ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
เหตุวิกลคติแห่งดวงดาวกับชาตาบ้านเมือง พิมพ์ อีเมล
พูดจาภาษาโหร
เขียนโดย ดิลก แสงอุทัย   
วันพุธที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ เวลา ๑๓:๓๙ น.

     บ้านเมืองมีความวุ่นวาย เกิดความขัดแย้งกันมากอย่างที่ไม่เคยมีปรากฎมาก่อนในประวัติศาสตร์ชนชาติสยามของพวกเรา คนไทยด้วยกันต่างก็ห้ำหั่นเข่นฆ่ากันเองราวประหนึ่งว่าเป็นคนละชาติเชื้อ มิหนำซ้ำยังมีคนไทยสารเลวบางจำพวกนำคนต่างชาติเข้ามาเข่นฆ่าคนไทยด้วยกันเอง ซึ่งเหตุแห่งความวิบัติดังกล่าวเพียงแค่เกิดจากทัศนคติทางการเมืองที่ไม่ตรงกันเท่านั้น 

     เหตุและผล ตลอดจนตรรกะวิธีต่างๆ นั้น ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนบางจำพวก โดยคนเหล่านั้น บ้างก็มีข้อจำกัดในเรื่องการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร บ้างก็ไม่สามารถวิเคราะห์ วินิจฉัยเรื่องราวต่างๆได้รอบด้าน โดยผู้คนที่ลุ่มหลงงมงายเหล่านั้น นำความเชื่อ ความรักในตัวบุคคลส่วนตัวมาแทนเหตุและผล โดยไม่ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น และไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับความพินาศฉิบหายของบ้านเมือง แต่ก็มีอยู่จำนวนไม่น้อยที่รับรู้เรื่องราวเลวร้ายที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้สนใจอะไร เพราะเพียงแค่ได้รับผลประโยนช์บ้างเล็กน้อยจากอนันตริยกรรมชั่วเหล่านั้นเท่านั้น 

     คณะบุคคลเรียกได้ว่าเกือบทุกสาขาอาชีพได้ร่วมและรวมตัวกันขึ้นมาเพื่อที่จะล้มล้างระบอบการเมืองที่ชั่วร้าย ระบบราชการที่อยุติธรรม ไม่มีประสิทธิภาพ ฯลฯ กลุ่มบุคคลที่เป็นผู้นำการชุมนุม หรือกลุ่ม กปปส. ซึ่งบัดนี้ได้ต่อสู้ยาวนานมากว่า ๓ เดือนแล้ว และก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องต่อสู้ไปอีกนานแค่ไหนจึงจะชนะอย่างแท้จริง 

     ในช่วงต้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๗ นี้ จะเกิดปรากฎการณ์ทางดวงดาวสำคัญซึ่งยังไม่เคยพบมาก่อนจากระยะหลายปีที่ผ่านมากล่าวคือ ดาวพฤหัสบดี (ดาวประธานฝ่ายศุภเคราะห์-ฝ่ายดี), ดาวเสาร์ (ดาวประธานฝ่ายบาปพระเคราะห์-ฝ่ายร้าย), ดาวอังคาร (บาปพระเคราห์) และดาวพุธ จะเกิดการ “โคจรวิกลคติ” ขึ้นในระยะเวลาเดียวกัน ซึ่งจุดวิกลคตินี้ได้ไปต้องดาวสำคัญของ นักโทษชายหนีคดีผู้ที่เป็นต้นเหตุหลักของปัญหาทั้งปวง 

     ลางทีอนันตริยกรรมชั่วที่นักโทษชายผู้นี้ได้กระทำไว้อย่างต่อเนื่อง จะได้ตามมาทันในครั้งนี้ และจุดวิกลคตินี้ก็ได้ไปต้องกับดวงชาตาดวงเมืองอีกเช่นกันด้วย ดังนั้น “เหตุวิกลคติแห่งดวงดาวกับชาตาบ้านเมือง” ตอนนี้ คงจะยังประโชยน์ให้กับเราท่านที่สนใจใฝ่ศึกษาในศาสตร์แห่งโหรและผู้ที่เป็นห่วงเป็นใยในบ้านเมืองได้บ้างพอควร

การโคจรวิกลคติของดวงดาว 

     ในวิชาโหราศาสตร์จะพิจารณาให้โลกเป็นจุดศูนย์กลางของจักรราศี ซึ่งต่างกับทางดาราศาสตร์ที่พิจารณาให้ดาวอาทิตย์เป็นศูนย์กลางจักรวาล ในหมู่ดาวมากมายหลายล้านดวงในห้วงนภากาศนั้น ดาวทั้งหลายก็โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นปกติวิสัย เร็วบ้าง ช้าบ้างตามอัตราการเคลื่อนที่ของตน แต่เมื่อเรามองดาวเหล่านั้นออกไปจากโลก เราจะเห็นว่าบางครั้งดาวมีการโครจรที่เร็วกว่าปกติ บางครั้งดาวโคจรเสมือนว่าหยุดนิ่งอยู่ ฯลฯ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งของโลกและตำแหน่งของดาวอื่นๆ เพราะว่าดาวทั้งหลายที่กำลังโคจรรอบดวงอาทิตย์นั้น โคจรเป็นรูปวงรี ไม่ใช่วงกลมตามที่เราท่านได้ทราบกันดีอยู่แล้ว 

     โดยจุดที่เรามองออกไปจากโลกแล้วเห็นว่าดาวโคจรไม่เป็นปกตินี้ เป็นจุดที่สำคัญอย่างมากในวิชาโหราศาสตร์ที่จะนำมาใช้ทำนาย ซึ่งก็แปลกใจว่าไม่เคยได้ยินโหรที่มีพื้นที่สื่อทั้งหลายในบ้านเรากล่าวถึงกัน โดยจะกล่าวสรุปง่ายๆให้ท่านที่ไม่มีพื้นฐานทางโหราศาสตร์มาก่อนได้ทราบกันดังนี้ 

     ๑.  
เมื่อดาวโคจรแล้วมองออกไปจากโลกเห็นว่าดาวกำลังเดินถอยหลัง ทางโหรจะเรียกว่า “ดาวพักร” โดยในระยะที่ดาวพักรนี้ ดาวจะอยู่ใกล้โลกมากกว่าโคจรปกติ 

     ๒.  
เมื่อดาวโคจรแล้วมองออกไปจากโลกเห็นว่าดาวกำลังเดินเร็วกว่าปกติ ทางโหรจะเรียกว่า “ดาวเสริด” 

     ๓.  
เมื่อดาวโคจรแล้วมองออกไปจากโลกเห็นว่าดาวโคจรช้ากว่าปกติหรือดูเสมือนว่าจะหยุดนิ่ง ทางโหรจะเรียกว่า “ดาวมณฑ์” 

     ในขณะที่ดาวกำลังจะเปลี่ยนวิถีโคจร เช่นจากการโคจรในวิถีจักรปกติเป็นเดินพักร (ถอยหลัง) หรือจากโคจรพักรไปเป็นเดินปกตินั้น จุดๆ นี้จะเรียกว่า “จุดวิกลคติ” โดยแต่ละดาวจะมีระยะการวิกลคติไม่เท่ากัน เช่นดาวเสาร์ ๑๒ วัน ดาวพฤหัสบดี ๑๐ วัน ดาวอังคาร ๖ วัน เป็นต้น ซึ่งจุดวิกลคตินี้เอง เป็นจุดที่นำมาใช้ในการทำนายชี้เป็นชี้ตายในแต่ละดวงชาตาได้เลย 

     เราท่านที่สนใจในเรื่องการโคจรวิกลคติของดาว สามารถหาอ่านได้จากตำราท่าน อ.เทพย์ สาริกบุตร และตำราทางดาราศาสตร์ทั่วๆ ไป

ดาววิกลคติกับชาตาบ้านเมือง 

     ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ไปถึงต้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๗ จะเกิดปรากฎการณ์ทางดวงดาวที่สำคัญมาก กล่าวคือมีดาวสำคัญหลายดวงมาโคจรวิกลคติในช่วงระยะเวลาเดียวกันดังนี้ 

     ๑.  
ดาวพุธจะโคจรวิกลคติเพื่อที่จะเดินในวิถีจักรปกติในระหว่างวันที่ ๒๘ ก.พ.- ๑ มี.ค. ๒๕๕๗ ในราศีมังกรประมาณ ๒๔ องศาเศษ 

     ๒.  
ดาวอังคารจะโคจรวิกลคติเพื่อที่จะพักร (ถอยหลัง) ในระหว่างวันที่ ๒๘ ก.พ.- ๔ มี.ค. ๒๕๕๗ ในราศีตุลย์ประมาณ ๓ องศา ๒๘ ลิปดา 

     ๓.  
ดาวพฤหัสบดีจะโคจรวิกลคติเพื่อที่จะเดินในวิถีจักรปกติ ในระหว่างวันที่ ๒ – ๑๑ มี.ค. ๒๕๕๗ ในราศีเมถุนประมาณ ๑๖ องศา ๒๓ ลิปดา 

     ๔.  
ดาวเสาร์จะโคจรวิกลคติเพื่อที่จะพักร (ถอยหลัง) ในระหว่างวันที่ ๒๖ ก.พ.- ๘ มี.ค. ๒๕๕๗ ในราศีตุลย์ประมาณ ๒๙ องศา ๑๖ ลิปดา 

     โดยในระยะเวลาใกล้เคียงก่อนหน้านั้น ดาวเนปจูนและดาวอาทิตย์จะกุมกันแบบสนิทองศาในวันที่ ๒๔ ก.พ. ๒๕๕๗ จะเกิดปรากฎการณ์ “ดาวเนปจูนดับ” ในราศีกุมภ์ที่ ๑๐ องศาเศษ ดังนั้นในโลกที่สวยงามใบเล็กๆใบนี้มีโอกาสที่จะเกิดภัยธรรมชาติ ภัยที่เกิดจากลมหรือพายุใหญ่ ภัยจากน้ำได้สูงมาก อีกทั้งจะเกิดความวุ่นวาย ความขัดแย้งจากชนชั้นกรรมชีพ (ดาวเสาร์) เพิ่มมากขึ้น การติดต่อสื่อสารประสานงานจะติดขัด มีปัญหามาก (ดาวพุธ) การเงินการคลัง ตลาดหุ้น รวมไปถึงวงการศาสนาและกระบวนการยุติธรรม (ดาวพฤหัสบดี) จะชะงักงั้นไปชั่วขณะหนึ่ง การสู้รบ การต่อสู้ที่รุนแรง การใช้อาวุธ (ดาวอังคาร) จะเกิดขึ้นได้ในภาพรวมของโลกใบนี้ 

     พิจารณากลับมาที่ดวงเมืองของบ้านเรา จุดที่ดาววิกลคติที่ไปต้องกับตำแหน่งเดิมของดาวในดวงเมือง คือ “ดาวพฤหัสบดี” โดยดาวพฤหัสบดีจะไปวิกลคติที่จุดศูนย์กลางภพที่ ๓ (เรือนสหัสชะ แทนประเทศเพื่อนบ้าน การติดต่อสื่อสาร ฯลฯ) และไปเล็งที่จุดศุนย์กลางภพ ๙ (เรือนศุภะ แทนกระบวนการยุติธรรม กฏหมาย การศาสนา ฯลฯ) ตามดวงชาตาแบบ “ภวจักร” ซึ่งดาวพฤหัสบดีโคจรอยู่ในเรือนศัตรู (คู่มิตร-คู่ศัตรูทางโหราศาสตร์ ไม่ใช่มหาทักษา) อีกทั้งดาวพฤหัสบดีจรถือว่าได้รับแสงจากดาวเสาร์เดิมที่สถิตย์อยู่ที่ราศีธนู ดังนั้นความเสียหายจึงบังเกิดขึ้นมากในความหมายของดาวดวงนี้ 

     เราท่านคงจะได้เห็นสิ่งที่วิปริตผิดประหลาดเกิดขึ้น กระบวนการยุติธรรมที่ไม่เป็นไปตามขั้นตอนหรือกระบวนการปกติจะแสดงออกมาให้เห็น โดยเมื่อดาวพฤหัสบดีโคจรในวิถีจักรปกติแล้ว ทุกอย่างจะเข้าสู่ระบบ ระเบียบที่ควรจะเป็น ผลแห่งคดีความทั้งหลายที่เราท่านรอคอยจะได้ปรากฎเป็นจริงขึ้น 

     จุดวิกลคติของดาวอังคารยังไปทำมุมโยคร้าย ๑๕๐ องศากับดาวศุกร์ (แทนศัตรูเปิดเผยของบ้านเมือง) และเมือดาวอังคารแทนได้กับอาวุธ ของมีคม ทหาร ฯลฯ ดังนั้นศัตรูที่เปิดเผยของบ้านเมืองในขณะนี้ หรือก็คือพวกนักการเมืองชาติชั่วและข้าราชการสารเลวทั้งหลายจะถูกทำร้ายทำลายจากอานุภาพของดาวอังคารอย่างแน่แท้

ดาววิกลคติกับผู้นำรัฐบาล 

     ผู้ที่เป็นผู้นำจริงๆของรัฐบาลที่ได้ชื่อว่ามีการทุจริตและสร้างความวิบัติฉิบหายให้กับประเทศชาติบ้านเมืองอย่างมากมายเกินกว่าที่จะประมาณการได้นั้น ในความเป็นจริงไม่ใช่ผู้นำหญิงคนปัจจุบัน แต่คนๆ นั้นก็คือนักโทษชายหนีคดีที่เราท่านทราบกันดีอยู่แล้ว ดังนั้นการพิจารณาว่ารัฐบาลจะวิบัติฉิบหายหรือไม่อย่างไรนั้น จึงจะต้องพิจารณาดวงชาตาของนักโทษชายคนนั้นประกอบด้วย 

     ในเรื่องดวงชาตาหรือวันเกิดของผู้นำหญิงคนปัจจุบัน ยังมีข้อสงสัยอยู่มากมาย ซึ่งครั้งหนึ่งได้เคยเขียนวิจารย์ดวงชาตาของผู้หญิงคนนี้โดยใช้ วัน เดือน ปีเกิดตามที่ปรากฎอยู่ในสาธารณะ แต่ปรากฎว่าผลที่ออกมานั้นผิดพลาดมาก ซึ่งเรื่องวันเกิด รวมไปถึงชาติกำเนิดของผู้นำหญิงคนนี้ยังเป็นที่กังขาอยู่มาก บ้างก็ว่าหล่อนไม่ได้เป็นน้องสาวแท้ๆของนักโทษชาย แต่เป็นหลาน แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมาพิจารณาอย่างละเอียดกับตำแหน่งดาวในวันเกิดที่ปรากฎอยู่ของหล่อน จะพบว่ามีความเป็นไปได้น้อยมาก 

     ในทางโหราศาสตร์ ดาวที่แสดงถึงปฏิภาณไหวพริบ การเจรจาพาที การสื่อสาร สติปัญญาในทางโลก ท่านจะให้พิจารณาที่ “ดาวพุธ” เป็นหลัก ผู้ที่มีดาวพุธเด่นในดวงชาตา ผู้นั้นจะมีเรื่องดีในความหมายของดาวพุธดังกล่าว โดยดาวพุธในวันที่ ๒๐ มิ.ย. ๒๕๑๐ ตามวันเกิดของผู้นำหญิงจะมีความโดดเด่นมาก กล่าวคือเป็นดาวพุธที่สุกใสเพราะอยู่ห่างจากดาวอาทิตย์มากประมาณ ๒๒ องศา ได้ตำแหน่ง “เกษตร์” ในราศีเมถุน ได้ตำแหน่ง “วรโคตมนวางค์” ที่มีกำลังมากกว่าตำแหน่งอุจน์ที่บางตำรากล่าวไว้ ซึ่งถ้าผู้นำคนนี้เกิดวันนี้จริง เราท่านคงไม่ได้พบ ไม่ได้เห็นกับความผิดพลาดต่าง ๆ ที่ผ่านมา 

     กล่าวกันว่าผิดครั้งแรกท่านว่าเป็นครู โดยบางคนก็กล่าวต่ออีกว่า ผิดครั้งที่สองในเรื่องเดิมๆ ท่านว่าเป็นควาย โดยผู้นำหญิงคนปัจจุบันได้กระทำผิดพลาดในเรื่องที่ง่ายที่สุดมามากมายหลายเรื่องจนไม่กล้าไปเปรียบเทียบกับสัตว์ชนิดใดๆ เพราะสงสารสัตว์พวกนั้น โดยอย่างล่าสุดเพียงแค่ใส่บัตรเลือกตั่งให้ถูกกล่อง หล่อนยังทำไม่ได้ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่มีหลายคนกล่าวว่า เธอเป็นผู้นำที่มีสติปัญญาน้อยมากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ โดยในทางโหราศาสตร์จึงเป็นไปได้น้อยมากที่หล่อนจะเกิดในวันที่ดังกล่าว 

     ย้อนกลับมาที่ดวงชาตาของนักโทษชายหนีคดีโดยพิจารณาเปรียบเทียบกับดาวจรในช่วงต้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๗ ดังนี้
 
 
      จากเวลาเกิดของนช.ผู้นั้น ที่ท่านอาจารย์ผู้ใหญ่ ท่านพล.ต.ต.สุชาติ เผือกสกนธ์ ได้ทราบมาจากปากของนช. คือเวลา ๑๒.๒๐ น แต่เมื่อพิจารณาลงในรายละเอียดจากลักษณะใบหน้า บุคลิกและสันดานของ นช.ผู้นั้นจะพบว่า เวลาเกิดมีโอกาสคลาดเคลื่อนได้ ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อหกสิบกว่าปีก่อนนั้นมีการจดบันทึกกันอย่างไร

     ถ้า นช.ผู้นั้นเกิด ณ เวลา ๑๒.๒๐ จริง ตำแหน่งลัคนายังห่างจากจุดวิกลคติพอควร แต่ถ้าเกิดเร็วสักประมาณ ๕-๑๐ นาที ตำแหน่งลัคนาจะไปตรงกับกับจุดวิกลคติพอดี แหละเมื่อนั้น นช.ผู้นี้คงจะได้รับรู้ว่ากรรมชั่วที่ได้ก่อร่างสร้างไว้ว่าเป็นอย่างไร 

     ในช่วงที่ดาววิกลคตินั้น ดาวอังคาร (แทนอาวุธ ของมีคม เหตุปัจจุบันทันด่วน ฯลฯ) ที่ถือว่าเป็นดาวให้โทษมากสำหรับผู้ที่มีลัคนาราศีตุลย์ (พิจารณาจากดาวคู่ปรปักษ์ธาตุทางโหราศาสตร์ ไม่ใช่มหาทักษา) จะทับลัคนาพอดี อีกทั้งดาวอังคารยังส่งแสงไปที่ดาวพฤหัสบดีเดิมเจ้าเรือนอริ (แทนอุปสรรค โรคภัย ฯลฯ) แบบสนิทองศา พระราหูสารัมภ์ที่แทนได้กับความมัวเมาลุ่มหลงและมาจากภพอริในราศีจักร (แทนโรคภัย) ก็ทับลัคนาแบบสนิทองศาเช่นกัน 

     ดาวมฤตยูจร (แทนเหตุไม่คาดคิด) ได้ทำมุมโยคร้าย ๑๘๐ องศา กับดาวเนปจูนเดิม (แทนโรคภัยที่วินิจฉัยยาก สิ่งเร้นลับ ฯลฯ)  และดาวเนปจูนจรก็ทำมุมโยคร้าย ๑๘๐ องศากับดาวเสาร์เดิม โดยดาวเสาร์จรก็มาส่งแสงร่วมราศีกับลัคนา และส่งกระแสไปที่ดาวอาทิตย์ จันทร์ พุธและพลูโตเดิมที่อยู่ในราศีกรกฎ 

ดาวพฤหัสบดีจรก็โคจรเบียฬกับดาวเดิมทำให้ไม่มีกำลังคุ้มโทษคุ้มภัยได้ 

     โดยในรายละเอียดของดาวและความหมายนั้น เมื่อมีโอกาสจะนำมาเปิดเผยให้เป็นกรณีศึกษาให้เราท่านได้ร่วมกันวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเราท่านจะได้รับรู้กันว่าพุทธวจน “เรื่องทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว“ นั้นว่าเป็นเรื่องจริง แต่อย่างไรก็ตามบ้านเมืองยังคงไม่สิ้นเคราะห์ลงไปในคราวนี้ เราท่านยังคงจะต้องร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคไปอีกพอสมควร แต่ก็ขอให้เชื่อไว้เถิดว่า ถ้าทำชั่วแล้วได้ดี มนุษยชาติคงไม่ดำรงค์คงอยู่มาเป็นหมื่น เป็นแสนปีเช่นนี้ โดยทุกอย่างจะต้องรอจังหวะและเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น 
 
     ดวงชาตาของ นช. ผู้นั้น ถ้าสามารถผ่านวิกฤตที่หนักที่สุดในครั้งนี้ไปได้ (เวลาเกิด ๑๒.๒๐ น , ลัคนาอยู่ที่ ๗ องศาเศษในราศีตุลย์) วิบากกรรมของ นช. ก็ยังไม่หมด โดยในช่วงเดือนปลายตุลาคมปีนี้ จะเกิด “สุริยะคราส” ขึ้น โดยตำแหน่งที่เกิดคราสจะไปทับลัคนาแบบสนิทองศาพอดีอีกเช่นกัน ซึ่งจะอธิบายขยายความให้เราท่านได้ทราบกันในโอกาสที่เหมาะสม.

 
อ้างอิง 

     ๑.  
ปฏิทินโหราศาสตร์ประจำปี ๒๕๕๗ แบบไดอารี่ ตามแนวทางท่าน อ.เทพย์ สาริกบุตร

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License