง เรียนว่า เรื่องดังกล่าวนโยบายรัฐบาลปัจจุบันเห็นว่า การที่นายทักษิณคงอยู่ต่างประเทศไม่ก่อให้เกิดความเสียต่อประเทศหรือต่างประเทศ ดังนั้นจึงขอให้ยกเลิกคำสั่ง

ตามนโยบายรัฐบาลที่แล้ว และออกหนังสือเดินทางแบบธรรมดาให้แก่นายทักษิณได้ หลังจากนั้นกรมการกงสุลก็ออกพาสปอร์ตให้ในวันที่ 26 ต.ค.2554 ซึ่งถือว่าไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงที่กำหนด เพราะไม่ได้ตรวจสอบสถานะข้อมูลและข้อเท็จจริง

 

"ในขณะนั้นการออกหนังสือเดินทางเล่มใหม่ให้คุณทักษิณ มีคำสั่งห้ามคุณทักษิณออกเดินทางนอกประเทศยังมีผลบังคับใช้อยู่ และยังเป็นบุคคลที่ต้องตรวจสอบก่อนออกหนังสือเดินทางให้ ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงการต่างประเทศต้องตรวจสอบให้เรียบร้อยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ในการดำเนินการทำภายในวันเดียว กล่าวคือ ยื่นคำขอในวันที่ 25 ต.ค. และในวันที่ 26 ต.ค. ได้ออกหนังสือเดินทางให้แก่คุณทักษิณเลย ดังนั้นจึงขัดต่อระเบียบฯ ข้อ 21"

 

นายสุภากล่าวว่า ข้ออ้างของนายสุรพงษ์ที่ระบุว่าเป็นโนบายของรัฐบาล ป.ป.ช.เห็นว่าในคำแถลงนโยบายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่แถลงต่อสภา ไม่ปรากฏว่ามีเรื่องการคืนพาสปอร์ต ดังนั้นข้ออ้างของนายสุรพงษ์ไม่เป็นความจริง ดังนั้น ป.ป.ช.จึงมีมติว่าการกระทำดังกล่าวของนายสุรพงษ์มีมูลความผิดทางอาญา ตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่มิชอบ ตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 121/1

 

ด้านนายสุรพงษ์ ชี้แจงใน 5 ประเด็น คือ 1.บันทึกกล่าวหาเป็นเอกสารเท็จ ในการประชุมกรรมการป.ป.ช. มีผู้เข้าร่วมประชุมเพียง 6 คน แต่เอกสารแจ้งข้อกล่าวหากลับมีผู้ลงนามจำนวน 9 คน ซึ่งที่เหลือไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย 2.คำร้องของนายวิรัตน์ กัลยาศิริ และ ส.ส.ที่ร่วมลงรายชื่อ 139 คน ไม่ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมาย เนื่องจากไม่มีการลงลายมือชื่อแนบสำเนาบัตรประชาชน ที่อยู่ของ ส.ส. และไม่มีการระบุวันเดือนปีในการลงลายมือชื่อ จึงถือว่าเอกสารดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 

3.นายภักดี โพธิศิริ ไม่ได้เป็นกรรมการ ป.ป.ช.ตั้งแต่ต้น ถือว่าเป็นคนนอกมาร่วมประชุมกรรมการป.ป.ช.ด้วย เนื่องจากไม่ได้ลาออกจากองค์การเภสัชกรรมเมอร์ริเออร์ชีววัตถุ จำกัด จึงไม่ถือว่าเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ตั้งแต่ต้น 4.การสรรหากรรมการ ป.ป.ช.ของนายปรีชา เลิศกมลมาศ และ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง ขัดกับหลักกฎหมาย

 

ส่วนประเด็นที่ 5 กรณีการออกหนังสือเดินทางให้แก่นายทักษิณนั้น นายสุรพงษ์ชี้แจงว่า ตามระเบียบกระทรวงต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ข้อ 48 ระบุว่า ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้มีหน้าที่โดยตรงในการออกหนังสือเดินทาง มิได้เป็นอำนาจของ รมว.การต่างประเทศดำเนินการ แม้ รมว.การต่างประเทศจะให้นโยบายเช่นใด แต่ถือเพียงเป็นข้อพิจารณาเพื่อประกอบการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ในการออกหนังสือเดินทางให้ผู้ร้องเท่านั้น

 

เขาบอกว่า บันทึกความเห็นที่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในการออกหนังสือเดินทาง อาทิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อธิบดีกรมการกงสุล อธิบดีกรมสนธิสัญญาฯ ที่ได้พิจารณาคำร้องขอหนังสือเดินทางของนายทักษิณ ส่งมาให้ตนระบุว่า เหตุผลที่นายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.การต่างประเทศ ยกเลิกหนังสือเดินทางของนายทักษิณใช้อำนาจตามข้อ 23 (7) ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง ระบุว่า หากผู้ถือหนังสือเดินทางอยู่ในต่างประเทศอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทย ซึ่งเหตุผลดังกล่าวไม่ใช่ข้อวินิจฉัยทางกฎหมาย แต่เป็นข้อวินิจฉัยด้านข้อเท็จจริงและการตัดสินใจด้านนโยบายที่อาจเห็นแตกต่างกันได้ หากผู้วินิจฉัยมีความเห็นเป็นอย่างอื่น ตนจึงแสดงความเห็นโดยบริสุทธิ์ใจว่า การอยู่ต่างประเทศของนายทักษิณไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทย ให้คืนหนังสือเดินทางแก่นายทักษิณ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรพงษ์ใช้เวลาแถลงเปิดสำนวนยาวเหยียดถึง 4 ชั่วโมงเต็ม ตั้งแต่เวลา 11.30 น. ถึง 15.30 น. แม้จะแจ้งว่ามีอาการกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ต้องขอนำเก้าอี้พิเศษส่วนตัวมาใช้ในห้องประชุมก็ตาม แต่ก็ไม่พบว่านั่งเก้าอี้แต่อย่างใด

 

ทั้งนี้ หลังจากนี้ ป.ป.ช.และนายสุรพงษ์แถลงเปิดสำนวนเสร็จแล้ว ที่ประชุม สนช.ได้ตั้งคณะกรรมาธิการซักถาม จำนวน 7 คน อาทิ พล.ร.อ.ธราธร ขจิตสุวรรณ, นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล, พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ, นายยุทธนา ทัพเจริญ, นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ และนายวิทยา ฉายสุวรรณ มาทำหน้าที่ซักถามคู่กรณีทั้งสองฝ่ายให้มาตอบข้อสงสัยจากสมาชิก สนช. ในวันที่ 23 มี.ค.ต่อไป.

 

 

ขอบคุณที่มา : ไทยโพสต์ 

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License