ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
บทความใน นสพ.แนวหน้า เรื่อง "ว่าด้วยเรื่องของฤดูกาล" วันที่ 15 มี.ค. 60 พิมพ์ อีเมล
บทความ - บทความพิเศษ
เขียนโดย ิสิริอัญญา   
วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๔:๒๕ น.

     เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีส่วนราชการบางหน่วยงานออกประกาศว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูร้อนแล้วตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2560 โดยได้ระบุเกี่ยวกับสภาพดินฟ้าอากาศที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมความก็คือตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2560 ประเทศไทยจะมีอากาศร้อนจัดขึ้นเรื่อย ๆ 

     ก็ไม่ได้ผิดไม่ได้พลาดอะไรหรอก แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงความเป็นไป ความเป็นมาของการกำหนดฤดูกาลของบ้านเมืองของเรากันเสียก่อน 

     เพราะราชอาณาจักรไทยนั้นก่อตั้งมาช้านานนักหนาแล้ว มีวัฒนธรรมประเพณีที่รุ่งเรืองมาแต่ก่อนและสืบเนื่องมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ และเรื่องของฤดูกาลนั้นก็เป็นเรื่องหนึ่งที่มีธรรมเนียมหรือประเพณีปฏิบัติกันมาช้านานแล้ว และได้ถือเอาการปฏิบัติเช่นนั้นเป็นหลักในการกำหนดฤดูกาล 

     นับตั้งแต่สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นต้นมา ประเทศไทยก็ถือเอาพระแก้วมรกตเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง และพระมหากษัตริย์ก็ทรงมีพระราชศรัทธาถวายเครื่องทรงประจำฤดูกาลสำหรับพระแก้วมรกตนั้น และจะมีพิธีเสด็จพระราชดำเนินเพื่อเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกตเมื่อย่างเข้าสู่ฤดูกาลนั้น ๆ 

     คือมีเครื่องทรงสำหรับพระแก้วมรกตสำหรับสามฤดูกาล คือเครื่องทรงสำหรับฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว 

     เพราะฤดูกาลที่ถูกกำหนดไว้สำหรับประเทศไทยมีสามฤดู คือฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว เมื่อจะเข้าสู่ฤดูกาลใด พระเจ้าแผ่นดินก็จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และจะทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกตตามฤดูกาลที่กำลังมาถึงนั้น 

     ก็เป็นสัญญาณหมายว่านับแต่เวลานั้นเป็นการผลัดเปลี่ยนฤดูกาลแล้ว และฤดูกาลใหม่ก็มาถึงแล้ว ตามเครื่องทรงที่ทรงพระกรุณาเปลี่ยนถวายพระแก้วมรกตนั่นเอง 

     ว่ากันว่าในระหว่างการเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกตนั้นจะทรงใช้ผ้าขาวชุบน้ำแล้วเช็ดชำระองค์พระแก้วมรกต ซึ่งอาจมีฝุ่นละอองเกาะตามวันเวลาที่ผ่านไป และน้ำสรงนั้นก็ทรงใช้เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพระสุหร่ายพระราชทานแก่ประชาชนตามหนทางที่เฝ้ารับเสด็จในวัดพระแก้วนั้น เพื่อความเป็นสิริมงคลและความอิ่มอกอิ่มใจของราษฎร 

     กรอบระยะเวลาในการแบ่งฤดูกาลของประเทศไทยนั้น ถือกรอบการโคจรของพระอาทิตย์ทรงสุริยคติ คือ ถือเอาวันสงกรานต์เดือนของเดือนมีนาคม เดือนกรกฎาคม และเดือนพฤศจิกายน เป็นเกณฑ์ 

     คำว่าสงกรานต์เดือน หมายถึงห้วงเวลาที่พระอาทิตย์โคจรข้ามราศี ซึ่งในจักรราศีนั้นได้กำหนดให้มี 360 องศา แบ่งเป็น 12 ราศี มีราศีเมษเป็นราศีต้น ตามด้วยราศีพฤษภ เมถุน กรกฎ สิงห์ กันย์ ตุลย์ พิจิก ธนู มังกร กุมภ์ มีน โดยลำดับ 

     โดยกำหนดให้ช่วง 30 องศาเป็นหนึ่งราศี และในแต่ละราศีก็แบ่งออกเป็นตรี ยางค์ นวางค์ คือ ราศีหนึ่งมีสามตรียางค์ และแต่ละตรียางค์ก็จะถูกแบ่งออกเป็นสามนวางค์ อันจะไปเชื่อมโยงเข้ากับการคำนวณทางโหราศาสตร์ เพราะมีการกำหนดให้ทุกนวางค์ ทุกตรียางค์มีพระเคราะห์เข้าครอง 

     จึงเป็นผลให้ราศีหนึ่ง ๆ มีพระเคราะห์เข้าครองถึงสามชั้น คือพระเคราะห์ที่ครองราศี หรือที่เรียกว่าเจ้าเรือนเป็นชั้นที่หนึ่ง พระเคราะห์ที่ครองตรียางค์หรือที่เรียกว่าเป็นเจ้าของตรียางค์เป็นชั้นที่สอง และที่ครองนวางค์หรือที่เรียกว่าเป็นเจ้าของนวางค์เป็นชั้นที่สาม 

     ดังนั้นการพินิจพิเคราะห์ถึงความเป็นไปในวิถีโคจรของพระเคราะห์ในจักรราศีนั้น ถ้าคำนึงถึงแต่พระเคราะห์ชั้นที่หนึ่งหรือชั้นใดชั้นหนึ่งไม่ครบถ้วนแล้ว ก็ไม่ต่างอันใดกับการอ่านหนังสือแต่ปกฉะนั้น 

     นั่นคือช่วงระยะเวลาที่พระอาทิตย์โคจรย้ายราศีเข้าสู่ราศีมีนองศาแรก จะถือเป็นเวลาเริ่มต้นเขตฤดูร้อน และไปสิ้นสุดเอาเมื่อพระอาทิตย์โคจรพ้นราศีเมถุน 

     ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์โคจรเข้าสู่ราศีกรกฎองศาแรก จะถือเป็นเวลาเริ่มต้นของเขตฤดูฝน และไปสิ้นสุดเอาเมื่อพระอาทิตย์โคจรพ้นราศีตุลย์ 

     ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์โคจรเข้าสู่ราศีพิจิกองศาแรก จะถือเป็นเวลาเริ่มต้นของเขตฤดูหนาว และไปสิ้นสุดเอาเมื่อพระอาทิตย์โคจรพ้นราศีกุมภ์ 

     แต่ทว่าฤดูร้อนจริง ๆ ฤดูฝนจริง ๆ และฤดูหนาวจริง ๆ นั้นมิได้ตรงตามกำหนดกรอบเวลาดังกล่าวเสมอไป ย่อมมีการคลาดเคลื่อนประมาณระยะเวลา 15-30 วันเสมอ ดังนั้นจึงใช้เกณฑ์คำนวณทางจันทรคติประกอบด้วย 

     โดยถือเอาการโคจรของพระจันทร์ที่โคจรผ่านกลุ่มดาวฤกษ์ 27กลุ่ม ที่ประจำอยู่ในจักรวาลและจักรราศี เพื่อกำหนดเป็นวันและเวลาที่แน่นอนอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้มีหน้าที่ที่จะต้องคำนวณเวลาแท้จริงของการเปลี่ยนฤดูกาลแต่ละฤดู 

     ในห้วงเวลาสงกรานต์เดือนนั้นจะเกิดขึ้นทุกเดือน ไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์หรือลี้ลับอันใดเลย เพราะในแต่ละเดือนโดยประมาณเวลากลางเดือนพระอาทิตย์จะโคจรข้ามราศีจากราศีหนึ่งไปสู่อีกราศีหนึ่ง การโคจรข้ามราศีอย่างนี้นี่แหละท่านเรียกว่าสงกรานต์เดือน 

     ยกเว้นก็แต่เฉพาะราศีเดียว คือเวลาที่พระอาทิตย์โคจรข้ามราศีมีนไปสู่ราศีเมษ ซึ่งถือเป็นราศีบนสุดของจักรวาลและจักรราศี แม้จะเป็นสงกรานต์เดือนปกติเหมือนเช่นทุกเดือน แต่เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนราศีขึ้นสู่ราศีสูงสุด จึงได้ชื่อว่าเป็นมหาสงกรานต์ 

     ในบรรดาประเทศในอุษาคเนย์ของเรานี้ ได้ถือเอาวันที่พระอาทิตย์เป็นมหาสงกรานต์ คือข้ามจากราศีมีนสู่ราศีเมษเป็นเทศกาลปีใหม่ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น เพราะถือเป็นการเปลี่ยนปีขึ้นสู่ปีใหม่ 

     เช่นจะมีการประกาศศักราช ประกาศเถลิงศก ประกาศดิถี ประกาศเกณฑ์ต่างๆ รวมทั้งเกณฑ์พิรุณศาสตร์ ซึ่งเป็นเกณฑ์เกี่ยวกับฝน ว่าในปีใหม่นั้นฝนฟ้าอากาศจะมากและน้อยประการใดในห้วงเวลาใด โดยถือเอาเกณฑ์จากจำนวนพญานาคที่จะมาทำหน้าที่ให้น้ำในแต่ละปีว่าให้น้ำที่ไหนบ้าง ฝนจะตกจำนวนกี่ห่า และจะตกที่ไหนกันบ้าง 

     เพื่อบอกให้รู้ว่าในห้วงเวลาต้นปี กลางปี และปลายปีจะมีฝนมากและน้อยประการใด 

     ต้นปีที่ว่านี้ก็หมายถึงช่วงฤดูฝน และช่วงฤดูหนาว โดยถือเอาช่วงฤดูฝนสี่เดือน และช่วงฤดูหนาวสองเดือน รวมเป็นหกเดือน แล้วแบ่งช่วงสองเดือนแรกเป็นต้นปี ช่วงสองเดือนที่สองเป็นกลางปี ช่วงสองเดือนที่สามเป็นปลายปี ดังนั้นจึงพึงสังเกตการประกาศเกณฑ์พิรุณศาสตร์ ว่าปีนี้ฝนจะมากและน้อยประการใด ฝนจะตกต้นปี กลางปี และปลายปีอย่างไร เพื่อจะได้ทราบอย่างกว้าง ๆ ว่าปริมาณน้ำฝนปีนี้มากและน้อยประการใด และห้วงเวลาที่ฝนมากและน้อยนั้นจะอยู่ในห้วงเวลาใด 

     หน้าที่ในการกำหนดเวลาเช่นนี้ เดิมเคยเป็นหน้าที่ของกรมโหรหลวงที่จะต้องถวายรายงานต่อพระเจ้าแผ่นดินว่าดินฟ้าลมฝนและการอากาศทั้งปวงของปีนั้นเป็นอย่างไร เพื่อจะได้คำนึงคำนวณถึงอาหารการกินและน้ำท่าในบ้านเมือง ซึ่งจะส่งผลไปยังความร่มเย็นเป็นสุขและความเดือดร้อนทุกข์เข็ญของอาณาประชาราษฎร เพื่อจะป้องกันแก้ไขหรือเตรียมการได้ทันท่วงที 

     แต่บัดนี้กรมโหรหลวงไม่มีแล้ว แม้กระนั้นพระเจ้าแผ่นดินท่านก็ทรงไว้ซึ่งพระเมตตาคุณแก่ราษฎรเพื่อให้สามารถเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมการทั้งหลายได้ล่วงหน้า ในแต่ละปีจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จัดพิมพ์ปฏิทินหลวงเล่มเล็ก ๆ และพระราชทานให้แก่ผู้เกี่ยวข้องเพื่อจะได้ทราบและเตรียมการทั้งหลาย 

     ก็เพิ่งเห็นรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นี่แหละที่กระตือรือร้นเตรียมการเกี่ยวกับฤดูกาลและดินฟ้าอากาศที่จะเกิดขึ้น ดังที่ได้ดำเนินการมาเป็นปีที่สองแล้ว ก็ขออาณาประชาราษฎรทั้งปวงได้เตรียมตัวเตรียมใจเตรียมการให้พร้อมเพื่อต้อนรับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเข้าสู่ปีใหม่ไทยในอีกไม่ถึงเดือนข้างหน้านี้จงทั่วกัน.


 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License