ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
คดีเขาพระวิหารกับมุมมองทางโหราศาสตร์ พิมพ์ อีเมล
พูดจาภาษาโหร
เขียนโดย ดิลก แสงอุทัย   
วันอังคารที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๕:๐๓ น.

     ช่วงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๖ นี้ จะมีปรากฎการณ์ทางดวงดาวที่สำคัญๆ กับดาวที่สำคัญๆ อย่างดาวเสาร์ (ดาวประธานฝ่ายบาปพระเคราะห์-ฝ่ายร้าย) และดาวพฤหัสบดี (ดาวประธานฝ่ายศุภเคราะห์-ฝ่ายดี) เกิดขึ้น โดยช่วงระยะเวลาดังกล่าวได้ไปสอดคล้องต้องกันกับเหตุการณ์สำคัญๆของบ้านเมืองที่กำลังดำเนินการอยู่ 

     คดีเขาพระวิหารที่พวกชาติชั่วต่ำช้าสามานย์สารเลวบัดซบ รวมและร่วมกันทำร้ายทำลายแผ่นดินถิ่นเกิดที่ให้พวกมันได้มีที่ซุกหัวนอน อ้ายอีบางตัวนั้นโคตรเหง้าศักราชมันอพยพข้ามน้ำข้ามทะเลมาพึ่งใบบุญแดนดินถิ่นไทยนี้แต่มันก็หาได้สำนึกในบุญคุณของแผ่นดินไม่ อีกทั้งในเรื่อง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับดันสุดลิ่ม ทิ่มสุดซอย อีกทั้งในเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ฯลฯ 

     ฯพณฯ ท่านทั้งหลาย ผู้ที่กล่าวเสมอว่ามาจากปวงชน แต่พณฯท่านเหล่านั้นก็หาได้สนใจปัญหาของปวงชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้าวยากหมากแพง เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่สนใจแม้กระทั่งว่าในขณะนี้บ้านเมืองอยู่ในช่วงไว้ทุกข์เศร้าโศกเสียใจ โดยพณฯท่านเหล่านั้นคงคิดแต่ว่าเรื่องปัญหาของปวงชนเป็นเรื่องช่างแม่มัน ซึ่งพณฯท่านทั้งหลาย ต่างก็มุ่งมั่นทำงานให้กับนักโทษหนีคดีที่พลัดที่นาลาถิ่นที่อยู่ เป็นสัมภเวสีเร่ร่อนและตามหลอกหลอนคนไทยอยู่ในขณะนี้ ประหนึ่งว่านักโทษหนีคดีคนนั้นเป็นโคตรพ่อโคตรแม่ของพวกพณฯท่าน ซึ่งเหตุการณ์บัดซบทั้งหลายทั้งปวงดังกล่าวจะไปสอดคล้องกับปรากฎการณ์ทางดวงดาวพอดีเช่นกัน 

     สัจจังเว อมตะวาจา หรือความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย และพุทธธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ที่ว่า “ทำดีได้ดี และทำชั่วได้ชั่ว” นั้นเป็นสิ่งที่จะได้พิสูจน์กันอีกครั้งในช่วงระยะเวลาอันใกล้นี้ ถ้าทำชั่วแล้วได้ดี มนุษยชาติคงไม่สามารถยืนยงดำรงอยู่เป็นหมื่นๆปีได้จนถึงทุกวันนี้ อ้ายอีและพวกชาติชั่ว ทั้งที่โคตรโกงและโกงกันทั้งโคตรคงจะต้องได้รับเวรและอนันตริยกรรมที่พวกมันได้กระทำไว้กับแผ่นดินในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน
 

ปรากฎการณ์ทางดวงดาวเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๖ 

     ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๖ นี้จะมีปรากฎการณ์ทางดวงดาวที่สำคัญเกิดขึ้นดังนี้ 

     ๑. ดาวพุธโคจรพักรถอยหลังไปกุมกับดาวอาทิตย์ เกิดปรากฎการณ์ “ดาวพุธดับ” ในวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ในราศีตุลย์ ที่ ๑๕ องศา ๓๑ ลิปดา 

     ๒. จันทร์ดับอมาวสี เกิด “สุริยคราส” ในราศีตุลย์ ในวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ที่ ๑๗ องศา ๑๓ ลิปดา 

     ๓. ดาวเสาร์โคจรไปกุมกับดาวอาทิตย์ เกิดปรากฎการณ์ “ดาวเสาร์ดับ” ในวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ในราศีตุลย์ ที่ ๒๐ องศา ๑๑ ลิปดา 

     ๔. ดาวพฤหัสบดีโคจรวิกลคติและจะเริ่มพักร (ถอยหลัง) ในวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ในราศีเมถุน ที่ ๒๖ องศา ๒๗ ลิปดา 

     ๕. ดาวเนปจูนโคจรวิกลคติเพื่อที่จะเดินในวิถีจักรปกติ ในวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ในราศีกุมภ์ ที่ ๘ องศา ๓๑ ลิปดา 

     เหตุการณ์ที่น่าสนใจมากก็คือการที่ศาลโลกจะอ่านคำพิพากษาของศาลโลกเรื่องคดีเขาพระวิหารในวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ซึ่งมีจุดที่น่าสังเกตุในทางดวงดาวที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาดังกล่าว โดยจะขอยกตัวอย่างเทียบเคียงกับคดีในภาคแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๕ และในปี ๒๕๕๖ นี้ เพื่อใช้เป็นกรณีศึกษาในวิชาการโหราศาสตร์สืบต่อไป
 

ตำแหน่งดาวในคดีเขาพระวิหารภาคแรก ๑๕ มิถุนายน ๒๕๐๕
 
 
 
  ตำแหน่งดาวในวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๐๕

วงในคือดวงเมือง วงนอกคือตำแหน่งดาวในวันพิพากษา 
 

     ในการพิจารณาในเรื่องอรรถคดีความ “ภพศุภะ” เป็นสิ่งที่จะต้องพิจารณาในเบื้องต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการต่างประเทศนั้นความหมายของภพศุภะจะเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งจากพื้นดวงเดิมของดวงเมืองนั้น ภพศุภะ “เสียมากกว่าดี” โดยเคยได้กล่าวไว้หลายต่อหลายครั้งแล้ว และได้สรุปไว้ในบทความเรื่อง “ดาวพฤหัสบดีเสื่อม ความยุติธรรมเสื่อม” ดังนั้นเราท่านจึงได้เห็นว่าทำไมเมื่อรัฐไปต่อสู้คดีกับภาคเอกชน ผลแห่งคดีจึงเป็นฝ่ายแพ้มากกว่าชนะ และทำให้รัฐเสียค่าโง่ซึ่งอาจจะเป็นการตั่งใจโง่จากเจ้าหน้าที่บางคนเพื่อสมยอมกับภาคเอกชนด้วย 

     จากนั้นจึงมาพิจารณาศัตรูคู่คดีหรือศัตรูเปิดเผย ซึ่งพิจารณาจากเจ้าเรือนภพที่ ๗ (ภพปัตนิ) โดยจะเห็นได้ว่าคณะโหรผู้วางดวงเมืองตั่งใจให้ศัตรูเปิดเผยของบ้านเมืองไปอยู่ “ภพวินาศน์” ดังนั้นถ้าต่อสู้หรือรบกันแบบเปิดเผยไม่ว่าในเรื่องใด ๆ แล้ว เรายังคงพอมีโอกาสมากอยู่ แต่ความหมายของภพวินาศน์อีกนัยยะหนึ่งก็คือ “ศัตรูลับๆ” ซึ่งจะเห็นได้ว่า เราจะถูกแทงข้างหลังและมีพวกขายชาติคอยช่วยเหลือศัตรูอยู่เสมอไม่ว่าครั้งไหน ๆ 

     ดาวพฤหัสบดีเจ้าเรือนภพศุภะที่ได้ตำแหน่งเกษตรนั้น ดาวพฤหัสบดีก็ยังเป็นเจ้าเรือนวินาศน์อีกนัยยะหนึ่งด้วย ประกอบกับตำแหน่งดาวที่อยู่ประชิดกับดาวเสาร์และทำมุมโยคร้ายต่างๆ ดังนั้น “ความวินาสน์จึงบังเกิดในเรือนศุภะ” (แทนศาลสถิตย์ยุติธรรม กระบวนการยุติธรรม การศาสนา การต่างประเทศ การต่อสู้คดี ฯลฯ) อยู่เสมอ

     พิจารณาดาวจรในวันที่มีการพิพากษาคดี ในวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๐๕ จะเห็นได้ว่าภพที่ ๔ เรือนพันธุที่แทนได้กับ “ดินแดน” นั้นถูกบาปพระเคราห์ทำร้ายทำลายและตรึงอยู่กับจุดศูนย์กลางภพทั้ง ๔ มุม กล่าวคือ ดาวเสาร์ (ประธานฝ่ายบาปพระเคราะห์-ฝ่ายร้าย) จรอยู่ในราศีมังกรที่ ๑๗ องศาเศษ ดาวอังคาร (บาปพระเคราะห์) จรอยู่ในราศีเมษที่ ๑๙ องศาเศษ ดาวเนปจูน (บาปพระเคราะห์) จรอยู่ที่ราศีตุลย์ที่ ๑๗ องศาเศษ และพระราหูสารัมภ์ (บาปพระเคราะห์) จรอยู่ที่ภพพันธุในราศีกรกฎ ๑๖ องศาเศษ ซึ่งทั้งหมดล้วนทำมุมโยคร้ายมาที่จุดศูนย์กลางภพ ๔ ที่อยู่ที่ราศีกรกฎราว ๑๕ องศาเศษ 

     พิจารณาดาวดวงอื่น ๆ ก็จะเป็นที่น่าสังเกตุว่า ดาวศุกร์เจ้าเรือนปัตนิ (แทนศัตรูเปิดเผย) เดิมสถิตย์อยู่ที่ภพวินาศน์และได้จรมาอยู่ที่ภพพันธุในขณะนั้นด้วย จึงแปลความได้ว่า ศัตรูคู่คดีความจะนำความวินาศน์มาให้ในเรื่องดินแดน 

     พิจารณาดาวอังคารตนุลัคน์ของดวงเมืองซึ่งจรอยู่ในราศีเมษเรือนของตนเอง โดยน่าจะมีความเข้มแข็ง แต่เนื่องจากว่าดาวอังคารเดิมนั้นสถิตย์อยู่ที่ราศีพฤษภ ดังนั้นเมื่อใดที่ดาวอังคารจรมาอยู่ที่ราศีเมษจึงเป็นตำแหน่งที่เบียฬกับตำแหน่งเดิม ทำให้ไม่มีกำลัง และเกิดผลเสียมากกว่าดี 

     ตำแหน่งดาวที่น่าสนใจมากอีกดวงหนึ่งก็คือดาวพฤหัสบดีเจ้าเรือนศุภะ โดยในขณะนั้นโคจรอยู่ที่ราศีกุมภ์ราว ๑๙ องศาและอยู่ที่จุดศูนย์กลางภพที่ ๑๑ (ภพลาภะ) ตามดวงชาตาแบบภวจักรพอดี ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเมื่อดาวศุภเคราะห์จรมาที่ภพลาภะ เจ้าชาตาน่าจะได้ลาภผลจากหมู่มิตรสหาย แต่ทว่าสภาพดาวในพื้นดวงเดิมนั้นเสื่อม ดังนั้นจึงไม่ได้รับศุภผลอย่างที่ควรจะได้ 

     เมื่อพิจารณา “วิมโสตรีทักษา” หรือดาวเสวยอายุตามหลักโหราศาสตร์ที่พิจารณาจากดาวจันทร์เดิมในดวงชาตาจะพบว่า ในขณะนั้นดาวจันทร์ซึ่งเป็นเจ้าเรือนพันธุ (ดินแดน) เสวยอายุอยู่ และดาวพฤหัสบดีเจ้าเรือนศุภะ (แทนการต่างประเทศ คดีความ ฯลฯ) แทรกอยู่ โดยดาวทั้งสองอยู่เบียฬกันในดวงเดิมและเป็นฉินทเคราะห์ กล่าวคือดาวจันทร์เป็นเจ้าตรียางค์มรณะ ดาวพฤหัสบดีเป็นดาวที่เสวยนักษัตรพิษ ดังนั้นผลร้ายในเรื่องการต่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องดินแดนจึงเกิดขึ้น


ตำแหน่งดาวคดีเขาพระวิหารภาค ๒ วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖                                                     
                                                     
                                                           ตำแหน่งดาวในวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖
 
                                               วงในคือดวงเมือง วงนอกคือตำแหน่งดาวในวันพิพากษา


     พิจารณาตำแหน่งดาวในภาพรวมนั้นจะเห็นได้ว่ามีทั้งมุมโยคดีและโยคร้ายผสมกัน ซึ่งต่างจากครั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๕ ที่มีแต่ดาวมาทำมุมร้าย ดังนั้น “ผลที่จะเกิดจากคำพิพากษาคดีในภาค ๒ นี้จะไม่เลวร้ายไปกว่าเดิม” แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือปรากฎการณ์ของดาวที่จะเกิดในช่วงที่จะมีการอ่านคำพิพากษาในภพที่ ๗ ของดวงเมืองที่แทนได้กับคู่คดีความหรือศัตรูเปิดเผย ดังต่อไปนี้ 

     ดาวพุธโคจรวิกลคติพักร (ถอยหลัง) และดับ ในวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ในราศีตุลย์ที่ ๑๕ องศาเศษ ในเรือนปัตนิ (ศัตรูเปิดเผย คู่คดีความ) ดาวพุธแทนการเจรจาสื่อสาร เอกสารหนังสือต่างๆ ฯลฯ และยังเป็นดาวเจ้าเรือนสหัสชะ (แทนประเทศเพื่อนบ้าน) โดยตำแหน่งที่ดาวพุธกุมกับดาวอาทิตย์ไปทำมุมโยคร้าย ๙๐ องศากับจุดศูนย์กลางภพที่ ๔ (แทนดินแดน) และโยคร้าย ๑๘๐ องศากับดาวอาทิตย์ ดังนั้น “เราจะต้องมีปัญหาเกี่ยวการสื่อสาร เอกสารหนังสือกับคู่คดีความอยู่แล้ว” ดาวพุธในดวงเมืองเดิมสถิตย์ภพวินาศน์ ดังนั้นเมื่อจรมาอยู่ที่ใดก็จะพาความวินาศน์ตามเรือนที่ตนสถิตย์อยู่มาด้วย ซึ่งความวินาศน์จะเกิดในเรื่องของคู่คดีความที่กำลังดำเนินอยู่ 

     สุริยคราส ในวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ที่ ๑๗ องศาเศษ ในราศีตุลย์ เรือนปัตนิ (ศัตรูเปิดเผย คู่คดีความ) ของดวงเมือง โดยตำแหน่งของคราสยังอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางภพพอสมควร ดังนั้นผลของคราสจึงเป็นแค่ตัวเสริมให้เกิดความวุ่นวายมากขึ้นเท่านั้น ไม่ได้เป็นเจ้าการของการเกิดเหตุ โดยเมื่อสุริยคราสคือดาวอาทิตย์ดับ และดาวอาทิตย์แทนได้กับผู้นำ ซึ่งเหตุการณ์โดยทั่วไปในโลกใบนี้ก็จะเกิดปัญหากับผู้นำประเทศต่างๆ ซึ่งอาจจะล่วงลับดับสูญไปได้ 

     ดาวเสาร์ดับ
ในวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ที่ ๒๐ องศาเศษ ในราศีตุลย์ เรือนปัตนิ (แทนศัตรูเปิดเผย คู่คดีความ) ของดวงเมือง “โดยไปอยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางภพที่ ๗ เรือนปัตนิ (แทนศัตรูเปิดเผย คู่คดีความ ฯลฯ)” ที่อยู่ที่ประมาณ ๒๔ องศาในราศีตุลย์ ดาวเสาร์เป็นเจ้าเรือนกัมมะ (แทนรัฐบาล การบริหารราชการงานเมือง) ดังนั้น “รัฐบาลจะเป็นผู้ที่ทำความเสียหายให้กับประเทศชาติในเรื่องคู่คดีความ อีกทั้งรัฐบาลมีโอกาสที่จะดับหรือล่มสลายในช่วงเวลาดังกล่าวได้สูงมาก” ดาวเสาร์ดับในครั้งนี้จะเป็นเจ้าการที่สำคัญในเรื่องคดีเขาพระวิหาร บ้านเมืองจะเกิดวุ่นวายโกลาหลอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามเมื่อดาวเสาร์ประธานฝ่ายบาปพระเคราะห์-ฝ้ายร้าย มาดับในตำแหน่งใกลกับจุดศูนย์กลางภพ ๗ ที่แทนได้กับคู่คดีความหรือศัตรูเปิดเผย ดังนั้น “ศัตรูของชาติบ้านเมืองก็จะต้องมาดับสูญและจะถูกทำลายไปได้ด้วยเช่นกัน” ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ เป็นช่วงที่เหมาะสมที่จะกวาดล้างพวกสารเลวให้สิ้นไป 

     ดาวพฤหัสบดีที่จะวิกลคติหยุดนิ่งเพื่อที่จะพักรถอยหลัง ในวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ในราศีเมถุน ที่ ๒๖ องศาเศษ ในเรือนสหัสชะ (แทนประเทศเพื่อนบ้าน) ดาวพฤหัสบดีเป็นดาวแห่งคุณธรรม เป็นดาวที่แทนได้กับกระบวนการยุติธรรม ศาล การศาสนา รัฐสภา การเงินการธนาคาร ฯลฯ โดยเมื่อดาวมาโคจรวิลคติเช่นนี้แล้ว “ความวิปริตผิดประหลาด ความเอนเอียง ความอยุติธรรม อีกทั้งความวุ่นวายในฝ่ายศาสนจักร จะบังเกิดขึ้น” ตามความหมายของดาวพฤหัสบดี และจะมีผลต่อเรื่องคดีเขาพระวิหาร การแก้รัฐธรรมนูญ ตลอดจนเรื่องคณะสงฆ์ในบ้านเราอย่างแน่นอน 

     พิจารณาดาวดวงอื่นๆ จะพบว่า ดาวอังคาร ตนุลัคน์หรือดาวประจำดวงเมืองโคจรอยู่ที่ราศีสิงห์ธาตุไฟ ไปทำมุมโยคดีตรีโกณ ๑๒๐ องศากับลัคนาดวงเมือง แต่ดาวอังคารไปเกาะนวางค์ศุกร์-ตุลย์ เป็นปรเกษตร์ในดวงนวางค์ โดยจะทำให้ลัคนามีความเข้มแข็งขึ้นมาระดับหนึ่ง ดาวอังคารยังแทนได้กับทหาร ดังนั้นจะมีทหารหารจะมาช่วยปกป้องชาติได้ 

     พิจารณา “วิมโสตรีทักษา” ในช่วงที่มีการอ่านคำพิพากษาจะพบว่าในขณะนี้ดาวเสาร์เสวยอายุและมีดาวพุธแทรกอยู่ ดาวพุธไม่ได้เป็นดาวฉินทเคราะห์และยังเป็นคู่มิตรกับดาวเสาร์ตามหลักมูลตรีโกณ ดังนั้นชาตาบ้านเมืองและผลของคดีความคงจะไม่เลวร้ายไปกว่าเมื่อครั้งปี พ.ศ. ๒๕๐๕ อย่างแน่นอน 

     กล่าวโดยสรุปในเรื่องคดีเขาพระวิหารภาค ๒ ในมิติทางโหราศาสตร์นั้น ผลแห่งคดีจะไม่เลวร้ายไปกว่าคดีในภาคแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๕ แต่อาจจะเกิดความผิดพลาดในเรื่องการติดต่อสื่อสารประสานงานกันได้ โดยรัฐบาลจะทำความเสียหายให้กับประเทศชาติอีกครั้งในเรื่องคดีความนี้ และตัวรัฐบาลเองก็มีโอกาสที่จะล่มสล่ายไปได้ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวด้วย ซึ่งคำพิพาษาที่จะออกมาจะไม่เป็นไปตามธรรมนองคลองธรรมหรือไม่เป็นไปตามสภาพที่ควรจะเป็น เราอาจจะได้เห็นทหารหารผู้รักชาติ รักบ้านรักเมืองปรากฎขึ้นในช่วงระยะเวลานั้น  

     อย่างไรก็ตามในเรื่องคำพิพากษาคดีเขาพระวิหารภาค ๒ นี้ หลายๆท่านได้ทราบข่าวมาและกล่าวว่าได้รู้ผลของการตัดสินแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงก็ได้ โดยบทความในตอนนี้จะอธิบายในมิติทางโหราศาสตร์เป็นหลัก 

     จากปรากฎการณ์ทางดวงดาวที่จะเกิดขึ้น โลกที่สวยงามใบนี้มีโอกาสที่จะเกิดภัยธรรมชาติได้สูงมากในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ดังนั้นจึงควรที่จะระมัดระวังอุปัทวอันตรายกันให้จงหนัก 

     
ตำแหน่งของสุริยคราสและดาวเสาร์ดับในครั้งนี้ได้ไปต้องดาวสำคัญของผู้นำมวลชนที่ต่อต้าน นช.ทักษิณ แต่อย่างไรก็ตามดาวพฤหัสบดีที่แทนได้กับครูบาอาจารย์ เทพเทวาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ส่งแสงมาที่ดาวสำคัญนั้นด้วย ดังนั้นจึงหวังว่ากุศลที่ผู้นำท่านนั้น ที่ได้เคยกระทำไว้ให้กับชาติในช่วงระยะเวลาที่ออกมาต่อสู้กับพวกทรราชย์ จะคุ้มโทษคุ้มภัยให้ได้.

อ้างอิง

     ๑.  ปฏิทินโหราศาสตร์ประจำปี ๒๕๕๖ แบบไดอารี่ ตามแนวทางท่าน อ.เทพย์ สาริกบุตร

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๕:๔๓ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License