ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ดวงเมืองปี ๒๕๕๗ พิมพ์ อีเมล
พูดจาภาษาโหร
เขียนโดย ดิลก แสงอุทัย   
วันจันทร์ที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๐:๔๓ น.
 
ดวงเมืองปี ๒๕๕๗

          กรุงเทพมหานครหรือกรุงรัตนโกสินทร์ที่บูรพมหากษัตริย์เจ้า ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๑ ทรงสถาปนาขึ้นมา โดยใช้พิธีลงเสาหลักเมืองในวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๕ เวลา ๖.๕๔ น เป็นจุดกำเนิดของพระนครที่ยิ่งใหญ่อันเป็นที่รักยิ่งของเราท่านทั้งหลายแห่งนี้ บ้านเมืองของเราได้ผ่านสิ่งต่างๆ มาทุกด้านตลอดระยะเวลา ๒๓๒ ปีที่ผ่านมา โดยกำลังจะก้าวเข้าสู่ขวบปีที่ ๒๓๓ ในวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๗ เวลาประมาณ ๑๘.๓๒ น โดยพิจารณาจากหลักโหราศาสตร์ที่ดาวอาทิตย์โคจรมาถึงตำแหน่งอาทิตย์เดิม เพราะว่าดาวอาทิตย์มีวงรอบโคจร ๑ ปี ในจักรราศี 

          เมื่อดาวอาทิตย์โคจรมาถึงองศา ลิปดาของตำแหน่งดาวอาทิตย์เดิม ทางโหราจารย์จะมีการเฉลิมเป็นรูปดวงชาตาขึ้นในวัน เวลานั้น หรือที่เรียกว่า “ดวงวรรษจักรา” โดยชาติตะวันตกจะเรียกวิธีการผูกดวงชาตาแบบนี้ว่า “Solar Return” ซึ่งเป็นวิธีสากลที่ชนชาติอื่นๆที่ศึกษาในศาสตร์แห่งโหรก็ใช้กัน 

          ในอดีดท่านอาจารย์ผู้ใหญ่ ท่านพล.ต.ต. สุชาติ เผือกสกนธ์ อดีดอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขและเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส เป็นผู้ใช้วิธีการผูกดวงแบบนี้และนำมาเผยแพร่ และท่านก็ได้ทำต่อเนื่องมาหลายปี โดยประโยชน์หรือกุศลจิตอันใดที่อาจจะเกิดจากท่านผู้อ่านบทความเรื่อง “ดวงเมืองปี ๒๕๕๗” นี้ จะขอมอบไว้เพื่อเป็นเกียรติแด่ท่านอาจารย์ พล.ต.ต. สุชาติ เผือกสกนธ์ ไว้ ณ ที่นี้

          
ในการวางดวงเมืองนั้น บุคคลที่วางดวงฤกษ์นั้นยังเป็นไม่แน่ชัดนักว่าเป็นท่านใด บ้างก็ว่าล้นเกล้ารัชกาลที่ ๑ เป็นผู้วางฤกษ์เอง บ้างก็ว่าเป็นพราหมณ์ที่สืบเชื้อสายมาตั่งแต่ครั้งสมเด็จพระเอกาทศรถแห่งกรุงศรีอยุธยาศรีรามเทพนคร เป็นผู้วางฤกษ์ แต่อย่างไรก็ตามที่บ้านเมืองสามารถดำรงคงอยู่มามากกว่าสองร้อยปีนั้น ก็ต้องถือว่าผู้วางดวงฤกษ์มีภูมิความรู้สูงมาก โดยผู้ที่เคยหาฤกษ์งามยามดีนั้นจะทราบว่า จะหาฤกษ์ที่บริสุทธิ์ ที่ดีจริงๆนั้นยากมาก ซึ่งดวงเมืองของบ้านเราก็ไม่อาจเลี่ยงข้อจำกัดนี้ไปได้เช่นกัน 

ดวงวรรษจักรา ปี ๒๕๕๗ (๒๔ เม.ย. ๒๕๕๗ – ๒๕ เม.ย. ๒๕๕๘)

 
                             
                                                                               

          สูติกาล วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๗ ตรงกับจันทรคติวันพฤหัสบดี ดิถีเพียรแรม ๑๐ ค่ำเดือน ๕ ปีมะเมีย เวลา ๑๘.๓๒ น โดยตำแหน่งดาวอ้างอิงจากปฏิทินโหราศาสตร์ประจำปี ๒๕๕๖ ตามแนวทางท่านอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร 

          -  ลัคนา คำนวณแบบใช้เวลานักษัตร สถิตย์ราศีตุลย์ ๑๐ องศา ๕๒ ลิปดา เสวยสวาตินักษัตร เป็นเทวีฤกษ์ตามฤกษ์บน และทลิทโทฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะตรียางค์พิษครุฑ นวางค์เสาร์-มังกร 

          -  ดาวอาทิตย์ สถิตย์ราศีเมษ ๑๐ องศา ๙ ลิปดา เสวยอัศวินีนักษัตร เป็นทลิทโทฤกษ์ตามฤกษ์บน และเป็นเทศาตรีฤกษ์ ตามฤกษ์ล่าง โดยเกาะนวางค์จันทร์ คู่มิตร ได้ตำแหน่ง “มหาอุจน์” ในราศีจักร 

          -  ดาวจันทร์ สถิตย์ราศีกุมภ์ ๘ องศา ๔๐ ลิปดา เสวยศตภิสัชนักษัตร เป็นเทวีฤกษ์ ตามฤกษ์บน โดยเกาะนวางค์พฤหัสบดี-ธนู 

          -  ดาวอังคาร สถิตย์ราศีกันย์ ๑๙ องศา ๑๒ ลิปดา (พักร-ถอยหลัง) เสวยหัสตะนักษัตร เป็นภูมิปาโลฤกษ์ ตามฤกษ์บน และเป็นราชาฤกษ์ ตามฤกษ์ล่าง โดยเกาะนวางค์พุธ-เมถุน คู่ศัตรูตามหลักมูลเกษตร์ 

          -  ดาวพุธ สถิตย์ราศีเมษ ๘ องศา ๑๔ ลิปดา เสวยอัศวินีนักษัตร เป็นทลิทโทฤกษ์ ตามฤกษ์บน และเป็นเทศาตรีฤกษ์ ตามฤกษ์ล่าง โดยเกาะนวางค์พุธ-เมถุน และได้ตำแหน่ง “สวเกษตร์” ในนวางค์จักร 

          -  ดาวพฤหัสบดี สถิตย์ราศีเมถุน ๑๙ องศา ๕๘ ลิปดา เสวยอารทรานักษัตร เป็นเทวีฤกษ์ตามฤกษ์บน และทลิทโทฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง โดยเกาะนวางค์พฤหัสบดี-มิน เป็น “ปรเกษตร์” ในราศีจักร และได้ตำแหน่ง “สวเกษตร์” ในนวางค์จักร 

          -  ดาวศุกร์ สถิตย์ราศีเมษ ๒๖ องศา ๑๖ ลิปดา เสวยปุรพภัทรบทนักษัตร เป็นเพชฌฆาฏฤกษ์ ตามฤกษ์บน และเป็นมหัทโนฤกษ์ ตามฤกษ์ล่าง โดยเกาะนวางค์ศุกร์-พฤษภ ได้ตำแหน่ง “สวเกษตร์” ใน นวางค์จักร 

          -  ดาวเสาร์ สถิตย์ราศีตุลย์ ๒๗ องศา ๙ ลิปดา (พักร-ถอยหลัง) เสวยวิสาขะนักษัตร เป็นเพชฌฆาฏฤกษ์ ตามฤกษ์บน และเป็นมหัทโนฤกษ์ ตามฤกษ์ล่าง โดยเกาะนวางค์พุธ “คู่มิตร” ได้ตำแหน่ง “อุจน์” ในราศีจักร 

          -  พระราหูสารัมภ์ (True Node) สถิตย์ราศีตุลย์ ๔ องศา ๑๙ ลิปดา เสวยจิตรานักษัตร เป็นเทศาตรีฤกษ์ ตามฤกษ์บน และเป็นสมโณฤกษ์ ตามฤกษ์ล่าง โดยเกาะนวางค์อังคาร-พิจิก ได้ตำแหน่ง “อุจน์” ในนวางค์จักร 

          -  พระเกตุ (ไทย) สถิตย์ราศีกรกฎ ๑๕ องศา ๓๙ ลิปดา เสวยปุษยะนักษัตร เป็นราชาฤกษ์ ตามฤกษ์บน และเป็นโจโรฤกษ์ ตามฤกษ์ล่าง โดยเกาะนวางค์อังคาร-พิจิก 

          -  ดาวมฤตยู สถิตย์ราศีมีน ๑๙ องศา ๓๙ ลิปดา เสวยเรวตีนักษัตร เป็นสมโณฤกษ์ ตามฤกษ์บน และเป็นภูมิปาโลฤกษ์ ตามฤกษ์ล่าง โดยเกาะนวางค์พฤหัสบดี-ธนู 

          -  ดาวเนปจูน สถิตย์ราศีกุมภ์ ๑๒ องศา ๕๗ ลิปดา เสวยศตภิสัชนักษัตร เป็นเทวีฤกษ์ ตามฤกษ์บน และเป็นทลิทโทฤกษ์ ตามฤกษ์ล่าง โดยเกาะนวางค์เสาร์-มังกร 

          -  ดาวพลูโต สถิตย์ราศีธนู ๑๙ องศา ๒๙ ลิปดา (พักร-ถอยหลัง)  เสวยปุรพาษาฒนักษัตร เป็นมหัทธโณฤกษ์ ตามฤกษ์บน และเป็นเทวีฤกษ์ ตามฤกษ์ล่าง โดยเกาะนวางค์พุธ-กันย์ 

          -  ทศมลัคน์ สถิตย์ราศีกรกฎ ๙ องศา ๓๔ ลิปดา เสวยปุษยะนักษัตร เป็นราชาฤกษ์ ตามฤกษ์บน เป็นโจโรฤกษ์ ตามฤกษ์ล่าง โดยเกาะนวางค์พุธ-กันย์ 
 

การพยากรณ์ดวงวรรษจักรา ปี ๒๕๕๗ (๒๔ เม.ย. ๒๕๕๗ – ๒๕ เม.ย. ๒๕๕๘) 

          จากการพยากรณ์โดยใช้วิธี “วรรษจักรา” หรือ Solar Return เมื่อรอบขวบปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ามีความแม่นยำอยู่พอควร เราท่านที่สนใจสามารถพิจารณาไว้เป็นกรณีศึกษาเพื่อประดับความรู้ในทางโหราศาสตร์ได้จากบทความเรื่อง “ดวงเมืองปี ๒๕๕๖ ตอนที่ ๒ “ภาพรวมประเทศไทย” โดยในรอบปี ๒๕๕๗ (๒๔ เม.ย. ๒๕๕๗ – ๒๕ เม.ย.๒๕๕๘) เหตุการณ์ของบ้านเมืองในภาพรวมจะเป็นไปดังต่อไปนี้ 

          ลัคนา ถูกบาปพระเคราะห์ทั้งเสาร์และพระราหูบีบอยู่ทั้งหน้าหลัง แต่ยังโชคดีที่องศายังห่างพอสมควร และทำมุมโยคร้าย ๑๘๐ องศากับดาวอาทิตย์แบบสนิทองศา ดังนั้น บ้านเมืองจะยังคงอยู่ในสถาพที่ถูกบีบคั้น กลื่นไม่เข้าคลายไม่ออกอยู่เช่นเดิม เมื่อ “ดาวเสาร์แทนได้กับประชาชนคนชั้นกัมมาชีพ” และ “พระราหูแทนได้กับพวกคนอันธพาลสันดานหยาบ” และ ดาวอาทิตย์แทนได้กับผู้นำ ผู้ที่มีอำนาจราชศักดิ์” ซึ่งบ้านเมืองจะยังไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพที่สงบร่มเย็นเป็นปกติสุขที่แท้จริงได้ในรอบปีนี้ 

          พิจารณาจากฤกษ์ที่ลัคนาเข้าเกาะ โดยไม่ได้เป็นฤกษ์เสียทั้งบนและล่าง โดยฤกษ์บนเป็นเทวีฤกษ์ ดังนั้น สัตรีเพศจะยังมีบทบาทในดวงชาตาบ้านเมืองในรอบปีนี้ 

          ลัคนา เข้าเกาะนวางค์เสาร์ โดยดาวเสาร์มีความเข้มแข็งมาก ซึ่งจะทำให้ลัคนามีความเข้มแข็งตามไปด้วย โดยดาวเสาร์ยังทำมุมโยคดีตรีโกณ ๑๒๐ องศากับดาวศุกร์ “ตนุลัคน์” ของดวงเมืองในรอบปีนี้ และดาวจันทร์ยังทำมุมโยคดีตรีโกณ ๑๒๐ องศากับลัคนา ประกอบกับดาวเนปจูนก็ยังทำมุมโยคดีตรีโกณ ๑๒๐ องศากับลัคนาด้วยอีกเช่นกัน อีกทั้งดาวพฤหัสบดีประธานฝ่ายศุภเคราะห์ (ฝ่ายดี) ยังเป็นเกณฑ์ส่งแสงมาที่ลัคนา 

          ดาวเนปจูนนั้นยังสามารถแทนได้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น ถึงแม้ว่าบ้านเมืองจะถูกบีบคั้นอย่างไร แต่บ้านเมืองก็จะยังสามารถผ่านพ้นเหตุเภทภัยต่างๆไปได้ โดยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านเมืองจะยังคงปกป้องรักษาเราท่านทั้งหลายอยู่ 

          น่าเสียดายที่ว่า ทั้งดาวเสาร์และดาวศุกร์ที่มาทำมุมโยคดีแก่กันนั้น “ดาวทั้งสอง อยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางภพมาก” พิจารณาตาม “ดวงภวจักร” ซึ่งดาวเสาร์จะเคลื่อนไปอยู่เรือนชาตาที่สอง (เรือนกดุมภะ) และดาวศุกร์เคลื่อนไปอยู่เรือนชาตาที่ ๖ (เรือนอริ) ดังนั้น ผลดีหรือร้ายที่จะเกิดจากดาวทั้งสองนี้ จึงมีผลแค่พอประมาณเท่านั้น 

          ดาวจันทร์ เจ้าเรือนกัมมะ (แทนรัฐบาล การบริหารราชการงานเมือง และยังสามารถแทนสัตรีผู้สูงศักดิ์) โดยดาวจันทร์อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางภพปุตตะมากจึงมีผลต่อเรือนนี้มากด้วยเช่นกัน ซึ่งภพปุตตะแทนการลงทุน การเสียงโชค ความรื่นเริงบันเทิงใจ เด็กเล็ก ฯลฯ ซึ่งดาวจันทร์ทำมุมโยคดีกับลัคนาดังที่ได้กล่าวไปแล้ว อีกทั้งดาวจันทร์ยังได้รับแสงจากดาวศุกร์ที่อยู่ร่วมราศีเดียวกัน จึงทำให้ “ดาวจันทร์มีสภาพเสมือนอุจน์ (ดี เข้มแข็ง)” ประกอบกับดาวพฤหัสบดียังส่งแสงมาที่ดาวจันทร์ เพิ่มคุณงามความดีให้มากขึ้นไปอีก โดยดาวจันทร์ยังทำมุมโยคดี ๖๐ องศากับดาวพุธเจ้าเรือนศุภะอีกด้วย 

          โดยดาวจันทร์จะมีข้อเสียบ้างเล็กน้อยที่ไปอยู่ประชิดกับดาวเนปจูน 

          ดังนั้น ในภาพรวมของการบริหารราชการงานเมืองในรอบปีนี้จะเกิดผลดี มีประสิทธิภาพมากกว่ารอบปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน โดยรอบปีที่ผ่านมา “ดาวเจ้าเรือนกัมมะ (ดาวอังคาร) ดับ” จึงทำให้รัฐบาลต้องวิบัติฉิบหายลงไป และในปีนี้เหมาะที่จะลงทุน การเสี่ยงโชค หรืออาจจะแทนได้กับตลาดหุ้นจะให้ประสิทธิผล การลงทุนเกี่ยวกับสารเคมี น้ำมัน จะเจริญเติบโตมากขึ้น 

          ในภาพรวมนั้น รัฐบาลชุดใหม่จะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะมีความสำเร็จในรอบปีนี้ 

          ดาวอังคาร ดาวมฤตยู ดาวพลูโต และดาวพฤหัสบดี เกิดทำมุมโยคร้ายกันทั้ง ๔ ดาว โดยมีโหรบางท่านใช้จุดที่ดาวทั้ง ๔ มาทำมุมร้ายนี้ ทำนายในทางที่ไม่ดี แต่ถ้าพิจารณาให้ละเอียดถ่องแท้ก็จะพบว่า “ดาวทั้ง ๔ ไม่ได้อยู่ในเรือนเกณฑ์ ไม่ได้อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางภพ อีกทั้งยังอยู่ในราศีปลายธาตุทั้งนั้น” ดังนั้น ผลเสียที่จะเกิดขึ้นจากมุมร้ายนี้ จะไม่มีมากอย่างที่ปริวิตกกันไว้ 

          เมื่อดาวอังคารมาอยู่ภพ ๑๒ (ภพวินาศน์) และทำมุมโยคร้าย โดยดาวอังคารเป็นเจ้าเรือนการเงิน และดาวอังคารเป็นเจ้าเรือนปัตนิ (หุ้นส่วน ศัตรูเปิดเผย) ดังนั้น การเงินของประเทศจะฝืดเคืองตามสภาพที่เป็นอยู่ในขณะนี้ และศัตรูเปิดเผยของบ้านเมืองก็จะวินาศน์ แพ้ภัย ได้รับความวิบัติฉิบหายไปด้วยเช่นกัน 

          ดาวพุธ เจ้าเรือนศุภะแทน กระบวนการยุติธรรม ศาล กฏหมาย รัฐสภา การต่างประเทศ การศาสนา ฯลฯ โดยดาวพุธสถิตย์อยู่ห่างจากดาวอาทิตย์เพียงแค่ ๒ องศาเศษ ซึ่งสภาพเช่นนี้ เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าจะไม่สามารถเห็นดาวพุธได้เพราะแสงของดาวอาทิตย์บดบังไว้หมด โดยเกิดสภาพ “ดาวพุธดับ” อีกทั้งฤกษ์ล่างก็เป็นฤกษ์เสีย 

          ดาวพุธยังทำมุมโยคร้าย ๑๘๐ องศากับลัคนาดวงเมืองอีกด้วย แต่พอโชคดีที่ว่าดาวพุธเข้าเกาะนวางค์ของตนเอง และทำมุมโยคดี ๖๐ องศากับดาวจันทร์เจ้าเรือนกัมมะ ซึ่งจะทำให้พอมีกำลังขึ้นมาบ้าง 

          ดาวพฤหัสบดี สถิตย์อยู่ในราศีเมถุน เรือนศุภะ ทำมุมโยคร้ายดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ยิ่งจะเป็นการตอกย้ำ ความเสียหายในความหมายของภพศุภะให้ชัดมากขึ้น 

          ดังนั้น กระบวนการยุติธรรม กฏหมาย รัฐสภา จะไม่เป็นไปในแนวทางปกติ ซึ่งแนวทางไม่ปกตินี้เองจะทำให้รัฐบาลชุดใหม่ สามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิผล (ดาวพุธโยคดีดาวจันทร์) 

          ดาวศุกร์-ตนุลัคน์ เกาะนวางค์ของตนเอง และทำมุมโยคดีดังที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว ประกอบกับได้รับแสงจากดาวพฤหัสบดี ดังนั้น “ดาวศุกร์จึงมีสภาพเสมือนอุจน์ (ดี เข้มแข็ง)” แต่เกาะฤกษ์บนเสีย ซึ่งบ้านเมืองของเรายังจะคงดำรงคงอยู่ต่อไปได้ถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรคอยู่บ้างพอควร 

          พระราหู แทนได้กับพวกคนอันธพาลสันดานหยาบ ได้รับแสงจากดาวพฤหัสบดี ซึ่งจะทำให้คนพาลสันดานหยาบเหล่านั้น มีความเป็นสัมมาทิฏฐิมากขึ้น ดังนั้น เราท่านจะได้เห็นโจรหรือผู้ที่เห็นผิดเป็นชอบกลับใจกันได้ในรอบปีนี้ 

          ดาวมฤตยู เกาะฤกษ์ดีทั้งบนและล่างแต่มีมุมโยคร้ายดังที่กล่าวไว้แล้ว ซึ่งดาวมฤตยูสถิตย์ในเรือนอริ แทน หนี้สิน อาหาร เครื่องนุ่งห่ม การบริการ สัตว์เล็ก ฯลฯ ประกอบกับเจ้าเรือนอริ (ดาวพฤหัสบดี) ก็อยู่ในตำแหน่งที่เสียหายมากพอควร ดังนั้น ความหมายของเรือนอริจึงมีความเสียหายมาก โดยเฉพาะภาระหนี้สินของประเทศ

          ดาวพลูโต เกาะฤกษ์ดีทั้งบนและล่างแต่มีมุมโยคร้ายเช่นเดียวกับดาวมฤตยู โดยดาวพลูโตสถิตย์เรือน สหัสชะ แทนประเทศเพื่อนบ้าน การติดต่อสื่อสาร ซึ่งจะเกิดปัญหาขึ้นมาอีกครั้งได้ แต่ยังโชคดีที่เจ้าเรือน (ดาวพฤหัสบดี) ส่งแสงกลับมาที่เรือนของตนเอง ดังนั้นความเสียหายจึงแค่พอควรเท่านั้น 

          ทศมลัคน์ ไม่มีมุมดีใดๆ ในราศีจักร และเข้าเกาะนวางค์พุธ ซึ่งก็ไม่ค่อยจะเข้มแข็งนัก โดยกิจการงานเกี่ยวกับ การติดต่อสื่อสาร หนังสือ กิจการที่เกี่ยวข้องกับเด็กๆ จะพอมีผลดีอยู่บ้าง 

          จุดที่น่าสนใจของดวงเมืองในรอบปีนี้ก็คือ “ดาวอาทิตย์” ซึ่งได้ตำแหน่งเข้มแข็งมาตั่งแต่สร้างกรุง โดยในรอบปีนี้ดาวอาทิตย์มาทำมุมโยคร้ายกับลัคนาพอดี และอยู่ในช่วงที่กำลังจะเกิด “สุริยคราส ในวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๗” อีกด้วย โดยดาวอาทิตย์แทนผู้นำ ซึ่งอาจจะให้น้ำหนักไปที่ผู้นำที่เป็นบุรุษได้ ผู้มีอำนาจราชศักดิ์ ดังนั้น บ้านเมืองจะมีปัญหาหรืออาจจะเกิดความเสียหายจากผู้นำที่เป็นบุรษได้  

          กล่าวสรุปในภาพรวมของดวงชาตาบ้านเมืองในรอบปีนี้ ความวุ่นวาย ขัดแย้ง จะยังคงดำรงอยู่ แต่ชะตาเมืองจะดีกว่าปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน การบริหารราชการเมืองจะมีความสำเร็จมากขึ้น การลงทุน ตลาดหุ้นจะเกิดผลดี โดยกระบวนการยุติธรรม ตัวบทกฏหมาย การศาสนา ตามความหมายของภพศุภะจะมีปัญหาหรือไม่เป็นไปตามวิถีปกตินัก การเงินการคลังจะฝึดเคืองอย่างต่อเนื่อง ภาระหนี้สินของบ้านเมืองจะยังไม่สามารถแก้ไขให้สำเร็จลุล่วงไปได้ในรอบปีนี้.


อ้างอิง 

     
๑.  
ปฏิทินโหราศาสตร์ประจำปี ๒๕๕๗ แบบไดอารี่ ตามแนวทางท่าน อ.เทพย์ สาริกบุตร

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๑:๕๐ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License